ไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) และส่วนเสริมเพื่อการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ - เบราเซอร์ที่ปลอดภัย

โพสแล้ว10 August 2016

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    มอซิลลา ไฟร์ฟอกซ์ (หรือรู้จักกันทั่วไปในชื่อ ไฟร์ฟอกซ์) เป็นเว็บเบราเซอร์เสรีและเป็นโอเพ่นซอร์ส ซึ่งมีโปรแกรมเสริมหรือส่วนเสริม (add-ons) มากมายที่เพิ่มความสามารถให้กับโปรแกรมหลัก รวมถึงประเภทที่ถูกออกแบบให้รักษาความเป็นส่วนตัวและ ความปลอดภัยของคุณให้มากยิ่งขึ้นเมื่อไรก็ตามที่คุณท่องเว็บ

    สิ่งที่ควรอ่าน

    สิ่งที่คุณจะได้จากคู่มือนี้

    • เบราเซอร์ที่เสถียร และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจากการใช้โปรแกรมเสริม
    • ความสามารถในการป้องกันตัวเองจากโปรแกรมและเว็บไซต์ที่เป็นอันตราย
    • ความสามารถในการลบร่องรอยการดิจิตอลจากการท่องเว็บของคุณ

    1. บทนำของไฟร์ฟอกซ์

    คำแนะนำในบทนี้คาดไว้ว่าคุณจะทราบวิธีการใช้เว็บเบราว์เซอร์แล้วจึงจะไม่อธิบายวิธีการใช้งานเบราเซอร์และฟังก์ชั่นพื้นฐานของไฟร์ฟอกซ์อีก จึงจะอธิบายแต่วิธีตั้งค่าความ ปลอดภัยและวิธีการใช้งานของโปรแกรมเสริมเท่านั้น

    1.0. สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับไฟร์ฟอกซ์ก่อนเริ่มใช้งาน

    ไฟร์ฟอกซ์สนับสนุน ส่วนเสริม (add-ons) หลายโปรแกรมที่ใช้ได้ง่ายและสามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยให้กับคุณเวลาท่องเว็บ คุณสามารถเลือกติดตั้งส่วนเสริม และตัดสินใจว่าจะตั้งค่ามันอย่างไรขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณ ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกจัดการโดยผู้อื่น (ที่อินเตอร์เนทคาเฟ่ หรือที่ทำงาน) คุณอาจต้องทำการปรับค่าใหม่หลายครั้ง

    นอกเหนือจากการตั้งค่าพื้นฐานของไฟร์ฟอกซ์ คู่มือนี้อธิบายรวมถึงวิธีการติดตั้งโปรแกรมและการตั้งค่ามาตรฐานของโปรแกรมเสริมดังต่อไปนี้

    ทางแทคทิเคิล เทค (Tactical Tech) ได้รวบรวมข้อมูลเกียวกับส่วนเสริม ที่สามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวของเบราเซอร์ไว้ที่ App Centre

    สำคัญ: การติดต่อของมัลแวร์และสปายแวร์นั้นส่วนมากมาจากเว็บไซต์ ดังนั้นการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าการเข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่รู้จักนั้นปลอดภัยเพียงพอหรือไม่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะการเข้าเว็บไซต์ที่ทำการส่งมาทางอีเมล ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเปิดเว็บไซต์ใดก็ตามเราแนะนำว่าคุณควรสแกนที่อยู่เว็บนั้นๆด้วยเครื่องมือแสกนเว็บไซต์ (url scanners) ข้างล่างนี้:

    และนอกจากนั้นคุณสามารถเช็คชื่อเสียงของเว็บไซต์ได้โดยใช้สแกนเนอร์ตามนี้:

    1.1 โปรแกรมอื่นที่ใกล้เคียงกับไฟร์ฟอกซ์

    โปรแกรมที่ใกล้เคียงและทางเลือกสำหรับระบบปฏิบัติการอื่นๆ

    เบราเซอร์มอซิลล่าไฟร์ฟอกซ์ สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการ GNU ลีนุกซ์, ไมโครซอฟ วินโดว์ส, แมคOS และระบบปฏิบัติการอื่นๆ เว็บไซต์คือช่องทางหลักของการแพร่ระบาดของมัลแวร์ ดังนั้นการเข้าไปอย่างปลอดภัยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เราแนะนำให้คุณใช้ มอซิลล่า ไฟร์ฟอกซ์ และติดตั้งโปรแกรมเสริมที่อธิบายครอบคลุมไว้ในคู่มือนี้ หากคุณต้องการที่จะใช้โปรแกรมอื่นที่ไม่ใช่ มอซิลล่า ไฟร์ฟอกซ์ ตัวเลือกต่างๆมีให้เลือกใช้ได้บนระบบปฏิบัติการ GNU ลีนุกซ์, ไมโครซอฟ วินโดว์ส, แมคOS:

    2. การติดตั้ง, ตั้งค่า และใช้งานไฟร์ฟอกซ์

    หลายเวอร์ชั่นของลีนุกซ์มักจะติดตั้งไฟร์ฟอกซ์มาไว้แล้ว และส่วนมากมักจะมีระบบ package management หรือ software center ที่ทำให้การติดตั้งหรืออัพเดทไฟร์ฟอกซ์นั้นง่ายยิ่งขึ้น (รวมไปถึงซอฟแวร์อื่นๆที่ใช้ได้กับโปรแกรม)

    เคล็กลับ. หลายๆเวอร์ชั่นของลีนุกซ์มักจะมีไฟร์ฟอกซ์เวอร์ชั่นที่เป็นอิสระจากเครื่องหมายการค้า (trademark-free) ที่เรียกว่า Iceweasel ซึ่งจริงๆแล้วก็คือโปรแกรมเดียวกันแค่ต่างที่ชื่อเรียกเท่านั้น

    2.1. ติดตั้งและอัพเดทไฟร์ฟอกซ์

    คุณน่าจะมีไฟร์ฟอกซ์ (หรือ Iceweasel) ติดตั้งไว้แล้ว แต่ถ้ายังไม่มี — หรือคุณต้องการอัพเดทมัน— คุณสามารถทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้ การที่ใช้เบราเซอรืที่อัพเดทนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ไฟร์ฟอกซ์นั้นอัพเดทได้ง่ายมากถ้าคุณติดตั้งระบบ package management หรือ software center เราแนะนำให้คุณใช้วิธีหนึ่งในสองที่แนะนำไว้ด้านล่าง แต่หากคุณต้องการใช้ไฟร์ฟอกซ์เวอร์ชั่นล่าสุด — หรือคุณต้องการติดตั้งไฟร์ฟอกซ์สำหรับ การใช้แบบพกพา (ตัวอย่างเช่น ใน USB แฟลชไดร์ฟ)— ซึ่งในบท ติดตั้งไฟร์ฟอกซ์โดยตรงจากผู้พัฒนาโปรแกรมได้อธิบายขั้นตอนไว้แล้ว

    เคล็ดลับ: ปกติแล้วการใช้เวอร์ชั่นล่าสุดของซอฟแวร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยรวมถึงแว็บเบราเซอร์นั้นเป็นสิ่งที่ดี อย่างไรก็ดี security updates สำหรับเวอร์ชั่น “เก่า” ของไฟร์ฟอกซ์ได้ถูกรวมไว้ในระบบ package management และsoftware centers ในหลายเวอร์ชั่นของลีนุกซ์ เพราะเหตุนี้ — และเพราะว่าเวอร์ชั่นต่างๆที่ว่านี้สามารถอัพเดทได้ง่าย — เราจึงแนะนำให้คุณติดตั้งแล้วอัพเดทไฟร์ฟอกซ์โดยใช้ระบบpackage management หรือ software center ที่ติดตั้งมาให้กับระบบ

