8. รักษาความเป็นนิรนามและหลบเลี่ยงการปิดกั้นบนอินเทอร์เน็ต

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    หลายประเทศทั่วโลกได้ติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่อยู่ภายในประเทศนั้นเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตบางอย่างได้ บริษัท โรงเรียน และห้องสมุดสาธารณะก็มักใช้ซอฟต์แวร์คล้ายๆ กันเพื่อจะกันไม่ให้พนักงาน นักเรียน หรือผู้ใช้ห้องสมุด เข้าถึงเนื้อหาที่เขาเห็นว่าอาจทำให้ละความสนใจจะการทำงานหรือการเรียน หรือเข้าถึงเนื้อหาที่เขามองว่าเป็นภัย เทคโนโลยีคัดกรองเนื้อหานี้มีหลายรูปแบบ บางครั้งเป็นการปิดกั้นเว็บไซต์โดยอิงกับที่อยู่ไอพี (IP address) หรือคัดกรองจากชื่อโดเมน (domain name) ที่ขึ้นบัญชีดำไว้ หรือค้นหาทั่วทั้งการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตจากคำสำคัญ

    ไม่ว่าวิธีการคัดกรองเนื้อหาจะเป็นในรูปแบบใด การเลี่ยงการคัดกรองเนื้อหาเหล่านั้นโดยอาศัยคอมพิวเตอร์ตัวกลางที่ตั้งอยู่ภายนอกประเทศเพื่อเข้าถึงบริการที่ถูกปิดกั้นได้เป็นไปได้เสมอ กระบวนการนี้รู้จักกันในนาม การเลี่ยงการปิดกั้นเนื้อหาหรือเรียกสั้นๆ ว่า การหลบเลี่ยงการเซนเซอร์ (circumvention) คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเรียกว่าพร็อกซี (proxy) พร็อกซี่ก็มีหลากหลายรูปแบบ บทนี้มีคำอธิบายอย่างกระชับเกี่ยวกับเครือข่ายนิรนามแบบหลายพร็อกซี (multiple-proxy anonymity networks) ตามด้วยคำอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับพร็อกซี (proxy)หลบเลี่ยงและการทำงานของมัน

    ทั้งสองวิธีนี้ล้วนแต่เลี่ยงการปิดกั้นเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามแบบแรกจะเหมาะสมที่สุด หากคุณสามารถสละความเร็ว เพื่อใช้อินเทอร์เน็ตโดยรักษาความเป็นนิรนามมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในกรณีที่คุณรู้จักและเชื่อใจบุคคลหรือองค์กรที่ดำเนินงานที่คุณใช้ หรือการทำงานให้ลุล่วงนั้นสำคัญกว่าสถานะนิรนามแล้วพร็อกซี (proxy)หลบเลี่ยง อาจจะเหมาะกับคุณมากกว่า

    สถานการณ์ภูมิหลัง

    แมนซัวร์และแม็กด้า เป็นพี่น้องกันในประเทศที่พูดภาษาอาหรับ ทั้งคู่ได้สร้างบล็อก (blog) โดยไม่เปิดเผยชื่อเพื่อรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนและรณรงค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เจ้าหน้าที่ในประเทศนั้นยังไม่สามารถปิดเว็บไซต์ของพวกเขาได้ ทั้งนี้เพราะเว็บไซต์นั้นอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ในอีกประเทศหนึ่ง แต่บ่อยครั้งเจ้าหน้าพยายามหาให้ได้ว่าใครเป็นผู้จัดการ (administrator) ของบล็อกนี้ จากนักเคลื่อนไหวต่างๆ แมนซัวร์และแม็กด้าเป็นห่วงว่าเจ้าหน้าที่อาจสามารถจับตาดูการเคลื่อนไหวล่าสุดของพวกเขาในที่สุดก็จะรู้ว่าพวกเขาคือใคร นอกจากนี้ พวกเขายังอยากเตรียมพร้อม หากรัฐบาลคัดกรองกรองไม่ให้เข้าถึงเว็บของพวกเขาได้ ไม่เพียงแต่อัปเดตบล็อกได้เท่านั้น พวกเขาก็ยังสามารถให้คำแนะนำ เพื่อหลีกเลี่ยงการคัดกรองเนื้อหาต่อผู้อ่านซึ่งอยู่ในประเทศเดียวกันได้ด้วย เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านบล็อกได้ด้วย

    สิ่งที่คุณจะเรียนรู้ได้จากบทนี้

    • วิธีเข้าถึงเว็บไซต์ที่โดนปิดกั้นในประเทศของคุณ
    • วิธีป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ที่คุณเข้ารู้ตำแหน่งที่อยู่ของคุณ
    • สร้างความมั่นใจได้ว่า ทั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) หรือหน่วยงานสอดแนมในประเทศของคุณจะไม่รู้ว่าเว็บไซต์หรือบริการทางอินเทอร์เน็ตใดที่คุณได้เข้าไปดู

    ทำความเข้าใจการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ต

    งานวิจัยที่ดำเนินการโดยหลายองค์กร เช่นOpenNet Initiative (ONI)และReporters Without Borders (RSF) บ่งชี้ว่าหลายประเทศได้คัดกรองเนื้อหาเกี่ยวกับสังคม การเมือง และ “ความมั่นคงของชาติ” โดยแทบจะไม่ค่อยเผยแพร่ข้อมูลว่ามีเว็บไซต์อะไรบ้างที่โดนปิดกั้น โดยธรรมชาติแล้ว ประเทศที่ต้องการควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของพลเมืองมักจะใช้ความพยายามเป็นพิเศษในการปิดกั้นพร็อกซี และเว็บไซต์ที่ให้เครื่องมือ หรือแนะนำวิธีการหลีกเลี่ยงการคัดกรองเนื้อหาด้วย

