จิ้ดสิ (Jitsi) สำหรับระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ - ส่งข้อความและโทรผ่านอินเตอร์เนทอย่างปลอดภัย

โพสแล้ว10 August 2016

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    จิ้ดสิ (Jitsi) คือซอฟแวร์ข้ามแพลตฟอร์มที่ ฟรีและเป็นโอเพ่นซอร์ส (open-source) และสนับสนุนการใช้งานระบบการส่งข้อความทันที (Instant Messaging) (IM), แชตวีดีโอ และเสียงบนอินเตอร์เนท จิ้ดสิสนับสนุนการใช้งานของโปรแกรมที่ใช้ระบบ IM และแบบเทเลโฟนี่ โปรโตคอล (telephony protocols) ที่เป็นที่นิยมหลายอัน รวมถึง Jabber/XMPP (ใช้โดย เฟซบุค และ กูเกิล ทอล์ค (Google Talk)), AIM, ICQ, MSN, Yahoo! Messenger และ โปรโตคอลโทรพูดคุยแบบเสียงผ่านระบบอินเตอร์เนท(VoIP) ของ SIP นอกจากนั้นโปรแกรมยังสนับสนุนการเข้ารหัสแบบอิสระสำหรับ IM โดยผ่านโปรโตคอล OTR (Off-the-Record) และผ่าน ZRTP and SRTP สำหรับการใช้เสียงและวีดีโอ

    สิ่งที่ควรอ่าน

    สิ่งที่คุณจะได้จากคู่มือนี้

    • วิธีการใช้ระบบการส่งข้อความแบบทันทีและการโทรพูดคุยแบบเสียงผ่านระบบอินเตอร์เนท (VoIP) ที่ปลอดภัย และถูกเข้ารหัสในแบบ end-to-end
    • ความสามารถในการเข้ารหัสการสื่อสารของคุณที่แม้แต่บริษัทที่ให้บริการนี้ต่อคุณ ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้
    • ความสามารถในการใช้งานหลายบัญชีที่มีหลายโปรโตคอล (รวมถึง Jabber/XMPP, SIP, กูเกิล ทอล์ค, เฟซบุค, และYahoo Messenger) พร้อมๆกันในโปรแกรมเดียว

    1. บทนำของจิ้ดสิ

    Jitsi คือโปรแกรมสำหรับการส่งข้อความแบบทันที (IM), โทรพูดคุยแบบเสียงผ่านระบบอินเตอร์เนท (VoIP) และวีดีโอแชทที่ ฟรีและโอเพ่นซอส ซึ่งสามารถใช้ได้กับโปรแกรมที่ใช้ระบบ IM และแบบเทเลโฟนี่ โปรโตคอล ที่เป็นที่นิยมหลายอันรวมถึง Jabber/XMPP, เฟซบุค เมสเซนเจอร์, AIM, ICQ, MSN, Yahoo! Messenger และ SIP. จิ้ดสิให้บริการแบบการเข้ารหัส end-to-end encryption สำหรับแชทผ่านโปรโตคอลแบบ Off-the-Record (OTR) ทั้งนี้โปรแกรมยังสนับสนุนการใช้งานการเข้ารหัสแชทแบบเสียง โดยใช้ ZRTP เหนือ SIP แต่อย่างไรก็ดีอาจจะพบได้ว่าโปรแกรมไม่เสถียรเท่าไรนักเมื่อใช้งานในลักษณะนี้

    สำคัญ: หากคุณและคนที่คุณสื่อสารด้วย ใช้การเข้ารหัสแบบ OTR สำหรับแชทแบบตัวอักษร และการเข้ารหัสแบบ ZRTP สำหรับการโทรด้วยเสียง, จิ้ดสิจะป้องกัน เนื้อหา ของบทสนทนาของคุณจากบริษัทที่ให้บริการอย่างเช่น กูเกิล และเฟซบุค อย่างไรก็ดี บริษัทที่ให้บริการเหล่านี้ยังสามารถตรวจสอบข้อมูล metadata บางอย่างเกี่ยวกับบทสนทนาที่คุณใช้ผ่านจิ้ดสิได้ ยกตัวอย่างเช่น

    • รายชื่อของผู้ใช้งานที่คุณสื่อสารด้วย
    • ความถี่และระยะเวลาของการสื่อสารนั้นๆ
    • การที่คุณใช้การเข้ารหัสเพื่อ “ซ่อน” การสื่อสารเหล่านั้น

    อย่างไรก็ดี ผู้ให้บริการสามารถส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้บุคคลภายนอก (third parties) ได้รวมถึงบริษัทอื่นๆและรัฐบาล สำหรับบทสนทนาที่ข้อมูล metadata นั้นมีความสำคัญมาก คุณ และคนที่คุณสื่อสารด้วย ควรเลือกใช้บริการสำหรับ XMPP/Jabber chats และ SIP calls จากผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ และมีความเป็นอิสระ

    1.0. สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับจิ้ดสิก่อนเริ่มใช้งาน

    จิ้ดสิสามารถให้คุณสื่อสารอย่างปลอดภัยผ่านบัญชีผุ้ใช้งานที่คุณมีอยู่แล้วโดยผ่าน การเข้ารหัสแบบ end-to-end วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยไม่ให้บุคคลภายนอก เช่น รัฐบาลหรือแพลตฟอร์มของบริษัทที่เอาไว้สอดส่อง(corporate surveillance platform) เข้าถึงเนื้อหาของบทสนทนาของคุณได้ แต่สามารถช่วยไม่ให้ผู้ให้บริการแชทของคุณ (เช่น เฟซบุคเมสเซนเจอร์ ของเฟซบุค หรือ กูเกิ้ล ทอล์ค ของกูเกิ้ล) เข้าถึงบทสนทนาของคุณได้เช่นกัน