    2.1.1 (ทางเลือก) ติดตั้งหรืออัพเดทไฟร์ฟอกซ์โดยใช้ commandline package manager

    หากคุณต้องการติดตั้งหรืออัพเดทไฟร์ฟอกซ์โดยใช้ apt ใน commandline package manager ที่มาพร้อมกับหลายๆเวอร์ชั่นของลีนุกซ์ (รวมทั้ง Debian และ Ubuntu) โปรดทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. เปิด Terminal

    ขั้นที่ 2. รัน คำสั่งต่อไปนี้ใน Terminal

    sudo apt-get update

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านที่คุณใช้ล็อคอินเข้าคอมพิวเตอร์ และกด Enter

    ขั้นตอนนี้จะช่วยอัพเดทรายการซอฟแวร์ที่ package manager รู้ว่าจะต้องติดตั้งหรืออัพเดท

    ขั้นที่ 4. รัน หนึ่งในคำสั่งต่อไปนี้ใน Terminal

    • sudo apt-get install firefox
    • sudo apt-get install iceweasel

    2.1.2 (ทางเลือก) ติดตั้งหรืออัพเดทไฟร์ฟอกซ์โดยใช้ "software center"

    อัพเดทไฟร์ฟอกซ์โดยใช้แอพ software center ได้โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    เคล็ดลับ: คู่มือในส่วนนี้นั้นใช้ Ubuntu ของลีนุกซ์ ซึ่งเวอร์ชั่นอื่นของลีนุกซ์อาจจะใช้ software center แทน และบางเวอร์ชั่นของ Debian จะใช้แอพที่ชื่อว่า Synaptic Package Manager แทนซึ่งมีฟังก์ชั่นคล้ายกัน และหากคุณหา Firefox ไม่เจอ คุณสามารถเซิร์ชโดยใช้ชื่ออื่นเช่น Iceweasel และอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งสองคือโปรแกรมเดียวกันแต่ต่างชื่อเท่านั้น

    ขั้นที่ 1. เปิด Software Center

    รูปที่ 1: อุบันตูซอฟแวร์เซนเตอร์ (The Ubuntu Software Center)

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก ที่แถบ Search

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ "Firefox"

    รูปที่ 2: ค้นหาไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 4. คลิ้ก ที่เขียนว่า Firefox Web Browser

    รูปที่ 3: Software Center แสดงให้เห็นว่าไฟร์ฟอกซ์ได้ถูกติดตั้งแล้ว

    หากปุ่มทางด้านขวาเขียนไว้ว่า [ติดตั้ง] นั้นหมายความว่าคุณสามารถติดตั้งไฟล์ฟอกซ์ได้ แต่หากเขียนไว้ว่า [ถอดถอน] นั้นหมายความว่าไฟร์ฟอกซ์ได้ถูกติดตั้งไว้แล้ว และแม้ว่าไฟร์ฟอกซ์จะถูกติดตั้งไว้แล้ว คุณควรที่จะตรวจสอบว่าเวอร์ชั่นที่มีนั้นอัพเดทแล้วตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 5. เปิด แอพพลิเคชั่น Software Updater ที่มาพร้อมกับลีนุกซ์ของคุณ (ถ้าหากคุณไม่มี โปรดดูที่บท ติดตั้งหรืออัพเดทไฟร์ฟอกซ์โดยใช้ commandline package manager) โปรแกรมจะอัพเดทรายการซอฟแวร์ที่จะต้องติดตั้งหรืออัพเดทโดยอัตโนมัติ

    รูปที่ 4: Ubuntu's Software Updater ได้อัพเดทรายชื่อของซอฟแวร์แล้ว

    เมื่อขั้นตอนนี้สำเร็จ โปรแกรมจะแจ้งให้คุณทราบหากพบว่าซอฟแวร์ในคอมพิวเตอร์ของคุณ (รวมทั้งไฟร์ฟอกซ์) นั้นไม่อัพเดท

    รูปที่ 5: Ubuntu's Software Updater แจ้งว่าซอฟแวร์ทุกอันนั้นอัพเดทแล้ว

    หากคุณได้อัพเดทแล้ว คลิ้ก [OK] แต่หากมีซอฟแวร์ไหนที่คุณต้องอัพเดทเพิ่มเติม เราแนะนำให้คุณทำตามคู่มือ Software Updater's และอัพเดท ทุกอย่าง คุณควรรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์หลังจากทำตามขั้นตอนสำเร็จแล้ว

    2.1.3 (ตัวเลือก) ติดตั้งไฟร์ฟอกซ์โดยตรงจากผู้พัฒนาโปรแกรม

    เพื่อติดตั้งเวอร์ชั่นที่ล่าสุดและที่เสถียรของไฟร์ฟอกซ์เวอร์ชั่นภาษาไทยโดยตรงจากผู้พัฒนาโปรแกรม ให้คุณทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. ไปที่ หน้าดาวน์โหลดของไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 1: เว็บไซต์ของมอซิลล่าไฟร์ฟอกซ์สำหรับดาวน์โหลดเบราเซอร์ในภาษาต่างๆ

    ขั้นที่ 2. ไปที่ กล่อง Search languages แล้ว พิมพ์ ว่า “Thai” หรือ “ไทย” แล้วคลิ้กที่ปุ่ม Search จากนั้นให้คลิ้กที่ลิ้งดาวน์โหลดสำหรับระบบปฏิบัติการของคุณข้างล่าง (ยกตัวอย่างเช่น ลีนุกซ์ 64-bit)

    ขั้นที่ 3. จัดเก็บแฟ้มไฟล์ดังกล่าวไว้ในที่ๆสะดวก เช่น บน พื้นโต๊ะ หรือในแฟ้ม Documents

    ในบทนี้ เราคิดว่าแฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์ของคุณอยู่บน พื้นโต๊ะ

    ขั้นที่ 4. ไปที่ แฟ้มที่คุณเก็บแฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์เอาไว้

    รูปที่ 2: แฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 5. คลิ้กสองครั้ง ที่แฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์เพื่อเข้าไปในนั้น

    รูปที่ 3: ข้างในแฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [แตก] เพื่อเลือกตำแหน่งสำหรับแฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 4: เลือกตำแหน่งที่ต้องการจะแยกแฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์เอาไว้

    ขั้นที่ 7. ไปที่ ตำแหน่งที่คุณต้องการจะแยกแฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์เอาไว้

    ขั้นที่ 8. คลิ้ก [แตก] เพื่อแยกแฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 5: ระหว่างแยกแฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 9. คลิ้ก [ปิด] เพื่อกลับไปสู่แฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 6: ภายในแฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 10. คลิ้ก ที่ X ที่อยู่ด้านมุมขวาบนเพื่อปิดแฟ้มไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 11. ไปที่ ตำแหน่งที่คุณแยกแฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

    รูปที่ 7: แฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 12. เข้าไปในแฟ้มโปรแกรม Firefox

    รูปที่ 8: ภายในแฟ้มโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 13. คลิ้กขวา ที่ไฟล์ firefox เพื่อเปิดเบราเซอร์ไฟร์ฟอกซ์

    ไฟร์ฟอกซ์จะถามคุณว่าคุณต้องการให้ไฟร์ฟอกซ์เป็นเบราเซอร์ปริยายหรือไม่ ตามภาพข้างล่าง

    รูปที่ 9: หน้าจอ "เบราเซอร์ปริยาย" ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 14. (ตัวเลือก) กาออก ตรวจสอบตัวเลือกนี้เสมอเมื่อเปิดใช้ไฟร์ฟอกซ์

    เคล็ดลับ. หากคุณวางแผนว่าจะใช้ตัวติดตั้งนี้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น คุณควรเลือกที่จะ กาออก ที่กล่องนี้