    ถึงแม้ว่าหลักประกันในการเข้าถึงข้อมูลโดยเสรีจะได้มีการรับรองไว้ใน ข้อ 19 แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แต่จำนวนของประเทศที่ปิดกั้นเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการคัดกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตได้แพร่กระจายไปทั่วโลก การเข้าถึงเครื่องมือเลี่ยงการคัดกรองเนื้อหาซึ่งได้ถูกสร้างขึ้น นำไปใช้ และเผยแพร่โดยนักกิจกรรม โปรแกรมเมอร์ และอาสาสมัคร

    ก่อนที่จะไปสำรวจวิธีหลบเลี่ยงการปิดกั้นเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต คุณควรทำความเข้าใจการทำงานของการคัดกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตก่อน การดูแผนภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบง่ายด้านล่างอาจช่วยได้

    การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ

    ขั้นแรกของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณโดยปกติแล้วจะกระทำผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(ISP) ทั้ง ที่บ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน ห้องสมุด หรือ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะมอบ ที่อยู่ไอพี(IP address)ให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งบริการบนอินเทอร์เน็ตต่างสามารถใช้ระบุตัวคุณและส่งข้อมูล เช่น อีเมล และ หน้าเว็บ ได้ตามที่คุณร้องขอ ใครก็ตามที่รู้ที่อยู่ไอพี ของคุณ จะรู้ว่าคุณอยู่ที่เมืองใด อย่างไรก็ตาม บางองค์กรที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอย่างดีในประเทศของคุณอาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อค้นหาตำแหน่งที่แน่ชัดของคุณได้

    • ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ จะรู้ว่าตึกไหนที่คุณอยู่ หรือโทรศัพท์สายไหนที่คุณกำลังใช้ถ้าคุณเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโมเด็ม
    • อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ห้องสมุด หรือบริษัทของคุณ จะรู้ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องไหนที่คุณกำลังใช้ในเวลานั้น และรู้ได้อีกว่าคุณเชื่อมต่อกับสัญญาณไร้สายจุดไหน
    • หน่วยงานรัฐบาล อาจรู้ข้อมูลรายละเอียดนี้ทั้งหมด เนื่องจากหน่วยงานรัฐมีอิทธิพลเหนือองค์กรที่กล่าวมาข้างบน

    ณ จุดนี้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณพึ่งพาโครงข่ายในประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงตัวคุณ เข้ากับโลก ในอีกปลายด้านหนึ่งของการเชื่อมต่อ เว็บไซต์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่คุณกำลังเข้าถึงก็ได้ดำเนินการผ่านกระบวนการที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ ได้รับที่อยู่ไอพีของตัวเอง จากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของตนเองในประเทศของตน แม้ในกรณีที่ไม่มีรายละเอียดทางเทคนิคเหล่านี้ แผนภาพพื้นฐานเช่นนี้ อาจช่วยให้คุณพิจารณาเครื่องมือต่างๆ ที่ทำให้คุณหลีกเลี่ยงการคัดกรองเนื้อหาและคงไว้ซึ่งสถานะนิรนามบนอินเทอร์เน็ตได้

    เว็บไซต์ถูกปิดกั้นอย่างไร

    เมื่อคุณเข้าไปชมหน้าเว็บไซต์ คุณได้แสดง ที่อยู่ไอพีของเว็บไซต์นั้นให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณเห็น และร้องขอให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อคุณเข้ากับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของเว็บเซิร์ฟเวอร์นั้น ถ้าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณไม่มีการคัดกรองเนื้อหา การทำงานของมันก็จะเป็นดังที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่หากคุณอยู่ในประเทศที่มีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะไปดูที่บัญชีดำของเว็บไซต์ต้องห้ามก่อน แล้วจึงตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามคำร้องขอของคุณหรือไม่

    ในบางกรณี อาจจะมีองค์กรกลางที่จัดการเรื่องการคัดกรองเนื้อหาแทนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บ่อยครั้งจะมี บัญชีดำที่มีชื่อโดเมน เช่น www.blogger.com มากกว่า จะเป็นที่อยู่ไอพี และในบางประเทศ ซอฟต์แวร์กลั่นกรองเนื้อหาจะจับตาดูการเชื่อมต่อของคุณ มากกว่าจะปิดกั้นอินเทอร์เน็ตแอดเดรสอย่างเฉพาะเจาะจง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้จะสแกนคำร้องขอของคุณและเว็บเพจที่จะส่งกลับมาที่คุณ โดยทำมองหาคำสำคัญที่มีความอ่อนไหว แล้วตัดสินใจว่าจะให้คุณดูหรือไม่

    ในกรณีที่แย่ไปกว่านั้น เมื่อหน้าเว็บถูกปิดกั้น คุณอาจจะไม่รู้ว่ามันถูกปิดกั้นอยู่ ในขณะที่โปรแกรมคัดกรองเนื้อหาบางอย่างจะแสดงผล “หน้าเว็บถูกปิดกั้น” ซึ่งมีข้อความอธิบายว่าทำไมหน้าเว็บนั้นจึงถูกปิดกั้น แต่ก็อาจจะแสดงผลเป็นข้อความที่ทำให้เข้าใจผิด หรืออาจจะชวนให้เข้าใจว่าไม่พบหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการหรือ สะกดผิด