    หมายเหตุ: จิ้ดสิได้ถูกเขียนด้วยภาษาจาวา(Java programming language) และด้วยเหตุนี้คุณจำเป็นที่จะต้องติดตั้งภาษาจาวาในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อให้โปรแกรมสามารถทำงานได้ ถึงแม้ว่าการใช้โปรแกรมจาวาจะไม่ถือว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัย แต่การใช้ ส่วนติดตั้งเพิ่มเติมในเบราว์เซอร์บนจาวา (Java browser extension) นั้นมีจุดอ่อนที่ให้พวกเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายสามารถติดตั้งมัลแวร์ (malware) หรือเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของคุณได้ หากเบราเซอร์ของคุณได้ติดตั้งจาวาปลั้กอิน (Java plugin) เราแนะนำให้คุณ ปิดการใช้งานมัน (disable)

    1.1. โปรแกรมอื่นที่ใกล้เคียงกับจิ้ดสิ

    จิ้ดสิ สามารถใช้ได้กับ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟวินโดว์ส, GNU ลีนุกซ์ และ แมคOS และยังสามารถสื่อสารได้กับระบบ XMPP or SIP ที่สนับสนุนการเข้ารหัสแบบend-to-end ผ่าน OTR (สำหรับการแชทแบบตัวอักษร) or ZRTP (สำหรับการโทรแบบเสียง). ตามตัวอย่างที่แนะนำด้านล่างนี้:

    • สำหรับ การแชทแบบตัวอักษร แบบเข้ารหัส: Pidgin (MS Windows and GNU Linux), Miranda (MS Windows), Adium (Mac OS X), ChatSecure (Android และ iOS)

    • สำหรับการโทรแบบเสียง แบบเข้ารหัส: CSipSimple (Android), Linphone (GNU Linux, MS Windows, Mac OS X, Android, iOSและระบบปฏิบัติการอื่นๆ)

    2. ติดตั้งและกำหนดค่าบนจิ้ดสิ

    เราแนะนำให้คุณติดตั้งแอพของลีนุกซ์โดยใช้ package manager หรือ software center ที่มาพร้อมกับดิสทริบิวชั่นของคุณ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เวอร์ชั่นของจิ้ดสิที่รวมมาให้ในหลายดิสทริบิวชั่นของลีนุกซ์เป็นเวอร์ชั่นที่เก่าและไม่อัพเดทและมีข้อด้อยทางด้าน ความปลอดภัย และข้อด้อยด้านอื่นๆ เราจึงแนะนำว่าให้คุณติดตั้งเวอร์ชั่นล่าสุดที่ เสถียรกว่า โดยตรงจากเว็บไซต์

    2.1. ติดตั้งจิ้ดสิ

    หมายเหตุ: คู่มือนี้ใช้ได้กับ อุบันตู (Ubuntu) และดิสทริบิวชั่นอื่นของลีนุกซ์ที่เป็น Debian-based

    ติดตั้งจิ้ดสิตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. ไปที่ หน้าดาวน์โหลดของ จิ้ดสิ : https://download.jitsi.org/jitsi/debian/

    รูปที่ 1: หน้าดาวน์โหลดของจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 2. เลื่อนมาข้างล่าง แล้ว คลิ้ก หนึ่งในสองไฟล์ข้างล่าง เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดที่เสถียรกว่าของจิ้ดสิ สำหรับDebian package

    • สำหรับระบบ 32 bit: jitsi_2.8.5426-1_i386.deb
    • สำหรับระบบ 64 bit: jitsi_2.8.5426-1_amd64.deb

    หากคุณไม่แน่ใจว่าคุณใช้ระบบ 32 หรือ 64 bit ให้คุณเปิดแอพ Terminal และรันคอมมานข้างล่างนี้ใน Terminal:

    uname –m

    หากคุณใช้ระบบ 32-bit Terminal จะแสดง i686 i386 แต่หากคุณใช้ระบบ 64-bit หน้าจอจะแสดง x86_64

    เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณใช้ระบบ 32-bit หรือ 64-bit คุณจึงสามารถเลือกดาวน์โหลดแพคเกจ Jitsi Debian ที่เหมาะสมได้

    สำคัญ: ถ้าเวอร์ชั่นของจิ้ดสิที่ ใหม่กว่า มีออกมาแล้ว ไฟล์จะมีชื่อคล้ายกับที่เขียนไว้ข้างบน แต่ว่าจะมีตัวเลขที่สูงกว่า (แทนที่ 2.8.5426-1) หลังจากคำว่า jitsi_ และก่อนคำว่า _i386.deb หรือ _amd64.deb ดังนั้นหากคุณเห็นเวอร์ชั่นใหม่ในหน้าเว็บ คุณควรจะเลือกดาวน์โหลดไฟล์นั้น

    เบราเซอร์ของคุณจะถามว่าควรทำอย่างไรกับไฟล์

    รูปที่ 2: ดาวน์โหลดแพคเกจของจิ้ดสิ และเปิดใน software center

    ขั้นที่ 3. ตรวจสอบดูให้แน่ใจว่ากล่องที่อยู่ข้างๆ Open with แสดงชื่อ software center ของเวอร์ชั่นของคุณ