    ขั้นที่ 15. คลิ้ก ที่ [ไม่ใช่ตอนนี้] หรือที่ [ตั้งไฟร์ฟอกซ์เป็นเบราเซอร์ปริยาย] เพื่อเปิดเบราเซอร์ไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 10: หน้าต่างเบราเซอร์ของไฟร์ฟอกซ์

    2.2. ตั้งค่าเสิร์ชเอนจิ้น

    คุณสามารถตั้งค่าให้ ไฟร์ฟอกซ์ ใช้เสิร์ชเอนจิ้นตามที่คุณต้องการได้ โดยทำตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1: เลือกที่ปุ่มด้านมุมขวาบน เปิดเมนู > ตัวเลือก > ค้นหา ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 1: การตั้งค่าค้นหาในไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 2: คลิ้ก ค้นหา ในแถบที่อยู่ด้านข้างในหน้าจอ การตั้งค่า

    ตอนนี้คุณสามารถเลือกเสิร์ชเอนจินมาตรฐานของและตัดสินใจว่าเสิร์ชเอนจินอันไหนเพิ่มเติมที่สามารถใช้ผ่านกล่องค้นหาของไฟร์ฟอกซ์ได้ เราแนะนำ DuckDuckGo ให้คุณใช้เป็นเสิร์ชเอนจินมาตรฐานเพราะว่ามันไม่ ติดตาม, สร้างโปรไฟล์ของผู้ใช้งาน หรือแบ่งข้อมูลของผู้ใช้ให้กับบุคคลที่สาม

    นอกจากนั้นยังมีเสิร์ชเอนจินอื่นๆที่คุณสามารถเลือกไว้ในรายการตัวเลือกของเสิร์ชเอนจินในแถบเครื่องมือ (toolbar) ของไฟร์ฟอกซ์ เช่น:

    2.3. ตั้งค่าที่ตัวเลือกความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของไฟร์ฟอกซ์ได้โดยการทำตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1: เลือกที่ปุ่มด้านมุมขวาบน เปิดเมนู > ตัวเลือก > ความเป็นส่วนตัว ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 1: ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 2: คลิ้กที่ ความเป็นส่วนตัว ข้างในจอ การตั้งค่า

    คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของ ไฟร์ฟอกซ์ ที่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว, การตามรอยโดยบุคคลที่สาม และประวัติการท่องเว็บ โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 3. การที่เว็บไซต์หลายแห่งเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับคุณไว้และยอมให้บุคคลที่สามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการท่องเว็บของคุณ การกระทำแบบนี้เรียกว่า แทรก หรือ แทรกกิ้ง (tracking) Do Not Track คือระบบที่ทำให้ผู้ใช้สามารถหลีกเลี่ยงการถูกแทรกกิ้งโดยเว็บไซต์ที่ไม่ได้เข้าเยี่ยมชมได้ รวมทั้งบริการวิเคราะห์ข้อมูล เครือข่ายโฆษณา และ แพลตฟอร์มจำพวกโซเชียลต่างๆ

    เปิดใช้ Do Not Track ใน ไฟร์ฟอกซ์ เปิดใช้ Do Not Track ใน ไฟร์ฟอกซ์ เพื่อลดการแทรกกิ้งของกิจกรรมออนไลน์ของคุณ โดย เลือก ตัวเลือกสองตัวเลือกภายใต้หมวดเกี่ยวกับ การตามรอย
    หลังจาก กาเลือก ในกล่องแรกข้าง “ใช้การป้องกันการตามรอยในหน้าต่างส่วนตัว” แล้วให้คุณเลือกตัวเลือกที่สองได้โดยการ คลิ้ก ที่ลิ้ง “จัดการตั้งค่า อย่าตามรอยของคุณ” ในหน้าต่างเล็กที่เปิดขึ้นมาให้คุณ กาเลือก ที่กล่องข้างคำว่า “Use Do Not Track” แล้วคลิ้ก [ตกลง]

    รูปที่ 1.1: การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของไฟร์ฟอกซ์ - หน้าจอ Use Do Not Track

    ซึ่งคุณควรจะต้องเข้าใจก่อนว่า บริษัทส่วนมากนั้นมีศักยภาพในการเมินเฉยกับตัวเลือกนี้ของคุณและแทรกคุณต่อไป ลิ้งค์ต่อไปนี้list ได้รวบรวมรายละเอียดของพันธกรณีของหลายบริษัทที่ตกลงทำตามคำร้องขอ Do Not Track

    ขั้นที่ 4. ส่วนของ ประวัติ นั้นสามารถให้คุณจัดการกับการตั้งค่า ประวัติการท่องเว็บ ของไฟร์ฟอกซ์ ของคุณ ประวัติการท่องเว็บของคุณคือรายชื่อของเว็บไซต์ที่คุณไปเยี่ยมชมโดยใช้ ไฟร์ฟอกซ์ ค่ามาตรฐานคือการที่ให้ จำประวัติท่องเว็บและดาวน์โหลด ซึ่งหมายความว่า ไฟร์ฟอกซ์ จะจำประวัติการท่องเว็บ ดาวน์โหลด แบบฟอร์ม และการค้นหาของคุณ นอกจากนั้นโปรแกรมจะยอมรับการใช้ คุ้กกี้ จากเว็บไซต์ที่คุณเข้าเยี่ยมชมอีกด้วย โดย คุ้กกี้ เหล่านี้จะยอมให้เว็บไซต์บันทึกข้อมูลที่อยู่บนอุปกรณ์ของคุณที่ ไฟร์ฟอกซ์ จะส่งกลับไปให้เว็บไซต์พวกนี้และพันธมิตรโฆษณาของพวกเขา

    เพื่อป้องกันกรณีนี้ ให้ไปที่ตัวเลือกแรกที่อยู่ในหมวด ประวัติ ที่เริ่มต้นด้วย Firefox จะ: คุณสามารถ เปลี่ยน จดจำประวัติ ให้เป็น ไม่จดจำประวัติ หรือคุณสามารถ เปลี่ยน ไปใช้ ใช้การตั้งค่าที่กำหนดเองสำหรับประวัติ เพื่อตั้งค่าเพิ่มได้ในส่วนของ ประวัติ

    ขั้นที่ 5. ในส่วนของ แถบที่อยู่ นั้นให้คุณสามารถเลือกแหล่งข้อมูลที่ ไฟร์ฟอกซ์ จะใช้เพื่อแนะนำที่อยู่เว็บเมื่อคุณพิมพ์ใน แถบที่อยู่ โดยปริยายในส่วนนี้มักใช้ในการคั่นหน้า (bookmark) ที่อยู่เว็บ, แท็บที่ถูกเปิดไว้, และเว็บไซต์ที่อยู่ในประวัติการท่องเว็บของคุณ คุณสามารถยกเลิกการเลือกแหล่งที่มาเหล่านี้ได้ตามที่คุณคิดว่าเหมาะสม

    2.4. ตั้งค่าตัวเลือกเกี่ยวกับความปลอดภัย

    คุณสามารถตั้งค่าเกี่ยวกับความปลอดภัยของไฟร์ฟอกซ์ได้ด้วยการทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1: เลือกที่ปุ่มด้านมุมขวาบน เปิดเมนู > ตัวเลือก > ความปลอดภัย ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 1: ค่าตัวเลือกเกี่ยวกับความปลอดภัย

    ขั้นที่ 2: คลิ้กที่ ความปลอดภัย ที่อยู่ข้างในหน้าจอ การตั้งค่า

    ตอนนี้คุณสามารถปรับการตั้งค่าด้านความปลอดภัยของไฟร์ฟอกซ์

    ทุกข้อข้างใต้หมวด ทั่วไป ควรถูกกาเลือกทั้งหมด หากบางข้อไม่ถูกกาเลือก เราแนะนำให้คุณกาเลือกข้อนั้นด้วย เพื่อที่ไฟร์ฟอกซ์จะได้:

    • เตือนคุณเมื่อเว็บไซต์พยายามจะติดตั้งส่วนเสริม
    • บล็อคการโจมตีทางเว็บ
    • บล็อคการปลอมแปลงทางเว็บ

    สำหรับกล่องข้างล่าง การเข้าสู่ระบบ นั้นเชื่อมโยงกับโปรแกรมจัดการพาสเวิร์ดที่ติดตั้งมาไว้แล้วในไฟร์ฟอกซ์ หากคุณกาเลือกที่กล่องใช้รหัสผ่านหลัก ไฟร์ฟอกซ์จะเข้ารหัสพาสเวิร์ดของเว็บไซต์ที่มันได้จดจำเอาไว้และให้คุณกรอก รหัสผ่านหลัก เมื่อไรก็ตามที่ไฟร์ฟอกซ์จะต้องใส่พาสเวิร์ดให้คุณ โดยทั่วไปแล้ว เราแนะนำให้คุณใช้ระบบจัดการพาสเวิร์ดแบบออฟไลน์ เช่น KeePassX สำหรับจัดเก็บพาสเวิร์ด แต่ ในกรณีที่คุณต้องการให้ไฟร์ฟอกซ์จัดการพาสเวิร์ดของเว็บไซต์ต่างๆ คุณควรกาเลือกที่กล่องที่สอง

    2.5. การตั้งค่าตัวเลือกขั้นสูง

    คุณสามารถตั้งค่าขั้นสูงในหลายๆตัวเลือกใน ไฟร์ฟอกซ์ ได้โดยการทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1: เลือก แก้ไข > ตั้งค่า ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 1: หน้าจอการตั้งค่าขั้นสูง

    ขั้นที่ 2: คลิ้ก ขั้นสูง ที่ด้านข้างของหน้าจอ ตั้งค่า

    หน้าจอการตั้งค่า ขั้นสูง มีทั้งหมด 5 แท็บ:

    • ทั่วไป รวมตัวเลือกที่จำเป็นหลายตัวเลือก
    • ตัวเลือกข้อมูล ให้คุณเลือกได้ว่าข้อมูลใดจะส่งกลับให้ มอซิลล่า เกี่ยวกับสุขภาพของเบราเซอร์, ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
    • ปรับรุ่น ให้คุณเลือกได้ว่าไฟร์ฟอกซ์จะจัดการกับการปรับรุ่น (อัพเดท) โดยอัตโนมัติอย่างไร (รวมทั้งการปรับรุ่นของเสิร์ชเอนจิ้นที่คุณใช้)​
    • เครือข่าย ให้คุณเลือกได้ว่าจะจัดการกับการตั้งค่าพร็อกซี่อย่างไร, แคชสำหรับเนื้อหาเว็บ, และข้อมูลผู้ใช้แบบออฟไลน์​
    • ใบรับรอง ให้คุณเลือกได้ว่าจะให้ไฟร์ฟอกซ์จัดการกับใบรับรองการเข้ารหัสอย่างไร (ในสองกรณีคือ เมื่อเว็บไซต์เรียกขอใบรับรองส่วนตัวจากเบราเซอร์ของคุณ และเมื่อไฟร์ฟอกซ์พยายามที่จะระบุว่าใบรับรอง https ที่แสดงไว้ในเว็บไซต์นั้นมีผลใช้ได้หรือไม่)​

    แท็บทั่วไปนั้นได้รวมเอาตัวเลือกที่เป็นประโยชน์ที่ทำให้ไฟร์ฟอกซ์สามารถป้องกันไม่ให้เว็บไซต์เชื่อมต่อคุณไปยังหน้าอื่นโดยทำการเปลี่ยนเส้นทางหรือเรียกหน้าเว็บใหม่โดยที่คุณไม่ได้ยินยอมหรือรับรู้

    รูปที่ 2: แท็บทั่วไปของหน้าจอการตั้งค่าขั้นสูง

    ขั้นที่ 3. กาเลือก ที่กล่อง เตือนทุกครั้งเมื่อเว็บไซต์จะทำการเปลี่ยนเส้นทางหรือเรียกหน้าเว็บใหม่

    2.6 ใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเมื่อท่องเว็บ

    นอกเหนือจากการตั้งค่าที่อธิบายไว้แล้วข้างต้น ไฟร์ฟอกซ์มีอีกสองส่วนพิเศษที่ให้คุณสามารถควบคุมข้อมูลที่ถูกเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ของคุณ เกียวกับเว็บไซต์ที่คุณเข้าเยี่ยมชม ซึ่งส่วนพิเศษดังกล่าวคือหน้าจอ ล้างประวัติปัจจุบันทั้งหมด และการท่องเว็บแบบส่วนตัว

    ล้างประวัติปัจจุบันทั้งหมด

    คุณสามารถล้างข้อมุลเกี่ยวกับการท่องเว็บที่ไฟร์ฟอกซ์ได้เก็บข้อมุลเอาไว้ได้โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. กด ที่คีย์บอร์ด Control และShift และ Delete พร้อมกันเพื่อเปิดหน้าจอ ล้างประวัติปัจจุบันทั้งหมด (อีกทางเลือกคือคุณสามารถเลือก ประวัติ > ล้างประวัติปัจจุบันทั้งหมด จากเมนูบาร์)

    รูปที่ 1: หน้าจอล้างประวัติปัจจุบันทั้งหมด

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก ที่ลูกศรถัดจากคำว่า รายละเอียด เพื่อเปิดรายการของสิ่งที่กำลังจะถูกลบทิ้ง

    รูปที่ 2: ข้อมูลการท่องเว็บประเภทใดที่จะถูกล้าง

    ขั้นที่ 3. กาเลือก ที่กล่องถัดจากประเภทของข้อมูลการท่องเว็บที่คุณต้องการให้ไฟร์ฟอกซ์ลบทิ้ง

    ในตัวอย่างนี้เราจะลบทุกอย่างทิ้งยกเว้น ข้อมูลเว็บไซต์ออฟไลน์ และ การตั้งค่าไซต์ หากคุณใช้ตัวเลือกนี้ครั้งแรก คุณอาจจะอยากเริ่มตั้งค่าแบบที่มีความผ่อนปรนมากกว่านี้

    ขั้นที่ 4. คลิ้ก ที่ข้างๆคำว่า "ระยะเวลาที่ต้องการล้าง" เพื่อแสดงให้เห็นว่าระยะเวลานานเท่าไหร่ในอดีตที่คุณต้องการให้ไฟร์ฟอกซ์ลบข้อมูลการท่องเว็บทิ้ง

    รูปที่ 3: ระยะเวลาที่ต้องการล้าง

    ขั้นที่ 5 เลือก ระยะเวลาที่คุณต้องการให้ไฟร์ฟอกซ์ล้างประวัติ

    ในตัวอย่างนี้ เราจะลบข้อมูลการท่องเว็บ ทั้งหมด (ยกเว้น ข้อมูลเว็บไซต์ออฟไลน์ และ การตั้งค่าไซต์) หากคุณใช้ตัวเลือกนี้ครั้งแรก คุณอาจจะอยากเริ่มตั้งค่าแบบที่มีความผ่อนปรนมากกว่านี้

    รูปที่ 4: ไฟร์ฟอกซ์พร้อมที่จะล้างข้อมูลการท่องเว็บของคุณ

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [ล้างทันที] เพื่อล้างข้อมูลการท่องเว็บของคุณ

    อีกทางเลือกจากตัวอย่างข้างต้นคือ คุณสามารถใช้ การท่องเว็บแบบส่วนตัว ของไฟร์ฟอกซ์เพื่อ หลีกเลี่ยงไม่ให้มันจดจำการประวัติการท่องเว็บของคุณเลย