    โดยทั่วไปแล้ว การคิดถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุดในการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตง่ายที่สุด ดีกว่าการพยายามค้นหาจุดอ่อนหรือจุดแข็งของเทคโนโลยีคัดกรองเนื้อหาอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในประเทศ กล่าวอีกในนัยหนึ่ง คุณควรตั้งสมมติฐานว่า

    • การจราจรอินเทอร์เน็ตของคุณถูกจับตาดูอยู่เพื่อค้นหาคำสำคัญ
    • การคัดกรองเนื้อหาโดยตรงในระดับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
    • เว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นอยู่ในบัญชีดำ ซึ่งอยู่ทั้งที่อยู่ไอพี และชื่อโดเมน
    • คุณอาจได้รับเหตุผลที่ไม่ชัดเจน หรือเหตุผลที่ไม่ถูกต้องอธิบายว่าทำไมเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นโหลดไม่ขึ้น

    เพราะว่าเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงที่มีประสิทธิภาพส่วนใหญ่ใช้ได้โดยไม่ต้องสนใจว่าวิธีคัดกรองเนื้อหา และคงไม่มีอะไรเสียหาย หากจะตั้งสมมติฐานในแง่ร้ายไว้ก่อน

    แมนซัวร์: ถ้าเช่นนั้น วันหนึ่งพี่พบว่า เข้าบล็อกของตัวเองไม่ได้ แต่เพื่อนที่อยู่ในประเทศอื่นยังคงเข้าถึงได้ตามปกติ แบบนี้หมายความว่ารัฐบาลปิดกั้นใช่ไหม

    แม็กดา: ก็ไม่จำเป็นเสมอไป อาจมีปัญหาบางอย่างที่กระทบกับคนที่พยายามเข้าถึงเว็บไซต์นั้นจากที่นี่ หรืออาจมีปัญหากับคอมพิวเตอร์ของพี่ที่แสดงเว็บเพจเฉพาะบางประเภทเท่านั้นก็ได้ แต่พี่ก็มาถูกทางแล้ว ลองเข้าไปดูบล็อกของพี่ได้ด้วยตัวเองโดยอาศัยเครื่องมือหลีกเลี่ยงทั้งหลาย เครื่องมือส่วนใหญ่เหล่านี้พึ่งพาเซิร์ฟเวอร์พร็อกซีภายนอก ซึ่งคล้ายกับการที่พี่ขอให้เพื่อนที่อยู่ในประเทศอื่นลองทดสอบเว็บไซต์นั้นแทน เพียงแต่ว่าวิธีนี้ พี่ได้ทดสอบด้วยตัวเอง

    ทำความเข้าใจวิธีหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์

    ถ้าคุณไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้โดยตรงเพราะว่าเว็บไซต์นั้นถูกปิดกั้น ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งดังที่อธิบายไว้ด้านบน คุณจะต้องหาทางเลี่ยงสิ่งกีดขวางเหล่านั้น เซิร์ฟเวอร์พร็อกซีที่ปลอดภัยซึ่งตั้งอยู่ในประเทศที่ไม่มีการคัดกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตเปิดทางอ้อมให้คุณ โดยดึงเอาหน้าเว็บที่คุณร้องขอ แล้วส่งหน้านั้นให้คุณ จากมุมมองของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(ISP) ของคุณ มันจะปรากฏเพียงแค่ว่าคุณกำลังสื่อสารอย่างปลอดภัยกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่รู้จัก (นั่นก็คือ เซิร์ฟเวอร์พร็อกซี) จากพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งบนอินเทอร์เน็ต

    แน่นอนว่า หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านการปิดกั้นเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตในประเทศของคุณ (หรือบริษัทที่อัปเดตข้อมูลล่าสุดแก่ซอฟต์แวร์คัดกรองเนื้อหา) ที่สุดแล้วอาจจะรู้ว่า “คอมพิวเตอร์ที่ไม่รู้จัก” ที่จริงก็คือพร็อกซีหลบเลี่ยงการปิดกั้น ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นที่อยู่ไอพี(IP address)ของพร็อกซีก็อาจถูกขึ้นบัญชีดำเสียเอง และไม่สามารถใช้งานได้ต่อไป อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วจะใช้เวลาพอสมควรในการที่ พร็อกซี จะถูกปิดกั้น และผู้ที่สร้างและอัปเดตเครื่องมือที่ใช้ในการเลี่ยงการปิดกั้นตระหนักถึงการคุกคามนี้อย่างดี โดยปกติพวกเขาจะโต้ตอบโดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือทั้งสองวิธี ดังต่อไปนี้

    • พร็อกซีซ่อนเร้น เป็นพร็อกซีที่ยากจะระบุตำแหน่งเจอ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมมันจึงเป็นเรื่องสำคัญในการใช้พร็อกซี ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย เพราะเตะตาน้อยกว่า อย่างไรก็ตามการเข้ารหัส เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีการนี้ ผู้ให้บริการพร็อกซี จะต้องระมัดระวังเมื่อเปิดเผยตำแหน่งให้กับผู้ใช้บริการรายใหม่ ถ้าผู้ใช้พร็อกซียังคงต้องการซ่อนเร้นพร็อกซีอยู่

    • พร็อกซี่แบบใช้แล้วทิ้งจะถูกแทนที่โดยพร็อกซีใหม่ได้อย่างรวดเร็วหากถูกปิดกั้น ในกรณีนี้กระบวนการแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบว่าจะหาพร็อกซีทดแทนได้อย่างอย่างไร อาจจะเป็นกระบวนการที่ปลอดภัยเฉพาะ เครื่องมือหลบเลี่ยงการปิดกั้นประเภทนี้จึงพยายามที่จะเผยแพร่พร็อกซีใหม่ให้เร็วกว่าการโดนปิดกั้น