    ขั้นที่ 4. คลิ้ก [OK] เพื่อเปิดแพคเกจใน software center

    รูปที่ 3: Software center พร้อมที่จะติดตั้งจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 5. คลิ้ก [Install] เพื่อเปิดหน้าจอสำหรับ authentication

    หมายเหตุ: ถ้าคุณมีเวอร์ชั่นเก่ากว่าของจิ้ดสิติดตั้งไว้อยู่แล้ว (เช่น เวอร์ชั่นที่มาพร้อมกับ package manager ของคุณ) หน้าจอที่แสดงใน รูปที่ 3 จะมีปุ่ม [Upgrade] แทนที่จะเป็นปุ่ม [Install] ให้คุณคลิ้กที่ [Upgrade] และเวอร์ชั่นเก่าของคุณจะถูกแทนที่ด้วยเวอร์ชั่นที่คุณเพิ่งดาวน์โหลดมา แต่บัญชีผู้ใช้และคอนแทคของคุณที่มีอยุ่แล้วยังคงใช้ได้เหมือนเดิม

    รูปที่ 4: Software center ให้คุณใส่ข้อความรหัสผ่านเพื่อติดตั้งจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 6. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านที่คุณใช้ในการล็อคอินคอมพิวเตอร์ของคุณ

    ขั้นที่ 7. คลิ้ก [Authenticate] เพื่อเริ่มการติดตั้งจิ้ดสิ

    รูปที่ 5: Software center กำลังติดตั้งจิ้ดสิ

    เมื่อการติดตั้งจิ้ดสิสำเร็จแล้ว software center จะแสดงเครื่องหมายสีขาวในวงกลมสีเขียว และแถบแสดงความคืบหน้าจะเปลี่ยนเป็นปุ่ม [Reinstall]

    รูปที่ 6: Software center หลังจากที่ติดตั้งจิ้ดสิสำเร็จแล้ว

    ขั้นที่ 8. ปิด software center

    2.2. เพิ่มบัญชีการใช้งานในจิ้ดสิ

    จิ้ดสิสนับสนุนโปรโตคอลและบริการสำหรับแชทหลายรูปแบบ ครั้งแรกที่คุณเปิดใช้โปรแกรมคุณจะเห็นหน้าต่างที่แสดงให้ดูในรูปที่ 1 ซึ่งสามารถให้คุณเพิ่มบัญชีการใช้งานของโปรแกรมที่คุณต้องการใช้งานบนจิ้ดสิ

    รูปที่ 1: หน้าจอการตั้งค่าบัญชีใช้งานมาตรฐานบนจิ้ดสิ

    หมายเหตุ: กูเกิ้ลทอล์คและเฟซบุคอาจให้คุณเปลี่ยนการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้งานก่อนที่คุณจะสามารถใช้บริการแชทผ่านจิ้ดสิ คุณสามารถเรียนรู้การตั้งค่าดังกล่าวในบทเรียนข้างล่าง:

    คุณสามารถใช้หน้าจอข้างล่างนี้ในการใส่ ชื่อผู้ใช้ (username) และ พาสเวิร์ด(password)สูงสุดถึง 4 บริการในขั้นตอนง่ายๆขั้นตอนเดียว แต่คุณจำเป็นต้อง ลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานของบริการเหล่านี้ไว้แล้ว บทเรียนข้างล่างอธิบายวิธีลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้งานสำหรับบริการ IM และ VoIP จากผู้ให้บริการหลายราย

    2.2.1. เพิ่มบัญชีกูเกิ้ล ทอล์คในจิ้ดสิ

    ตามที่แสดงไว้ใน รูปที่ 1 ของ บทที่แล้ว ครั้งแรกที่คุณใช้งานโปรแกรมจิ้ดสิ คุณจะเห็นหน้าจอการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้งานที่สามารถให้คุณเลือกที่จะเพิ่มบริการแชทได้จากผู้บริการหลายราย หลังจากที่คุณได้เพิ่มบริการแชทอย่างน้อยหนึ่งรายการ หน้าจอนี้จะไม่แสดงให้คุณเห็นอีก ดังนั้นหากคุณต้องการ เพิ่ม บัญชีผุ้ใช้บริการ โปรดทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก [File] ที่จิ้ดสิเมนูบาร์ และ เลือก [Add new account...]เพื่อเพิ่มบริการหรือโปรโตคอลที่คุณต้องการใช้

    รูปที่ 1: หน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้บริการ

    ขั้นที่ 2. เลือก [Google Talk] จากรายการ Network เพื่อใส่ชื่อผู้ใช้ (username) และข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 2: ใส่ชื่อผู้ใช้และพาสเวิร์ดในหน้าจอสำหรับเพิ่มบัญชีผู้ใช้

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ ชื่อผู้ใช้บนกูเกิ้ลของคุณ

    ขั้นที่ 4. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านบัญชีกูเกิ้ลของคุณ

    ขั้นที่ 5. (ตัวเลือก) กาออก กล่อง Remember password

    สำคัญ: หากคุณต้องการให้จิ้ดสิจำข้อความรหัสผ่านของคุณ คุณควร เปิดใช้งาน Master Password เป็นลำดับแรก

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [Add]

    ตอนนี้คุณสามารถใช้จิ้ดสิในการสื่อสารผ่านบัญชีกูเกิ้ล ทอล์คที่คุณเพิ่งเพิ่มได้แล้ว

    หมายเหตุ: หากคุณใช้ การยืนยันสองขั้นตอน (2-step verification) เพื่อป้องกันการเข้าสู่บัญชีอีเมลของ Gmail คุณอาจเห็นข้อความแสดงให้เห็นความผิดพลาดตามที่แสดงให้เห็นใน รูปที่ 3 เมื่อจิ้ดสิพยายามเข้าสู่บัญชีการใช้งานของคุณ (ข้อความแสดงนี้จะขึ้นเหมือนกับเวลาที่คุณใส่ข้อความรหัสผ่านผิด) เพื่อล็อคอินเพื่อใช้จิ้ดสิ คุณจำเป็นต้องสร้าง "พาสเวิร์ดสำหรับโปรแกรมโดยเฉพาะ (application-specific password)" เรียนรู้วิธีดังกล่าวได้ใน คำแนะนำจากกูเกิ้ล (Google's instructions).