    การท่องเว็บแบบส่วนตัว

    เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟร์ฟอกซ์จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเว็บปัจจุบันของคุณ โปรดทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. กด บนคีย์บอร์ด Control และShift และ P พร้อมกันเพื่อเปิดหน้าต่าง ท่องเว็บแบบส่วนตัว (อีกทางเลือก คุณสามารถเลือก ไฟล์ > หน้าต่างท่องเว็บแบบส่วนตัวใหม่ จากเมนูบาร์)

    รูปที่ 5: หน้าต่างท่องเว็บแบบส่วนตัว

    ขั้นที่ 2. ท่องเว็บจากหน้าต่างนี้

    ไฟร์ฟอกซ์จะไม่บันทึกข้อมูลการท่องเว็บของคุณเมื่อคุณใช้หน้าต่างนี้ ทั้งนี้รวมถึง แท็บต่างๆ ที่คุณเปิดตอนใช้หน้าต่างด้วย แต่หน้าต่างจะเตือนให้ทราบถึงข้อยกเว้นบางประการรวมถึงการดาวน์โหลดและคั่นหน้า และจะเตือนให้คุณทราบอีกว่าไฟร์ฟอกซ์เองไม่สามารถป้องกันการเฝ้าติดตามการเชื่อมต่ออินเตอร์เนทของคุณจากการแทรกกิ้งเว็บไซต์ที่คุณเข้าเยี่ยมชม (จากผู้ให้บริการอินเตอร์เนท หรือ ISPของคุณ) ซึ่งสำหรับกรณีดังกล่าว คุณจำเป็นต้องใช้ Tor Browser.

    3. ส่วนเสริมของไฟร์ฟอกซ์

    ส่วนเสริมของไฟร์ฟอกซ์คือซอฟแวร์ที่เพิ่มหรือขยายการทำงานส่วนใหม่บนความสามารถเดิมของไฟร์ฟอกซ์ ส่วนเสริมนั้นรวมถึง โปรแกรมเสริมต่างๆ เช่น Adobe Flash และ ส่วนเสริม เช่น โนสคริปต์ โดยบทนี้จะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องวิธีการปิดการทำงานของโปรแกรมเสริมที่อาจเป็นอันตราย และแนะนำให้รู้จักเกี่ยวกับส่วนเสริมบางอันที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความเป้นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัย รวมถึง:

    คุณสามารถพบกับส่วนเสริมอื่นๆที่ดีต่อการรักษาความเป็นส่วนตัวสำหรับไฟร์ฟอกซ์ได้ที่ Tactical Tech App Centre

    3.1 ปรับรุ่นหรือปิดการใช้งานของโปรแกรมเสริมที่อาจเป็นอันตราย

    โปรแกรมเสริม Adobe Shockwave Flash และ Oracle Java browser plugin นั้นถูกพบว่ามีข้อด้อยเในเรื่องความปลอดภัยที่อาจทำให้ผู้ใช้งานทางไกลสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือสามารถติดตั้งมัลแวร์ได้ เราจึงแนะนำว่าให้คุณปิดการใช้งานของทั้งสองโปรแกรมเสริมบนไฟร์ฟอกซ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีปิดการใช้งานหรือ ถอดถอน Java โปรดดูได้ที่คู่มือของOracle การตั้งค่าเพื่อปิดการใช้งาน Java สำหรับเบราเซอร์ทุกประเภทบนคอมพิวเตอร์ของคุณ

    ทำตามขั้นตอนข้างล่างเพื่อปรับรุ่นโปรแกรมเสริมของคุณ และปิดการใช้งาน Adobe Shockwave Flash ตาม ขั้นที่ 9 ข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. เริ่มโปรแกรม ไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 1: ไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก ที่ปุ่ม ที่อยู่มุมขวาบนของหน้าต่างเบราเซอร์

    รูปที่ 2: เมนูตัวเลือกของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก ที่ปุ่ม ส่วนเสริม

    รูปที่ 3: เมนูส่วนเสริมของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 4. คลิ้ก ที่แท็บ โปรแกรมเสริม ที่อยู่ด้านซ้ายของหน้าต่าง

    รูปที่ 4: หน้าจอโปรแกรมเสริมของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 5. คลิ้ก ที่ลิ้งค์ ตรวจสอบว่าโปรแกรมเสริมของคุณปรับรุ่นแล้วหรือยัง เพื่อเปิดแท็บ ตรวจสอบโปรแกรมเสริมของคุณ

    รูปที่ 5: แท็บตรวจสอบโปรแกรมเสริมของคุณของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 6. เลื่อนลงข้างล่าง เพื่อเช็คสถานะของโปรแกรมเสริมทั้งหมดที่ถูกระบุโดยไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 6: โปรแกรมเสริมอื่นๆในแท็บตรวจสอบโปรแกรมเสริมของคุณ

    โปรแกรมเสริมทั้งหมดของคุณควรถูกจัดอยู่ในหนึ่งในสามหมวดนี้:

    • หากโปรแกรมเสริมทั้งหมดของคุณนั้นถูกปรับเป็นรุ่นล่าสุดแล้ว ให้ดูต่อด้านล่าง
    • โปรแกรมเสริมบางตัวอาจจะอยู่ข้างปุ่ม [งานวิจัย] หากคุณคลิ้ก [งานวิจัย] ไฟร์ฟอกซ์จะแสดงผลการค้นหาที่อาจจะช่วยให้คุณสามารถปรับรุ่นโปรแกรมเสริมของคุณได้
    • หากโปรแกรมเสริมของคุณตัวใดปรากฎขึ้นข้างปุ่ม [ปรับรุ่นตอนนี้] คุณควรคลิ้กมันและทำตามคำแนะนำ ในรูปข้างล่าง Adobe Flash Player ถูกใช้เป็นตัวอย่างของโปรแกรมเสริมที่ล้าสมัย

    น่าเสียดายที่คุณอาจไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการอัพเดทโปรแกรมเสริมบางอันได้ —รวมทั้ง Adobe Flash Player — นอกจากคุณจะอัพเดทรายการซอฟแวร์ที่ระบบคุณรู้วิธีที่จะติดตั้งก่อน ซึ่งคุณสามารถทำได้ตามวิธีข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 7. เปิด Software Updater ที่มากับลีนุกซ์ดิสทริบิวชั่นของคุณ มันจะเริ่มแสดงให้เห็นรายการซอฟแวร์ที่สามารถติดตั้งและปรับรุ่นได้

    รูปที่ 7: Ubuntu's Software Updater แสดงให้เห็นรายการซอฟแวร์

    ขั้นที่ 8. รับและติดตั้งการปรับรุ่นที่ถูกแจ้งเตือนโดย Software Updater โปรแกรมจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อการปรับรุ่นนั้นถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว

    รูปที่ 8: Ubuntu's Software Updater หลังจากที่ทุกอย่างถูกอัพเดทปรับรุ่นแล้ว

    ขั้นที่ 9. คลิ้ก [OK]

    เมื่อ Software Updater ทำงานเสร็จแล้ว คุณจึงสามารถรีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ หากจำเป็นคุณควรตรวจสอบอีกครั้งกับไฟร์ฟอกซ์ว่า Adobe Shockwave Flash นั้นได้รับการปรับรุ่นแล้ว

    ข้อด้อยของ Flash นั้นเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป อย่างไรก็ดี Adobe สนับสนุนการใช้งานโปรแกรมเสริมบน ลีนุกซ์นั้นมีข้อจำกัด ดังนั้นคุณจึงควรปิดการใช้งานโปรแกรมเสริม Flash ถึงแม้ว่าคุณ สามารถ ที่จะอัพเดทมันได้ก็ตาม ทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้เพื่อปิดการใช้งานของโปรแกรมเสริมAdobe Shockwave Flash