    ในท้ายที่สุด ตราบเท่าที่คุณสามารถเข้าถึงพร็อกซีที่คุณไว้วางใจ เพื่อดึงเอาบริการบนอินเทอร์เน็ตที่คุณร้องขอ ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ ส่งคำร้องขอไปยังพร็อกซีดังกล่าวและตรวจดูด้วยแอปพลิเคชั่นอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสม โดยปกติแล้ว รายละเอียดของกระบวนการนี้จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ด้วยซอฟต์แวร์หลบเลี่ยงการปิดกั้นที่ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณ ด้วยการปรับแต่งการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของคุณ หรือ โดยชี้ให้เบราว์เซอร์ของคุณไปยังหน้าของพร็อกซี เครือข่ายนิรนามทอร์ (Tor)ดังที่จะอธิบายด้านล่างใช้วิธีการแรก จากนั้นเป็นการอธิบายถึงเครื่องมือหลบเลี่ยงที่พร็อกซี เดี่ยวพื้นฐาน ซึ่งเครื่องมือแต่ละอย่างมีรูปแบบการทำงานที่ต่างกันเล็กน้อย

    เครือข่ายนิรนามและเซิร์ฟเวอร์พร็อกซีพื้นฐาน

    เครือข่ายนิรนาม

    โดยปกติแล้วเครือข่ายนิรนามจะ “เด้ง” การจราจรอินเทอร์เน็ตของคุณไปรอบๆ ระหว่างพร็อกซีที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหลายพร็อกซีเพื่อปกปิดว่าคุณมาจากไหน และคุณพยายามเข้าถึงอะไร สิ่งนี้จะลดความเร็วในการดาวน์โหลดเว็บไซต์และบริการอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ตอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในกรณีของทอร์ (Tor) ในกรณีของทอร์ โปรแกรมนี้ให้วิธีที่ไว้วางใจได้ ปลอดภัย และเป็นสาธารณะในการหลบเลี่ยงการปิดกั้น ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลว่าผู้ให้บริการพร็อกซี ของคุณ และเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมไว้วางใจได้หรือไม่ ดังที่ได้กล่าวไว้เสมอ คุณต้องมั่นใจว่าได้เชื่อมต่อแบบเข้ารหัสHTTPSกับเว็บไซต์ที่ปลอดภัยก่อนที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลอ่อนไหว เช่น รหัสผ่าน และอีเมล ผ่านทางเบราว์เซอร์

    คุณจะต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อใช้ทอร์ (Tor) แต่ผลที่ได้คือ เครื่องมือที่ให้สถานะนิรนามแก่คุณและหลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์ ทุกครั้งที่คุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์ (Tor) คุณสุ่มเลือกเส้นทางผ่านทอร์ (Tor) พร็อกซี่ จะมีระบบรักษาความปลอดภัยสามพร็อกซี เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทั้งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(ISP)ของคุณ หรือ ตัวพร็อกซีเองก็ไม่อาจรู้ที่อยู่ไอพี (IP address)ของคอมพิวเตอร์ของคุณ และตำแหน่งของบริการบนอินเทอร์เน็ตที่คุณร้องขอได้ คุณอาจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือนี้ในคู่มือแนะนำทอร์

    ภาคปฏิบัติ: เริ่มต้นกับคู่มือแนะนำในการใช้ทอร์ – เครื่องมือสร้างสถานะนิรนามและหลบเลี่ยงเซ็นเซอร์

    จุดแข็งประการหนึ่งของทอร์คือ ไม่เพียงแค่ทำงานกับเบราว์เซอร์เท่านั้น แต่ยังทำงานกับซอฟต์แวร์อินเทอร์เน็ตได้หลากหลาย โปรแกรมอีเมล รวมทั้ง มอซิลลา ธันเดอร์เบิร์ด และโปรแกรมส่งข้อความแบบทันที รวมถึง พิดจิน ก็สามารถทำงานผ่านทอร์เพื่อเข้าถึงบริการที่ถูกคัดกรองเนื้อหาได้ หรือซ่อนการใช้บริการเหล่านั้นของคุณได้

    พร็อกซีพื้นฐานเพื่อหลบเลี่ยงเซ็นเซอร์

    มีคำถามสำคัญ 3 ข้อ ที่คุณต้องพิจารณาเมื่อเลือกพร็อกซีหลบเลี่ยงการปิดกั้นพื้นฐาน ประการแรกพร็อกซีนั้นเป็นเครื่องมือที่อยู่ในรูปแบบเว็บไซต์ หรือต้องการให้คุณเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า หรือติดตั้งซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ของคุณ คำถามที่สอง คือ ปลอดภัยหรือไม่ และคำถามที่สามคือ เป็นแบบส่วนตัวหรือสาธารณะ