    รูปที่ 3: กูเกิ้ล ทอล์คเตือนว่าการรับรองล้มเหลว (authentication failed) (อาจเกิดได้จากการตั้งค่าการใช้แบบ "การยืนยันสองขั้นตอน")

    2.2.2. เพิ่มบัญชีเฟซบุคในจิ้ดสิ

    คุณต้องเปลี่ยนการตั้งค่าสองอย่างบนเฟซบุคในเว็บไซต์ของเฟซบุคเอง เพื่อที่ทำให้จิ้ดสิใช้โปรแกรมแชทของเฟซบุคได้

    ชื่อผู้ใช้งานของบัญชีเฟซบุค

    ก่อนที่จิ้ดสิจะสามารถเชื่อมต่อกับเฟซบุคได้ คุณต้องเลือก ชื่อผู้ใช้งาน สำหรับบัญชีเฟซบุคของคุณก่อนซึ่งต่างกับบริการเวปทั่วๆไป เฟซบุคสามารถให้คุณกำหนดชื่อผู้ใช้งานได้ ตอนที่คุณลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ใหม่แต่ไม่บังคับ คุณสามารถยืนยันชื่อผู้ใช้งานที่คุณกำหนดขึ้นเมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้งาน (sign in) ชื่อผู้ใช่้งานของคุณจะแสดงให้เห็นบน แท็บในเบราเซอร์หลังจากประโยค https://www.facebook.com/ เมื่อคุณเข้าไปดูที่ Timeline หรือ Page ดังนั้นหากบัญชีการใช้งานของคุณคือ elena.s.katerina คุณควรเห็น https://www.facebook.com/elena.s.katerina ใน แท็บที่เบราเซอร์เวลาที่คุณเปิดดู Timeline นอกจากนั้น ชื่อผู้ใช้งานของคุณยังเป็นส่วนหนึ่งของอีเมลเฟซบุคของคุณอีกด้วย (ตัวอย่างเช่น elena.s.katerina@facebook.com)

    หากคุณไม่มีชื่อผู้ใช้งาน คุณสามารถเลือกกำหนดได้เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้งานในบัญชีของคุณ และเลือก Settings > General หรือไปที่ https://www.facebook.com/username เฟซบุคอาจจะให้คุณยืนยันบัญชีการใช้งานก่อนที่จะให้คุณเลือกชื่อผู้ใช้งาน ซึ่งขั้นตอนนี้คุณอาจจะต้องให้หมายเลขโทรศัพท์คุณกับเฟซบุคเพื่อใช้ในการรับข้อความ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุค คำอธิบายเกี่ยวกับชื่อผู้ใช้งาน (explanation of usernames)

    การตั้งค่าแอพ (app)

    คุณต้องเปิดการใช้งานบนเฟซบุคในส่วนที่เรียกว่า “application platform” ก่อนเพื่อจะสามารถให้จิ้ดสิเข้าไปเชื่อมกับบัญชีเฟซบุคของคุณได้ คุณสามารถทำได้โดยขั้นแรกลงชื่อเข้าใช้งานในเฟซบุค แล้วไปที่ Settings > Apps และยืนยันว่าการตั้งค่าของ Apps, Websites and Plugins นั้นถูกเปิดการใช้งานและเขียนว่า Enabled

    หมายเหตุ: การที่คุณเปิดการใช้งานในส่วน application platform บนเฟซบุคนั้นทำให้คุณยอมเปิดเผยข้อมูลของคุณให้กับผู้พัฒนาแอพที่เป็นบุคคลที่สามไปโดยปริยาย ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงได้โดยแอพที่ทั้งคุณและเพื่อนใช้ หลังจากที่คุณเปิดใช้บริการบนเฟซบุคในส่วน Apps, Websites and Plugins คุณควรตรวจสอบการตั้งค่าในส่วน Apps others useด้วย โดยการตั้งค่าในส่วนดังกล่าวจะสามารถให้คุณซ่อนข้อมูลส่วนตัวจากแอพที่เพื่อนคุณใช้ แต่อย่างไรก็ดีเฟซบุคไม่อณุญาติให้ผู้ใช้ซ่อนข้อมูลส่วนตัวทั้งหมด แต่ตราบใดที่ application platform นั้นถูกเปิดใช้ หรือ Enabled ข้อมูลบางประเภท (รวมทั้งรายชื่อเพื่อนของคุณ, เพศของคุณ และข้อมูลอื่นๆที่คุณทำให้เป็นสาธารณะ) จะสามารถถูกเข้าถึงได้โดยแอพที่ถูกใช้โดยคนอื่น ถ้าคุณรู้สึกไม่ต้องการยินยอมกับข้อกำหนดนี้ คุณควรปิดการใช้งานแอพ เว็บไซต์ และปลั้กอิน และหลีกเลี่ยงการใช้จิ้ดสิกับเฟซบุค เมสเซนเจอร์