    ขั้นที่ 10. ไปที่แท็บ ส่วนเสริม ที่แสดงให้เห็นโปรแกรมเสริมทุกตัวของไฟร์ฟอกซ์

    รูปที่ 9: หน้าจอโปรแกรมเสริมของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 11. คลิ้ก เปิดใช้งานตลอด หากปุ่มนี้ถูกแสดงขึ้นข้างๆ Shockwave Flash

    รูปที่ 10: เมนูสำหรับเปิดใช้งาน Shockwave Flash

    ขั้นที่ 12. เลือก ไม่เปิดใช้งาน เพื่อปิดการใช้งาน Adobe Shockwave Flash

    รูปที่ 11: Adobe Shockwave Flash ถูกปิดการใช้งาน

    หมายเหตุ: หากคุณเลือก ถามเพื่อเปิดใช้งาน ไฟร์ฟอกซ์จะแจ้งให้คุณทราบเวลาที่เว็บไซต์พยายามจะส่งเนื้อหาที่มี Flash ให้คุณ คุณจะสามารถเลือกได้ว่าจะคลิ้ก [อนุญาติ] ที่อยู่ด้านมุมขวาบนของหน้าต่างเบราเซอร์ตามที่แสดงให้เห็นด้านล่าง อย่างไรก็ดี เราแนะนำให้คุณปิดการใช้งาน Flash อย่างสิ้นเชิงถึงแม้คุณจะสามารถอัพเดทถึงเวอร์ชั่นล่าสุดได้ก็ตาม

    รูปที่ 12: ไฟร์ฟอกซ์ถามคุณว่าคุณจะอนุญาติเนื้อหาที่มี Flash หรือไม่

    3.2. HTTPS Everywhere

    HTTPS Everywhere เป็น ส่วนเสริม ที่ช่วยให้ ไฟร์ฟอกซ์ สามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ที่สนับสนุนการใช้งานแบบ เข้ารหัส อย่างปลอดภัย

    เมื่อคุณเข้าไปที่หน้าเว็บโดยใช้ที่อยู่ที่เริ่มต้นด้วย "http://" (เช่น http://www.amazon.com) การเชื่อมต่อของคุณนั้นไม่ถูกเข้ารหัส ข้อมูลที่คุณส่งและรับจากเว็บไซต์นั้นสามารถถูกผู้อื่นที่มีความสามารถในการสังเกตการณ์เรียกดูได้ ทั้งนี้รวมถึง (ผู้ให้บริการอินเตอร์เนท หรือ ISP) และแพลตฟอร์มสำหรับการเฝ้าสังเกตอื่นๆ

    เมื่อคุณเข้าไปที่หน้าเว็บโดยใช้ที่อยู่ที่เริ่มต้นด้วย "https://" (เช่นhttps://www.amazon.com) การเชื่อมต่อของคุณนั้นถูกเข้ารหัส และจะทำให้บุคคลที่สามสกัดกั้นข้อมูลที่คุณส่งและรับได้ยากกว่าเดิม แต่น่าเสียดายที่แม้แต่เว็บที่ สนับสนุน การใช้งานแบบhttps นั้นก็มักจะไม่ประสบความสำเร็จในการนำผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไปสู่ที่อยู่เว็บที่ถูกต้อง ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ HTTPS Everywhere ถูกออกแบบมาเพื่อให้แก้ไขโดยเฉพาะ

    HTTPS Everywhere นั้นเก็บรายการของเว็บไซต์ที่สนับสนุน https ไว้และร้องขอการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสโดยอัตโนมัติกับเว็บไซต์เหล่านั้น—ถึงแม้ว่าคุณจะคลิ้กบนลิ้ง (หรือใส่ที่อยู่ในเบราเซอร์ของคุณ) ที่เริ่มต้นด้วย http

    ติดตั้ง HTTPS Everywhere ได้โดยทำตามขั้นที่ด้านล่าง:

    ขั้นที่ 1: เลือก เครื่องมือ > ส่วนเสริม ที่เบราเซอร์เมนูของไฟร์ฟอกซ์.

    ขั้นที่ 2: ในกล่อง “ค้นหาส่วนเสริมทั้งหมด” พิมพ์ HTTPS Everywhere ในกล่องค้นหาและกด enter คุณควรที่จะมีรายชื่อของส่วนเสริมที่ใช้ได้อยู่ตรงหน้า รวมทั้ง HTTPS Everywhere

    รูปที่ 1: ค้นหาส่วนเสริม HTTPS-Everywhere สำหรับไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 3: คลิ้ก ที่ปุ่ม [ติดตั้ง] ข้างๆ HTTPS Everywhere เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง ส่วนเสริม

    รูปที่ 2: ติดตั้ง HTTPS-Everywhere

    ขั้นที่ 4: รีสตาร์ทเบราเซอร์ไฟร์ฟอกซ์เพื่อติดตั้ง HTTPS Everywhere

    ขั้นที่ 5: ยืนยันว่า HTTPS Everywhere ได้ถูกติดตั้งสำเร็จโดยไปที่ เครื่องมือ > ส่วนเสริม > ส่วนขยาย ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์ คุณควรเห็น HTTPS Everywhere อยู่ตรงนั้นพร้อมกับส่วนเสริมอื่นๆ

    รูปที่ 3: HTTPS Everywhere ได้ถูกติดตั้งแล้ว

    ตอนนี้ HTTPS Everywhere ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เมื่อคุณเชื่อมต่อไปที่เว็บไซตืที่รวมอยู่ในรายการที่ส่วนเสริมได้บันทึกเอาไว้และที่สนับสนุนการใช้งานแบบ https การเชื่อมต่อของคุณจะถูกเข้ารหัสโดยอัตโนมัติ

    หมายเหตุ. เมื่อ HTTPS Everywhere งานปกติ คุณ ยังคง เห็น "https://" ในเบราเซอร์บาร์ของคุณ แต่หากคุณไม่เห็นนั้นแปลว่าการเชื่อมต่อของคุณนั้นไม่ได้ถูกเข้ารหัส

    หากคุณคลิ้กที่ “ตัวเลือก” ข้างๆ HTTPS-Everywhere หน้าต่างข้างล่างนี้ควรจะปรากฎขึ้น:

    รูปที่ 4: หน้าจอ "SSL Observatory Preferences" ของ HTTPS-Everywhere

    ตอนนี้คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณจะใช้ SSL Observatory ของ EFF หรือไม่ ซึ่งมันจะสามารถตรวจจับการเชื่อมต่อที่ไม่ปลอดภัยและการโจมตีเบราเซอร์ของคุณได้ เราแนะนำอย่างยิ่งให้คุณใช้ SSL Observatory เพื่อการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่าของเบราเซอร์ของคุณ

    3.3. ไพรเวซีแบดเจอร์ (Privacy Badger)

    ไพรเวซีแบดเจอร์ คือ ส่วนเสริม ของเบราเซอร์ที่ป้องกันไม่ให้บริษัทที่สามสามารถตามรอยการทำกิจกรรมออนไลน์ของคุณได้ ส่วนเสริมนี้สามารถใช้งานได้กับ ไฟร์ฟอกซ์ ทอร์เบราเซอร์ โครม และ โครเมี่ยม

    ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อติดตั้ง ไพรเวซีแบดเจอร์:

    ขั้นที่ 1: เลือก เครื่องมือ > ส่วนเสริม ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 2: ในส่วนของ “ค้นหาส่วนเสริมทั้งหมด” พิมพ์ Privacy Badger ในแถบค้นหาและกด enter คุณควรที่จะมีรายชื่อของส่วนเสริมที่ใช้ได้อยู่ตรงหน้า รวมทั้งไพรเวซีแบดเจอร์