    พร็อกซีที่เป็นเว็บไซต์และรูปแบบอื่นๆ

    พร็อกซีที่เป็นเว็บไซต์อาจเป็นพร็อกซีที่ใช้งานได้ง่ายที่สุด พร็อกซีแบบนี้ต้องการแค่ให้คุณใช้เบราว์เซอร์ของคุณเข้าไปที่หน้าเพจพร็อกซีและใส่ที่อยู่ของเว็บไซต์ที่ถูกคัดกรองเนื้อหาลงไปตามที่คุณต้องการอยากดู และคลิกปุ่มเดียวพร็อกซีแบบนี้ก็จะแสดงผลเนื้อหาที่คุณร้องขอภายในหน้าเว็บไซต์ คุณยังสามารถเข้าลิงก์ต่างๆ ได้ตามปกติหรือใส่ที่อยู่ใหม่เข้าไปในพร็อกซี หากคุณอยากดูหน้าเว็บไซต์อื่นๆ คุณไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าในของเบราว์เซอร์ ซึ่งหมายความว่าพร็อกซีที่เป็นรูปแบบเว็บไซต์

    • ใช้ง่าย
    • เข้าถึงได้จากคอมพิวเตอร์สาธารณะ เช่น คอมพิวเตอร์ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ซึ่งคอมพิวเตอร์เหล่านั้นอาจไม่ยอมให้คุณติดตั้งโปรแกรมหรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่างๆ
    • ค่อนข้างปลอดภัยหากคุณกังวลว่าจะโดน “จับ” ได้ว่ามีซอฟต์แวร์หลบเลี่ยงการปิดกั้นอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

    อย่างไรก็ตาม พร็อกซีแบบเว็บไซต์ ก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ มันอาจจะไม่แสดงหน้าเว็บที่ถูกต้องเสมอไป และพร็อกซีแบบนี้หลายเว็บก็ไม่สามารถเปิดเว็บไซต์ที่ซับซ้อนได้ รวมถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่เป็นเสียงหรือภาพ นอกจากนี้พร็อกซีแบบนี้จะทำงานช้าลงหากมีผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งนี่ก็อาจเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นกับพร็อกซีที่เป็นรูปแบบเว็บไซต์สาธารณะ และแน่นอนพร็อกซีที่เป็นรูปแบบเว็บไซต์จะทำงานได้เฉพาะเว็บไซต์เท่านั้น คุณไม่สามารถใช้โปรแกรมการส่งข้อความแบบทันที หรือ โปรแกรมรับส่งอีเมลเพื่อที่จะเข้าถึงบริการที่โดนปิดกั้นผ่านพร็อกซีแบบเว็บไซต์ได้ ถึงที่สุดแล้วพร็อกซีที่เป็นเว็บไซต์ที่ปลอดภัยนั้นมีข้อจำกัดเรื่องการรักษาความลับ ทั้งนี้เพราะว่าพร็อกซีเหล่านี้ต้องเข้าถึงและปรับแต่งข้อมูลที่ถูกส่งกลับมาหาคุณจากเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณอาจจะคลิกลิงก์ไม่ได้ โดยปราศจากพร็อกซีไม่ได้ จะกลายเป็นว่าคุณเชื่อมต่อโดยตรงกับหน้าเว็บเป้าหมาย เรื่องนี้จะได้อธิบายในหัวข้อต่อไป

    พร็อกซีอีกประเภทหนึ่งต้องการให้คุณติดตั้งโปรแกรมหรือกำหนดค่าที่อยู่พร็อกซีภายนอกให้กับเบราว์เซอร์หรือระบบปฏิบัติการของคุณ ในกรณีแรก โดยปกติแล้วโปรแกรมหลบเลี่ยงเซ็นเซอร์จะให้ทางเลือกแก่คุณว่า จะเปิดหรือปิดเครื่องมือซึ่งจะเป็นการบอกเบราว์เซอร์ของคุณว่าจะใช้พร็อกซีหรือไม่ ซอฟต์แวร์ในลักษณะนี้ยอมให้คุณเปลี่ยนพร็อกซีได้โดยอัตโนมัติ ถ้ามีพร็อกซีอันหนึ่งอันใดถูกปิด หากเป็นกรณีกำหนดค่าที่อยู่พร็อกซีภายนอกให้เบราว์เซอร์ หรือระบบปฏิบัติการของคุณ คุณต้องรู้ที่อยู่พร็อกซีที่ถูกต้อง ซึ่งอาจเปลี่ยนไปหากพร็อกซีนั้นถูกปิด หรือทำงานช้ามากจนใช้งานไม่ได้

    แม้ว่าพร็อกซีแบบนี้จะใช้งานได้ยากกว่าพร็อกซีแบบเว็บไซต์ วิธีหลบเลี่ยงการปิดกั้นนี้อาจจะแสดงหน้าเว็บที่ซับซ้อนได้ถูกต้องมากกว่า และอาจใช้เวลานานกว่าก่อนที่โปรแกรมจะทำงานช้าลงเมื่อมีคนเริ่มใช้เซิร์ฟเวอร์ของพร็อกซีนั้นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้พร็อกซีแบบนี้ยังอาจพบได้ในอินเทอร์เน็ตแอปพลิเคชั่นต่างๆ จำนวนมาก ตัวอย่างเช่น พร็อกซีHTTP สำหรับเบราว์เซอร์พร็อกซีSOCKS สำหรับอีเมล และโปรแกรมสนทนา และพร็อกซีVPN ซึ่งสามารถเปลี่ยนเส้นทางการจราจรอินเทอร์เน็ตของคุณเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการคัดกรองเนื้อหาได้