    เมื่อคุณได้เลือกชื่อผู้ใช้งานบนเฟซบุคและเปิดการใช้งาน application platform เรียบร้อยแล้ว คุณจึงสามารถเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุคของคุณบนจิ้ดสิ

    ตามที่แสดงใน รูปที่ 1 ของ[การเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานบนจิ้ดสิ] (#2270) เมื่อคุณใช้จิ้ดสิเป็นครั้งแรก คุณจะเห็นหน้าจอการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้งาน ที่ทำให้คุณสามารถเพิ่มบริการแชทได้หลายบริการในแอพ หลังจากที่คุณเพิ่มบัญชีบริการแชทอย่างน้อยหนึ่งบัญชี หน้าจอนี้จะไม่แสดงให้เห็นอีก ดังนั้นหากคุณต้องการ เพิ่มบัญชีผู้ใช้งาน โปรดทำตามขั้นตอนข้างล่าง

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก File บนจิ้ดสิเมนูบาร์และ เลือก Add new account... เพื่อเลือกบริการหรือโปรโตคอลที่คุณต้องการใช้

    รูปที่ 1: หน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้งาน

    ขั้น 2. เลือก [Facebook] จากรายการ Network เพื่อใส่ชื่อผู้ใช้งานและข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 2: ใส่ชื่อผู้ใช้งานและพาสเวิร์ดในหน้าจอที่ให้เพิ่มบัญชีผู้ใช้งาน

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ ชื่อผู้ใช้บนเฟซบุคของคุณ

    ขั้นที่ 4. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านของบัญชีเฟซบุคของคุณ

    ขั้นที่ 5. (ตัวเลือก) กาออก กล่อง Remember password

    สำคัญ: หากคุณต้องการให้จิ้ดสิจำข้อความรหัสผ่านของคุณ คุณควร เปิดใช้งาน Master Password เป็นลำดับแรก

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [Add]

    ตอนนี้คุณสามารถใช้จิ้ดสิเพื่อการสื่อสารผ่านบัญชีเฟซบุคที่คุณเพิ่งเพิ่มได้แล้ว

    2.2.3. เพิ่มบัญชี Jabber/XMPP บนจิ้ดสิ

    XMPP และJabber ใช้โปรโตคอลอันเดียวกันในการส่งข้อความแบบทันทีแต่เพียงใช้ชื่อต่างกัน มาตรฐานนี้เปิดให้ใช้ได้ทั่วไปและมี ผู้ให้บริการหลายราย ที่ให้คุณใช้บัญชี Jabber/XMPP แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งสามารถใช้กับจิ้ดสิได้ ซึ่ง IM Observatory สามารถให้คุณ ประเมินค่าความปลอดภัยของ บริการ Jabber/XMPP แบบสาธารณะได้.

    หากคุณมีประสบการณ์ในการใช้บริการออนไลน์ คุณสามารถติดตั้ง Jabber/XMPP server (เช่น ejabberd หรือ Prosody IM) บนเซิฟเวอร์ของคุณ ซึ่งสามารถให้บริการแก่สมาชิกในชุมชนหรือองค์กรตามที่คุณต้องการได้

    ข้างล่างนี้เราแนะนำผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ในการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

    หมายเหตุ: ถึงแม้คุณจะเชื่อถือผู้ให้บริการของคุณ การใช้ การใส่รหัสแบบ OTR จะทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นว่าการส่งข้อความแบบทันทีของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ อย่างไรก็ดีคุณควรตรวจสอบให้ดีว่าคุณและคนที่คุณสื่อสารด้วยรู้วิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง ความรู้ในส่วนนี้เราได้รวมไว้อยู่ในบทเรียนที่เกี่ยวกับ การใช้จิ้ดสิสำหรับระบบ่งข้อความแบบทันที (Using Jitsi for secure instant messaging)

    การสร้างและเพิ่มบัญชีผู้ใช้ของ Jabber.ccc.de

    Chaos Computer Club (CCC) โฮสบริการ Jabber แบบฟรี โดยเซิฟเวอร์ดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศเยอรมัน โปรแกรมจิ้ดสิสามารถให้คุณสร้างบัญชี jabber.ccc.de และเพิ่มบัญชีผู้ใช้ดังกล่าวได้ภายในโปรแกรมจิ้ดสิ วิธีการนี้ใช้งานได้ดีกับบริการ Jabber/XMPP แบบมาตรฐาน

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก [File] ในจิ้ดสิเมนูบาร์ แล้ว เลือก [Add new account...] เพื่อเลือกบริการหรือโปรโตคอลที่คุณต้องการใช้

    รูปที่ 1: หน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้ใหม่

    ขั้นที่ 2. เลือก [XMPP] จากรายการ Network เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้

    รูปที่ 2: หน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้ใหม่

    ขั้นตอนข้างล่างนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าคุณยัง ไม่มี บัญชีผู้ใช้งานของ jabber.ccc.de (แต่ถ้าหากคุณมีแล้ว คุณสามารถเพิ่มบัญชีได้เพียงการใส่ชื่อผู้ใช้งานและข้อความรหัสผ่านและคลิ้ก [Add])

    ขั้นที่ 3. เลือก [Create a new XMPP account]

    รูปที่ 3: สร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่ของ jabber.ccc.de บนจิ้ดสิ ฝ่านหน้าจอสำหรับเพิ่มบัญชีใหม่