    รูปที่ 1: ค้นหาส่วนเสริมไพรเวซีแบดเจอร์สำหรับไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 3: คลิ้ก [ติดตั้ง] ข้างๆ Privacy Badger เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง ส่วนเสริม

    รูปที่ 2: ติดตั้งไพรเวซีแบดเจอร์

    เมื่อส่วนเสริมถูกติดตั้ง ไฟร์ฟอกซ์จะแสดงหน้า "ขอบคุณ" ของไพรเวซีแบดเจอร์

    รูปที่ 3: หน้า "ขอบคุณ" ของไพรเวซีแบดเจอร์

    ขั้นที่ 4: ยืนยันว่าไพรเวซีแบดเจอร์นั้นถูกติดตั้งสำเร็จแล้วโดยไปที่ เครื่องมือ > ส่วนเสริม > ส่วนขยาย ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์ คุณควรเห็นไพรเวซีแบดเจอร์อยู่ในรายการร่วมกับส่วนเสริมอื่นๆ

    รูปที่ 4: ไพรเวซีแบดเจอร์ถูกติดตั้งแล้ว

    ส่วนเสริม ไพรเวซีแบดเจอร์ ได้ถูกติดตั้งสำเร็จแล้ว และสามารถช่วยป้องกัน การตามรอยจากบุคคลที่สาม ตามกิจกรรมออนไลน์ของคุณ คุณสามารถคลิ้กที่ [การตั้งค่า] เพื่อเปลี่ยนการตั้งค่าของ Privacy Badger (ถึงแม้ว่าการตั้งค่าแบบมาตรฐานจะใช้ได้อยู่แล้ว)

    3.4. คลิ้กแอนด์คลีน (Click&Clean)

    คลิ้กแอนด์คลีน คือส่วนขยายของเบราเซอร์ที่ช่วยให้คุณสามารถล้างประวัติการท่องเว็บของคุณได้ด้วยคลิ้กเดียว

    หากไม่มีส่วนพิเศษที่ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมแล้ว เบราเซอร์จะเก็บบันทึกข้อมูลหลายประเภทไว้ในฮาร์ดดิสคอมพิวเตอร์ของคุณ ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงสถานที่ของคุณ ประวัติการท่องเว็บ ประวัติการค้นหา ไฟล์คุ้กกี้ แคช ข้อมูลล็อคอิน และการตั้งค่าเว็บไซต์ต่างๆ การเก็บข้อมูลดังกล่าวสามารถถูกลบทิ้งได้โดยการล้างประวัติเบราเซอร์ด้วยเครื่องมือเช่น คลิ้กแอนด์คลีน

    คุณสามารถติดตั้งคลิ้กแอนด์คลีนได้ตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1: เลือก เครื่องมือ > ส่วนเสริม ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 2: ในส่วนของ “ค้นหาส่วนเสริมทั้งหมด” พิมพ์ Click&Clean ในแถบค้นหา และกด enter คุณควรที่จะมีรายชื่อของส่วนเสริมที่ใช้ได้อยู่ตรงหน้า รวมทั้งคลิ้กแอนด์คลีน

    รูปที่ 1: ค้นหาส่วนเสริมของไฟร์ฟอกซ์คลิ้กแอนด์คลีน

    ขั้นที่ 3: คลิ้ก [ติดตั้ง] ที่อยู่ข้างๆคลิ้กแอนด์คลีนเพื่อดาวน์โหลดส่วนเสริม

    รูปที่ 2: ติดตั้งคลิ้กแอนด์คลีน

    ขั้นที่ 4: รีสตาร์ทเบราเซอร์ไฟร์ฟอกซ์เพื่อสิ้นสุดการติดตั้งคลิ้กแอนด์คลีน

    ขั้นที่ 5: ยืนยันว่าคลิ้กแอนด์คลีนได้ถูกติดตั้งสำเร็จโดยไปที่ เครื่องมือ > ส่วนเสริม > ส่วนขยาย ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์ คุณควรเห็นคลิ้กแอนด์คลีนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับส่วนเสริมอื่นๆ

    รูปที่ 3: คลิ้กแอนด์คลีนถูกติดตั้งแล้ว

    อีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถดูที่เบราเซอร์ของคุณได้– ไอค่อนของคลิ้กแอนด์คลีนควรอยู่ตรงนั้น และหากคุณคลิ้กไปที่ลูกศรข้างๆมัน คุณจะสังเกตเห็นว่าส่วนเสริมมีการใช้งานหลายประเภทที่ใช้ได้เช่น การท่องเว็บแบบส่วนตัว (incognito browsing), การทดสอบความเป็นส่วนตัว, คุ้กกี้, คำอนุญาติและการตั้งค่าต่างๆ

    ส่วนพิเศษเกี่ยวกับ การทดสอบความเป็นส่วนตัว นั้นทำให้คุณสามารถเห็นได้ว่ามีบริการอะไรที่รันอยู่บนเบราเซอร์ของคุณที่คุณอาจจะลืมไปแล้ว ส่วนพิเศษที่เกี่ยวกับ คุ้กกี้ นั้นแสดงให้เห็นว่าคุ้กกี้จากเว็บไหนที่ถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ ส่วนพิเศษเกี่ยวกับ การอนุญาติ นั้นสามารถให้คุณเปลี่ยนการตั้งค่าแบบมาตรฐานของเบราเซอร์มาเป็นแบบที่ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้ การตั้งค่า/การอนุญาตินั้นรวมไปถึงการบล็อก หรือการขออนุญาติทุกครั้ง ที่เบราเซอร์ต้องการจัดเก็บพาสเวิร์ดของคุณ, แชร์สถานที่ของคุณ หรือใช้กล้องหรือไมโครโฟนของคุณ ตัวอย่างของการตั้งค่าสำหรับการอนุญาติ ได้แสดงให้ดูข้างล่างนี้:

    รูปที่ 4: หน้าจอการอนุญาติของคลิ้กแอนด์คลีน

    ในส่วนของ การตั้งค่า ตรงนี้คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณต้องการให้การล้างประวัติของเบราเซอร์นั้นเป็นไปแบบอัตโนมัติหรือไม่ คุณสามารถล้างประวัติการท่องเว็บได้ทุกครั้งที่คุณปิดเบราเซอร์ ทำให้คุณไม่ต้องคิดถึงเรื่องประวัติการท่องเว็บอีก

    รูปที่ 5: หน้าจอการตั้งค่าของคลิ้กแอนด์คลีน

    หมายเหตุ: อีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถใช้แอพพลิเคชั่นภายนอกสำหรับจุดประสงค์นี้ได้ เช่น BleachBit

    3.5. โนสคริปต์ (NoScript)

    เมื่อคุณไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ เบราเซอร์ของคุณจะดาวน์โหลดเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นโดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากตัวอักษรและรูปภาพ เนื้อหาดังกล่าวมักรวมถึง สคริปต์ ซึ่งจริงๆแล้วคือโปรแกรมเล็กๆที่รันภายในเบราเซอร์ของคุณ โนสคริปต์ คือ โปรแกรมเสริม ของ ไฟร์ฟอกซ์ ที่ป้องกันไม่ให้เบราเซอร์ของคุณรันโปรแกรมเหล่านั้นโดยคุณไม่ได้อนุญาติ

    สคริปต์เหล่านี้ส่วนมากไม่เป็นอันตรายและช่วยให้เว็บไซต์นั้นมีการโต้ตอบได้ดีขึ้น แต่บางสคริปต์นั้นก็อาจมีจุดประสงค์มุ่งร้าย อย่างไรก็ดี บางส่วนคือ แทรกเกอร์ของบุคคลที่สาม ที่สามารถเอาไว้สร้างโปรไฟล์ของการทำกิจกรรมออนไลน์ของคุณ​