    พร็อกซีที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย

    ในบทนี้ พร็อกซีที่ปลอดภัยหมายถึง พร็อกซีที่รองรับการเชื่อมต่อที่มีการเข้ารหัสจากผู้ใช้ และพร็อกซีที่ไม่ปลอดภัย ยังคงให้คุณหลบเลี่ยงระบบการคัดกรองเนื้อหาแบบต่างๆได้ แต่จะทำงานไม่ได้หากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณถูกตรวจสอบเพื่อหาคำสำคัญ หรือที่อยู่เว็บไซต์เฉพาะเจาะจงเว็บใดเว็บหนึ่ง ดังนั้นการใช้พร็อกซีที่ไม่มีความปลอดภัยจึงเป็นความคิดที่ไม่ดีนัก เมื่อต้องการเข้าถึงเว็บไซต์ที่เข้ารหัสไว้เป็นปกติ เช่น อีเมล หรือ เว็บไซต์ของธนาคาร หากใช้พร็อกซีแบบนี้ คุณอาจเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหวซึ่งโดยปกติแล้วต้องปิดบังไว้ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ปกติแล้วพร็อกซีที่ไม่ปลอดภัยจะตกเป็นเป้าของผู้ที่อัปเดตซอฟต์แวร์กลั่นกรองเนื้อหาเป็นประจำ ซึ่งจะค้นพบและปิดกั้น ในท้ายที่สุด พร็อกซีที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เร็ว และปลอดภัยนั้นมีอยู่ แต่มีเหตุผลน้อยมากที่จะเลือกใช้พร็อกซีแบบไม่ปลอดภัย

    คุณจะรู้ว่าพร็อกซีแบบเว็บไซต์นั้นปลอดภัยเมื่อคุณเข้าถึงเว็บของพร็อกซีนั้นได้ โดยใช้ HTTPSเช่นเดียวกับบริการอีเมลที่อาจรองรับการเชื่อมต่อแบบปลอดภัยและไม่ปลอดภัย ดังนั้นคุณควรแน่ใจว่าใช้ที่อยู่ที่ปลอดภัย ในกรณีนี้สิ่งที่อาจเกิดขึ้น คือ คุณอาจถูกร้องขอให้ยอมรับ “คำเตือนใบรับรองความปลอดภัย” (security certificate warning) จากเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อที่จะดำเนินการต่อไปได้ กรณีเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับ พร็อกซี พีซไฟร์ (Peacefire proxy) ดังที่จะได้อธิบายข้างล่าง คำเตือนเช่นนี้บอกคุณว่าใครบางคน เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของคุณ หรือ นักเจาะระบบ อาจทำการเฝ้าจับตาการเชื่อมต่อไปยังพร็อกซีของคุณ ถึงแม้จะมีคำเตือนเหล่านี้ แต่การใช้พร็อกซีที่มีความปลอดภัยทุกครั้งที่เป็นไปได้ก็ยังเป็นความคิดที่ดี อย่างไรก็ตาม เมื่อพึ่งพาพร็อกซีดังกล่าวในการเลี่ยงการปิดกั้น คุณควรหลีกเลี่ยงการเข้าชมเว็บไซต์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเว้นแต่ว่าคุณได้ตรวจสอบความถูกต้องลายนิ้วมือ SSL ของ พร็อกซี นั้นแล้ว ด้วยเหตุนี้ คุณอาจต้องหาช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัยกับผู้ดูแลพร็อกซีจะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่ใส่รหัสผ่านหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลอ่อนไหวในขณะที่ใช้เว็บพร็อกซี

    คุณควรหลีกเลี่ยงการเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวผ่านทางพร็อกซีแบบเว็บไซต์ เว้นแต่ว่าคุณเชื่อใจผู้ที่ดำเนินการพร็อกซีนั้น ไม่ว่าคุณเห็นคำเตือนใบรับรองความปลอดภัยหรือไม่เมื่อคุณเข้าไปในเว็บพร็อกซี แม้กระทั่งในกรณีที่คุณรู้จักผู้ดำเนินการพร็อกซีดีพอที่จะตรวจสอบความถูกต้องของลายนิ้วมือของเซิร์ฟเวอร์ก่อนที่จะยอมรับคำเตือนผ่านเบราว์เซอร์ เมื่อคุณใช้เซิร์ฟเวอร์พร็อกซี เดี่ยวหลบเลี่ยงการปิดกั้น ผู้ดูแลพร็อกซีนั้นรู้เสมอว่าที่อยู่ไอพี ของคุณคืออะไร และรู้ได้อีกว่าคุณได้เข้าชมเว็บไซต์ใด อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญไปกว่านั้นหากเป็นพร็อกซีแบบเว็บไซต์ ผู้ดำเนินการที่ไม่ประสงค์ดีอาจเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่เดินทางผ่านระหว่างเบราว์เซอร์ของคุณกับเว็บไซต์ที่คุณเข้าไปชม รวมถึงเนื้อหาทั้งหมดในอีเมลและรหัสผ่านของคุณ

    สำหรับพร็อกซีที่ไม่อยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ คุณอาจต้องศึกษาเล็กน้อยว่า มันรองรับการเชื่อมต่ออย่างปลอดภัยหรือไม่ พร็อกซีและเครือข่ายนิรนามทั้งหมดที่แนะนำในบทนี้ปลอดภัย