    ขั้นที่ 4. พิมพ์ [jabber.ccc.de] ในกล่อง Server

    ขั้นที่ 5. เลือก ชื่อผู้ใช้งาน และ พิมพ์ มันลงในกล่อง XMPP username

    ขั้นที่ 6. เลือก ข้อความรหัสผ่านของคุณและพิมพ์มันลงในกล่องPassword และ Confirm Password

    ขั้นที่ 7. คลิ้ก [Add] เพื่อขอใช้ชื่อผู้ใช้ที่คุณเลือกไว้

    หากชื่อผู้ใช้ที่คุณขอถูกผู้อื่นใช้ไปแล้ว การลงทะเบียนจะไม่สำเร็จ และจิ้ดสิจะแจ้งว่ามัน ไม่สามารถสร้างบัญชีผู้ใช้งานได้เนื่องจากความผิดพลาดที่ไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ (Could not confirm data) คุณสามารถเริ่มขั้นตอนใหม่ได้ด้วยการลองใส่ผู้ใช้งานใหม่

    หากคุณไม่ล็อคอินเข้าใช้งานบัญชี jabber.ccc.de ภายใน 12 เดือน บัญชีของคุณจะถูกยกเลิก และชื่อผู้ใช้งานของคุณจะถูกยกเลิกและให้ผู้อื่นสามารถเลือกใช้ได้อีกครั้ง

    สร้างบัญชีผู้ใช้งานของ Riseup.net (Jabber/XMPP)

    Riseup เป็นกลุ่มที่อุทิศตนเพื่อการให้บริการที่ปลอดภัยสำหรับบุคคลแบะองค์กรที่ทำงานด้านเกี่ยวกับการเมืองและความยุติธรรมในสังคม เซิฟเวอร์ของไรซ์อัพอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

    หากคุณมี [อีเมลของ Riseup.net]อยู่แล้ว (../riseup/internet) คุณสามารถใช้บัญชีเดียวกันนี้สำหรับบริการ Jabber/XMPP service ในกรณีที่คุณต้องการสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ คุณต้องใช้ รหัสเชิญ สองรหัสจากสมาชิกของ Riseup.net คุณสามารถเข้าไปที่ https://user.riseup.net เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่ และเมื่อบัญชีการใช้งานของคุณพร้อมใช้แล้ว คุณสามารถเพิ่มมันลงไปในจิ้ดสิตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    เพิ่มบัญชีผู้ใช้ของ Jabber/XMPP ในจิ้ดสิ (รวมถึงบัญชีผู้ใช้ของ Riseup.net)

    ตามที่แสดงใน รูปที่ 1 ของ บทที่เกี่ยวกับ การเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานบนจิ้ดสิ (Add accounts to Jitsi), ครั้งแรกที่คุณใช้งานโปรแกรมจิ้ดสิ คุณจะเห็นหน้าจอการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้งานที่สามารถ ให้คุณเลือกที่จะเพิ่มบริการแชทได้จากผู้บริการหลายราย หลังจากที่คุณได้เพิ่มบริการแชทอย่างน้อยหนึ่งรายการ หน้าจอนี้จะไม่แสดงให้คุณเห็นอีก ดังนั้นหากคุณต้องการ เพิ่ม บัญชีผุ้ใช้บริการ โปรดทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก [File] บนเมนูบาร์ของจิ้ดสิ และ เลือก [Add new account...] เพื่อเลือกบริการหรือโปรโตคอลที่คุณต้องการใช้

    รูปที่ 1: หน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานใหม่

    ขั้นที่ 2. เลือก XMPP จากรายการ Network เพื่อใส่ชื่อผู้ใช้และข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 2: ใส่ชื่อผู้ใช้และพาสเวิร์ดลงในหน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานใหม่

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ ชื่อผู้ใช้สำหรับบัญชี Jabber/XMPP สำหรับบริการนี้

    รูปที่ 3: หน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้ที่ได้ใส่ชื่อผู้ใช้และพาสเวิร์ดลงไปแล้ว

    ชื่อผู้ใช้ของคุณควรที่จะรวมสัญลักษณ์ **@** และชื่อ ชื่อโฮส (hostname) ของผู้ให้บริการที่คุณใช้ เช่น

    • ชื่อผู้ใช้ของบัญชี Riseup.net จะดูเป็นแบบนี้ ekaterina@riseup.net
    • ชื่อผู้ใช้ของบัญชี jabber.ccc.de จะดูเป็นแบบนี้ elena.katerina@jabber.ccc.de

    ขั้นที่ 4. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านของบัญชีผู้ใช้งาน Jabber/XMPP ของคุณสำหรับบริการนี้

    ขั้นที่ 5. (ตัวเลือก) กาออก กล่อง Remember password

    สำคัญ: หากคุณต้องการให้จิ้ดสิจำข้อความรหัสผ่านของคุณ คุณควร เปิดใช้งาน Master Password เป็นลำดับแรก

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [Add]

    ตอนนี้คุณสามารถใช้จิ้ดสิเพื่อสื่อสารผ่านบัญชีของ Jabber/XMPP ได้แล้ว

    2.2.4 เพิ่มบัญชีผู้ใช้งาน SIP บนจิ้ดสิ

    ในบทนี้ เราแนะนำให้คุณใช้บริการ Session Initiation Protocol (SIP) กับผู้บริการที่ชื่อว่า ostel.co โดยทางผู้ให้บริการนี้มีเซิฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าจะมีผู้ให้บริการ SIP แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายบนอินเตอร์เนทรายอื่นๆ แต่ ostel.co ถือว่าเป็นผู้ให้บริการที่ให้บริการที่น่าเชื่อถือสำหรับการเข้ารหัสแบบ end-to-end encryption ผ่าน ZRTP.