    เป็นที่น่าเสียดายที่ โนสคริปต์ นั้นไม่สามารถจะระบุได้โดยอัตโนมัติว่าสคริปต์ใดปลอดภัยและสคริปต์ใดอันตราย ดังนั้นเวลาคุณบอกให้โปรแกรม Block Scripts Globally นั้นจะมีผลทำให้หลายเว็บไซต์ไม่สามารถแสดงผลได้ตามปกติ และเมื่อคุณเริ่มที่จะ whitelisting สคริปต์จากหลายๆสถานที่ ทุกอย่างจะเริ่มกลับไปเป็นปกติ แต่คุณจะยังถูกปกป้องจากเนื้อหาของเว็บที่อาจจะเป็นอันตรายอยู่

    ติดตั้ง โนสคริปต์ โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1: เลือก เครื่องมือ > ส่วนเสริม ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 2: ในส่วนของ “ค้นหาส่วนเสริมทั้งหมด” พิมพ์ NoScript ในแถบค้นหาและกด enter คุณควรที่จะมีรายชื่อของส่วนเสริมที่ใช้ได้อยู่ตรงหน้า รวมทั้งโนสคริปต์

    รูปที่ 1: ค้นหาส่วนเสริมโนสคริปต์สำหรับไฟร์ฟอกซ์

    ขั้นที่ 3: คลิ้ก [ติดตั้ง] ข้างๆ NoScript เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้ง ส่วนเสริม

    รูปที่ 2: ติดตั้งโนสคริปต์

    ขั้นที่ 4: รีสตาร์ทไฟร์ฟอกซ์และติดตั้งโนสคริปต์

    ขั้นที่ 5: ยืนยันว่าโนสคริปต์นั้นถูกติดตั้งสำเร็จแล้วโดยไปที่ เครื่องมือ > ส่วนเสริม > ส่วนขยาย ที่เมนูบาร์ของไฟร์ฟอกซ์ คุณควรเห็นโนสคริปต์อยู่ในรายการร่วมกับส่วนเสริมอื่นๆ

    รูปที่ 3: โนสคริปต์ถูกติดตั้งแล้ว

    ตอนนี้เบราเซอร์ของคุณสนับสนุนการใช้งานของโนสคริปต์และบล็อกโค้ดที่อันตรายไม่ให้รันบนคอมพิวเตอร์ของคุณ

    ถึงแม้การใช้งานโนสคริปต์จะทำให้ดูยุ่งยากในตอนแรก (เพราะว่าเว็บไซต์ที่คุณเคยเข้าอาจจะไม่แสดงผลตามปกติ) คุณจะสามารถได้ประโยชน์จากการบล็อก object โดยอัตโนมัติ เพราะว่ามันจะช่วยจำกัดโฆษณาที่น่ารำคาญ, ข้อความที่ป๊อบอัพขึ้นมา และโค้ดที่ไม่ประสงค์ดีที่ถูกสร้าง (หรือแฮคเข้ามา) ในเว็บเพจนั้นๆ

    โนสคริปต์จะทำงานเงียบๆอยู่ในพื้นหลังจนกระทั่งมันสามารถตรวจพบ JavaScript, Adobe Flash หรือเนื้อหาอื่นที่มีสคริปต์ ซึ่งในตอนนั้นโนสคริปต์จะบล็อกเนื้อหาดังกล่าวและแถบบอกสถานะ (status bar) จะปรากฎขึ้นที่ด้านล่างของหน้าต่างไฟร์ฟอกซ์ ถึงตอนนี้โนสคริปต์จะแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับ object นั้น (ตัวอย่างเช่น โฆษณาและข้อความป๊อบอัพ) และสคริปต์อื่นๆที่ถูกป้องกันไม่ให้รันในระบบของคุณ แต่เนื่องจากโนสคริปต์ไม่สามารถแยกระหว่างโค้ดที่ประสงค์ร้ายและโค้ดที่ใช้งานจริง ความสามารถพิเศษและฟังก์ชั่นบางอย่าง (อย่างเช่น แถบอุปกรณ์) อาจจะหายไปได้

    บางเว็บไซต์นั้นแสดงเนื้อหา รวมถึงเนื้อหาที่ใช้สคริปต์ มากกว่าจากหนึ่งเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ www.twitter.com นั้นมีแหล่งของสคริปต์สองแหล่งคือ (twitter.com และ twimg.com) ถ้าต้องการยกเลิกการบล็อกสคริปต์ในกรณีนี้ ให้เริ่มโดยการ เลือก ที่ตัวเลือก Temporarily Allow [ชื่อเว็บไซต์] (ในกรณีนี้เราจะทำการอนุญาติ twitter.com เป็นการชั่วคราว) อย่างไรก็ดี การทำเช่นนี้ซึ่งผ่านการทดลองผิดถูกแล้วอาจจะยังไม่สามารถให้คุณเรียกดูหน้าเว็บที่คุณต้องการได้ครบถ้วน ตัวอย่างเช่น ใน Twitter คุณต้อง เลือก ให้ อนุญาติ twitter.com ชั่วคราว และ อนุญาติ twimg.com ชั่วคราว ด้วยเพื่อให้เว็บไซต์ Twitter แสดงผลได้ สำหรับเว็บไซต์ที่คุณเชื่อถือและเข้าไปบ่อย ให้ เลือก ที่ตัวเลือก Allow [website name] การเลือกตัวเลือกนี้จะอนุญาติให้โนสคริปต์สามารถเพิ่มเว็บไซต์นั้นไปในรายการของเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

    หมายเหตุ: จุดอ่อนของโนสคริปต์ที่เพิ่งค้นพบ แต่อย่างไรก็ดี เรายังคงแนะนำโนสคริปต์เนื่องจากจุดอ่อนดังกล่าวไม่ได้ถือว่าเป็นการคุกคาม นอกเสียจากคุณจะติดตั้งส่วนเสริม (ที่มีจุดประสงค์ร้าย) ร่วมด้วย เราแนะนำให้คุณหาข้อมูลเกี่ยวกับส่วนเสริมก่อนที่คุณจะติดตั้งมันและลบส่วนเสริมที่คุณไม่ต้องการหรือที่คุณไม่มั่นใจทิ้ง

    คำถามที่พบบ่อย

    ถาม: ทำไมฉันถึงต้องใช้ส่วนเสริมมากมายเพื่อป้องกันเว็บไซต์ที่ประสงค์ร้าย? ยกตัวอย่างเช่น หากโนสคริปต์ป้องกันฉันจากสคริปต์ที่อันตรายได้ ทำไมฉันถึงต้องใช้ส่วนเสริมอื่นๆที่ทำงานคล้ายกัน?

    ตอบ: การใช้เครื่องมือมากกว่าหนึ่งเครื่องมือในการจัดการกับปัญหาด้านความปลอดภัยนั้นเป็นความคิดที่ดี (ยกเว้นแต่โปรแกรมต้านไวรัสซึ่งจากส่วนมากจะขัดกัน) แต่ส่วนเสริมของไฟร์ฟอกซ์นั้นต่างก็ใช้เทคนิคที่ต่างกันเพื่อปกป้องเบราเซอร์ของคุณจากการคุกคามหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น โนสคริปต์ นั้นสามารถบล็อกสคริปต์ทั้งหลายจากเว็บไซต์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก แต่ผู้ใช้ก็สามารถ 'whitelist' เว็บไซต์ที่ไปเยี่ยมชมบ่อยๆได้ ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์เหล่านั้นสามารถรันสคริปต์ที่อาจเป็นอันตรายได้ ผู้ใช้โนสคริปต์จึงควรอนุญาติให้เว็บไซต์ที่ไม่เป็นที่รู้จักรันสคริปต์ได้แค่เป็นการชั่วคราว หากสคริปต์นั้นทำให้หน้าเว็บทำงานได้อย่างสมบูรณ์