    พร็อกซีส่วนตัวและพร็อกซีสาธารณะ

    พร็อกซีสาธารณะยอมรับการเชื่อมต่อจากใครก็ได้ ในขณะที่พร็อกซีส่วนตัว โดยปกติแล้วต้องการชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ในขณะที่พร็อกซีสาธารณะมีข้อดีอย่างเห็นได้ชัด คือเปิดให้ใช้บริการอย่างอิสระ แต่ถ้าหากมีคนพบพร็อกซีสาธารณะนั้น ก็มีแนวโน้มที่จะมีคนมาใช้บริการหนาแน่นรวดเร็ว ส่งผลให้แม้ว่าพร็อกซีสาธารณะนั้นจะมีความสลับซับซ้อนทางเทคนิค และได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีเหมือนพร็อกซีส่วนตัว พร็อกซี สาธารณะก็มักจะทำงานค่อนข้างช้า ท้ายที่สุดพร็อกซีส่วนตัวซึ่งอาจดำเนินการโดยบริษัทแสวงหากำไร หรือผู้ดูแลระบบซึ่งสร้างบัญชีให้กับผู้ใช้ที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือทางสังคม ด้วยเหตุนี้การดูว่าเหตุจูงใจของผู้ดำเนินการพร็อกซีส่วนตัวคืออะไรเป็นเรื่องง่าย อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรทึกทักเอาว่าด้วยเหตุนี้พร็อกซีส่วนตัวโดยพื้นฐานแล้วมีความน่าเชื่อถือมากกว่า ทั้งหมดนี้ แรงจูงใจในการแสวงหากำไรได้เคยทำให้ผู้ให้บริการออนไลน์เปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการมาแล้วในอดีต

    โดยทั่วไปพร็อกซีสาธารณะที่ไม่ปลอดภัยจะหาได้จากการค้นหาคำอย่างเช่น “public proxy” จากเว็บค้นหา แต่คุณไม่ควรใช้พร็อกซีที่ได้จากการค้นหาแบบนี้ หากมีทางเลือก ถ้าคุณจะเลือกใช้พร็อกซีส่วนตัวที่ปลอดภัย ซึ่งดำเนินการโดยบุคคลผู้ซึ่งคุณรู้จักและเชื่อใจจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักส่วนตัวหรือรู้จักชื่อเสียงของเขา และผู้ที่มีความสามารถทางเทคนิคในการรักษาเซิร์ฟเวอร์ให้ปลอดภัย คุณใช้พร็อกซีที่เป็นเว็บไซต์หรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการและความชอบของคุณ ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณใช้พร็อกซีหลบเลี่ยงการปิดกั้น การใช้เบราว์เซอร์ ไฟร์ฟอกซ์และติดตั้งโปรแกรมเสริมโนสคริปท์ (NoScript) อย่างที่ได้อธิบายไว้ในคู่มือแนะนำการใช้ไฟร์ฟอกซ์ เป็นความคิดที่ดี เพราะจะช่วยปกป้องคุณจากทั้งพร็อกซี ประสงค์ร้าย และจากเว็บไซต์ที่พยายามค้นหาที่อยู่ไอพี ที่แท้จริงของคุณ ท้ายที่สุด ให้ระลึกไว้เสมอว่าแม้แต่พร็อกซีที่มีการ เข้ารหัสก็ไม่อาจทำให้เว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัยกลายเป็นเว็บไซต์ที่ปลอดภัยขึ้นมาได้ คุณควรต้องมั่นใจเสมอว่าคุณใช้การเชื่อมต่อแบบ HTTPS ก่อนที่จะส่งหรือรับข้อมูลอ่อนไหว

    ถ้าคุณหาบริการพร็อกซีที่ดำเนินการโดยบุคคล องค์กร หรือบริษัทที่คุณเห็นว่าน่าเชื่อถือไม่ได้ เสียค่าบริการไม่ได้ และสามารถเข้าถึงได้จากประเทศของคุณ คุณอาจลองพิจารณาใช้เครือข่ายนิรนาม ทอร์ซึ่งได้อธิบายไว้ด้านบนภายใต้หัวข้อเครือข่ายนิรนาม

    พร็อกซีหลบเลี่ยงการปิดกั้นแบบเฉพาะเจาะจง

    ด้านล่างเป็นเครื่องมือและพร็อกซี ที่ช่วยให้คุณหลบเลี่ยงการคัดกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตได้ เครื่องมือหลบเลี่ยงใหม่ๆ ถูกผลิตขึ้นเป็นประจำ และเครื่องมือที่มีอยู่แล้วก็ได้รับการอัปเดตเป็นประจำ ดังนั้นคุณควรเข้าไปชมเว็บไซต์ของชุดเครื่องมือปลอดภัยทันใจและแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่กล่าวถึงในหัวข้อ เอกสารอ่านเพิ่มเติม เพื่อเรียนรู้เพิ่มขึ้น

    พร็อกซีแบบเครือข่ายส่วนตัวเสมือน(Virtual Private Network-VPN):

    พร็อกซี VPN ดังรายชื่อด้านล่าง คุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งหมดผ่านพร็อกซีในขณะที่คุณ “เชื่อมต่อ” สิ่งนี้มีประโยชน์ เมื่อคุณต้องใช้บริการอีเมลหรือการส่งข้อความแบบทันทีซึ่งอาจถูกปิดหรือถูกคัดกรองเนื้อหาในประเทศของคุณ

    ไรซ์อัพ VPN เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ใช้ที่มีบัญชีอีเมลบนเซิร์ฟเวอร์ของ ไรซ์อัพ กลุ่มเครื่องมือนี้สามารถทำให้คุณเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ของไรซ์อัพที่มีความปลอดภัย เป็นส่วนตัว และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โปรดอ่าน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไรซ์อัพ VPN และวิธีเชื่อมต่อ