    หมายเหตุ: จิ้ดสินั้นมีความเสถียรน้อยกว่าเมื่อใช้โทรแบบเสียงแบบเข้ารหัส เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งานแบบส่งข้อความ คุณสามารถใช้แอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์แบบ แอนดรอย ที่ชื่อว่า CSipSimple สำหรับการโทรแบบเข้ารหัสเพราะจะมีความเสถียรมากกว่าใช้ผ่าน ostel.co

    สร้างบัญชีผู้ใช้งานฟรีแบบ SIP บนostel.co

    ต่างกับบัญชีการใช้งานในระบบ Jabber/XMPP บัญชีแบบ SIP นั้นไม่สามารถลงทะเบียนได้จากโปรแกรมจิ้ดสิ คุณสามารถทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่ของ ostel.co:

    ขั้นที่ 1. เข้าไปที่ ostel.co registration page

    รูปที่ 1: หน้าเว็บสำหรับลงทะเบียนของ ostel.co

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก [Sign me up] เพื่อเข้าสู่แบบฟอร์มการลงทะเบียนการใช้งานของ ostel.co

    **รูปที่ 2: แบบฟอร์มลงทะเบียนของ ostel.co*

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ อีเมลของคุณ (จะเป็นอีเมลของผู้ให้บริการไหนก็ได้).

    ขั้นที่ 4. คลิ้ก [Sign up] เพื่อเข้าสู่แบบฟอร์มสำหรับเลือกชื่อผู้ใช้งานและข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 3: แบบฟอร์ม สำหรับเลือกชื่อผู้ใช้งานและข้อความรหัสผ่านของ ostel.co

    ขั้นที่ 5. พิมพ์ "code name" (ซึ่งก็คือชื่อผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกับผู้ใช้อื่น)

    ขั้นที่ 6. เลือก ข้อความรหัสผ่านและ พิมพ์ มันลงไปในกล่องที่เขียนว่า Password

    ขั้นที่ 7. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านอีกครั้งในกล่องที่เขียนว่า Confirm password

    ขั้นที่ 8. คลิ้ก [Create my account] เพื่อสิ้นสุดขั้นตอนการสร้างบัญชีผู้ใช้งาน SIP ของ ostel.co

    รูปที่ 4: หน้าลงทะเบียนของ ostel.co หลังจากที่ได้สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่แล้ว

    เมื่อคุณลงทะเบียนกับ ostel.co เรียบร้อยแล้วคุณสามารถเพิ่มบัญชี SIP ในจิ้ดสิได้โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    เพื่มบัญชี SIP ที่มีอยู่แล้วเข้าในจิ้ดสิ

    ตามที่แสดงให้เห็นใน รูปที่ 1 ของ[บทที่เกี่ยวกับ การเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานบนจิ้ดสิ (Add accounts to Jitsi)] (#2270) ครั้งแรกที่คุณใช้งานโปรแกรมจิ้ดสิ คุณจะเห็นหน้าจอการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้งานที่สามารถให้คุณเลือกที่จะเพิ่มบริการแชทได้จากผู้บริการหลายราย หลังจากที่คุณได้เพิ่มบริการแชทอย่างน้อยหนึ่งรายการ หน้าจอนี้จะไม่แสดงให้คุณเห็นอีก ดังนั้นหากคุณต้องการ เพิ่ม บัญชีผุ้ใช้บริการ โปรดทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก File ที่จิ้ดสิเมนูบาร์ เลือก [Add new account...] เพื่อเลือกบริการหรือโปรโตคอลที่คุณต้องการใช้

    รูปที่ 1: หน้าจอเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานใหม่

    ขั้นที่ 2. เลือก [SIP] จากรายการ Network เพื่อใส่ชื่อผู้ใช้งานและข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 2: ใส่ชื่อผู้ใช้บริการและพาสเวิร์ดในหน้าจอสำหรับสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ ชื่อผู้ใช้ของ ostel.co

    ขั้นที่ 4. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านของ ostel.co

    ขั้นที่ 5. (ตัวเลือก) กาออก ที่กล่อง Remember password

    สำคัญ: หากคุณต้องการให้จิ้ดสิจำข้อความรหัสผ่านของคุณ คุณควร เปิดใช้งาน Master Password เป็นลำดับแรก

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [Add]

    ตอนนี้คุณสามารถใช้จิ้ดสิในการโทรพูดคุยแบบเสียงผ่านอินเตอร์เนท (VoIP) ผ่านบริการ SIP ของ ostel.co และหากคุณและคนที่คุณสนทนาด้วย มีบัญชีของ ostel.co และหากคุณทั้งสองตั้งค่าบนแอพได้อย่างถูกต้อง บทสนทนาของคุณจะถูกเข้ารหัสแบบ end-to-end โดยใช้โปรโตคอล ZRTP หากต้องการเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานแบบนี้ ดูได้ที่ ใช้จิ้ดสิสำหรับการคุยแบบเสียงและวีดีโออย่างปลอดภัย (Using Jitsi for secure voice and video calls).