    ยัวร์-ฟรีดอม(Your-Freedom) เป็นพร็อกซีเลี่ยงการปิดกั้นที่เป็นส่วนตัว ปลอดภัย และทำงานในระบบ VPN/SOCKS มันเป็นฟรีแวร์ที่สามารถใช้เพื่อเข้าถึงบริการหลบเลี่ยงการปิดกั้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีข้อจำกัดในเรื่องแบนวิธ (bandwidth) และระยะเวลาที่คุณจะสามารถใช้ได้ (3 ชั่วโมงต่อวัน และ 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) คุณยังสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมในการเข้าถึงบริการเชิงพาณิชย์ซึ่งเร็วกว่าและมีข้อจำกัดน้อยกว่าได้ ในการที่จะใช้ ยัวร์ฟรีดอม คุณต้องดาวน์โหลดเครื่องมือ และสร้างบัญชีขึ้นมา ซึ่งคุณทำทั้งสองอย่างได้บนเว็บไซต์ของยัวร์-ฟรีดอม คุณอาจต้องเข้าไปกำหนดค่าเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อที่จะใช้พร็อกซีOpenVPN เมื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต คุณสามารถ อ่านเพิ่มเติมได้ในเอกสารของยัวร์-ฟรีดอม

    ฟรีเกต (Freegate)เป็นฟรีแวร์พร็อกซีเลี่ยงการปิดกั้นที่มีลักษณะสาธารณะ ปลอดภัย และทำงานในระบบ VPN ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดของฟรีเกทได้ (http://www.dit-inc.us/freegate) หรือ[อ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ได้(http://www.addictivetips.com/windows-tips/freegate-lets-you-access-blocked-websites-at-optimal-speed/)

    ซีเคียวริตี้ คิส(SecurityKISS)เป็นฟรีแวร์พร็อกซี เลี่ยงการปิดกั้นที่มีลักษณะสาธารณะ ปลอดภัย และทำงานในระบบ VPN ในการใช้งานคุณต้องดาวน์โหลดและเปิดโปรแกรมฟรีนี้ แต่คุณไม่ต้องลงทะเบียนสร้างบัญชี บริการฟรีถูกจำกัดการใช้งานอยู่ที่ 300 เมกาไบต์ต่อวัน และจะมีการใช้งานหนาแน่นขึ้น สำหรับผู้ใช้บริการที่เสียค่าใช้จ่ายจะได้ใช้งานแบบไม่มีข้อจำกัดและใช้เซิร์ฟเวอร์ VPN ได้มากกว่า โปรดดูโฮมเพจของซีเคียวริตี้คิสสำหรับรายละเอียด.

    <!-- Psiphon1 may be a good option if you know someone who has a Windows computer that she leaves on, running and connected to a fast, unfiltered Internet connection in another country. In order to use Psiphon, you must ask this person to download the program from the Civisec webpage, install it, create an account for you, and send you the proxy's IP address along with your username and password. This will give you access to your own personal account on a trusted, secure, private, web-based circumvention proxy. Before using it, however, you should verify the proxy's fingerprint as discussed in the Secure and insecure proxies section, above, and in Appendix C of the included Psiphon User's Guide. -->

    ไซฟอน3(Psiphon3)เป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงการปิดกั้นแบบสาธารณะด้วยเทคโนโลยีพร็อกซีแบบ VPN SSH และ HTTP คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีการปิดกั้น ซึ่งคุณต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมจากโฮมเพจไซฟอน3 และเปิดโปรแกรมให้ทำงาน และเลือกว่าคุณจะใช้งาน VPN SSH SSH+ ไซฟอน3 ทำงานกับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ โปรดดูโฮมเพจ สำหรับรายละเอียด

    เว็บพร็อกซี:

    พีซไฟร์ (Peacefire)รวมพร็อกซีที่เป็นรูปแบบเว็บไซต์สาธารณะไว้จำนวนมาก ซึ่งมีทั้งแบบที่มีระบบรักษาความปลอดภัยและแบบไม่มีขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้อะไร เมื่อใช้ พีซไฟร์พร็อกซี คุณต้องใส่ที่อยู่ HTTPS เพื่อที่จะได้เชื่อมต่อได้อย่างปลอดภัยระหว่างตัวคุณกับตัวพร็อกซี จะมีการประกาศรายชื่อพร็อกซีใหม่ๆ ไปยังอีเมลตามรายการที่ได้ลงทะเบียนขอไว้เป็นประจำ คุณอาจลงทะเบียนเพื่อขอรับข้อมูลล่าสุดได้ที่เว็บไซต์พีซไฟร์

    เอกสารอ่านเพิ่มเติม

    • ดูบทที่ 2.5 การสอดส่องและการเฝ้าจับตาบนอินเทอร์เน็ต และ 2.6 การเลี่ยงการปิดกั้นเนื้อหาในหนังสือ Digital Security and Privacy Manual for Human Rights Defenders book.
    • เว็บไซต์คู่มือ FLOSS มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงการปิดกั้นเนื้อหา How to Bypass Internet Censorship
    • ใน Internet Censorship Wiki ที่เขียนโดย Freerk, หาอ่านได้ในภาคภาษาอังกฤษ เยอรมัน และสเปน
    • CitizenLab ได้เผยแพร่ Everyone's guide to by-passing Internet Censorship ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาพม่า อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย สเปน และอูรดู
    • Reporters Without Borders ได้ออกหนังสือ Handbook for Bloggers and Cyberdissidents พิมพ์ครั้งที่สอง ซึ่งสามารถหาอ่านได้ในภาษาอารบิก พม่า จีน อังกฤษ ฟาร์ซี ฝรั่งเศส รัสเซีย และสเปน
    • Ethan Zuckerman แห่ง Global Voices Online ได้จัดพิมพ์คู่มือที่มีประโยชน์ชื่อ Anonymous Blogging with Wordpress and Tor.