    2.3. เปลี่ยนพาสเวิร์ดของบัญชีการใช้งานบนจิ้ดสิ

    บัญชีการใช้งานของหลายๆบริการที่คุณใช้ผ่านจิ้ดสิจะยอมให้คุณเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านโดยตรงจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการนั้นๆ แต่อย่างไรก็ดีบัญชีของ Jabber/XMPP และ SIP บางบัญชีจะไม่มีหน้าเวปที่ให้คุณสามารถเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านของคุณได้ สำหรับบัญชีดังกล่าว คุณสามารถเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านได้โดยการทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. เลือก [Tools > Options] จากจิ้ดสิเมนูบาร์และ เลือก แท็บ Accounts

    รูปที่ 1: เลือกบัญชีผู้ใช้ที่ต้องการแก้ไขในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก [Edit] เพื่อแก้ไขบัญชีผู้ใช้งานที่ได้เลือกไว้

    รูปที่ 2: แก้ไขบัญชีผู้ใช้งานในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก [Change account password] เพื่อเลือกข้อความรหัสผ่านใหม่สำหรับบัญชีผู้ใช้งานบัญชีนี้

    รูปที่ 3: เปลี่ยนข้อความรหัสผ่านในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 4. เลือกข้อความรหัสผ่านใหม่ และ พิมพ์ มันลงไปในช่อง Enter new password

    ขั้นที่ 5. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านใหม่ครั้งที่สองในช่อง Re-enter password

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [OK]

    ตอนนี้คุณสามารถเปลี่ยนพาสเวิร์ดของบัญชีผู้ใช้สำเร็จแล้ว

    3. การทำให้การตั้งค่าความปลอดภัยของจิ้ดสิเข้มแข็งมากขึ้น

    3.1. ล้างข้อมูลและปิดการใช้งานของประวัติการแชทของคุณ

    โดยอัตโนมัติ จิ้ดสิจะเก็บข้อมูลโทรเข้าโทรออกและบทสนทนาแบบข้อความของคุณไว้ คุณสามารถเข้าสู่เมนูประวัติการใช้งานแบบเสียงและวีดีโอของคุณได้โดยการคลิ้ก ไอคอนรูปนาฬิกา ใกล้กับมุมด้านขวาบนหน้าต่างหลังของจิ้ดสิ:

    รูปที่ 1: เข้าไปดูข้อมูลการใช้งานแบบเสียงและวีดีโอในจิ้ดสิ

    คุณสามารถเข้าไปดูประวัติการแชทได้โดยคลิ้กที่ ไอคอนรูปนาฬิกา ที่หน้าต่างแชทระหว่างแชทกับคอนแทคอื่นอยู่

    รูปที่ 2: เข้าไปดูข้อมูลการใช้งานการแชทแบบตัวอักษรในจิ้ดสิ

    ตรงนี้คุณสามารถเลือกที่จะปิดการใช้งานในส่วนของการเก็บข้อมูลประวัติการแชทสำหรับคอนแทคบางอันได้ หรืออาจปิดการใช้งานนี้สำหรับทุกคอนแทคเลยก็ได้

    ถึงแม้คุณจะเข้ารหัสการแชทแบบตัวอักษรด้วย OTR เนื้อหาของบทสนทนาเหล่านั้นจะถูกเก็บไว้โดยไม่ได้ถูกใส่รหัส ข้อมูลฉบับเดียวกันนั้นจะถูกเก็บไว้ที่ดิสก์ของคนที่คุณสนทนาด้วยอีกฉบับหนึ่ง

    3.1.1. ป้องกันไม่ให้จิ้ดสิเก็บข้อมูลประวัติการแชทและการคุยแบบเสียงของคุณ

    เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้ดสิเก็บข้อมูลดังกล่าวของคุณเอาไว้ คุณและคนที่คุณสนทนาด้วยสามารถทำตามขั้นตอนข้างล่างได้ดังนี้:

    ขั้นที่ 1. เลือก [Tools > Options] จากเมนูบาร์ของจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 2: เลือก ที่แท็บทั่วไปหรือ General tab และ กาออก ที่กล่อง Log chat history ตามที่แสดงให้ดูข้างล่าง:

    รูปที่ 3: ตัวเลือกในจิ้ดสิ - แท็บทั่วไป

    ขั้นที่ 3: เลือก แท็บตั้งค่าขั้นสูง หรือ Advanced tab และเลือก [Logging] ที่อยู่ด้านซ้ายมือและ กาออก กล่องที่เขียนว่า [Enable packet logging] ตามที่แสดงให้เห็นข้างล่าง:

    รูปที่ 4: ตัวเลือกในจิ้ดสิ - การตั้งค่าเกี่ยวกับการเก็บบันทึกข้อมูล (logging) ใน แท็บตั้งค่าขั้นสูง (Advanced tab)

    การเปลี่ยนแปลงนี้จะเห็นได้หลังจากที่คุณทำการรีสตาร์ทโปรแกรมจิ้ดสิ

    3.1.2. การลบข้อมูลประวัติการแชทแบบตัวอักษรและแบบเสียงของคุณที่เก็บไว้

    หลังจากที่คุณปิดการใช้งานการเก็บบันทึกข้อมูลแชท (chat logs) ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น คุณสามารถลบข้อมูลประวัติการแชทแบบตัวอักษรและแบบเสียงได้ โดยทำตามขั้นตอนข้าง ล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. ภายในหน้าต่างแชท คลิ้ก ไอคอนรูปนาฬิกาทราย เพื่อแสดงเมนูประวัติการใช้งาน

    รูปที่ 1: ลบข้อมูลประวัติการแชททั้งหมดในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 2. เลือก [Erase all chat history in Jitsi]

    3.2. การตั้งค่าในจิ้ดสิเพื่อที่จะเริ่มใช้งานการส่งข้อความส่วนตัว (private messaging)แบบอัตโนมัติ

    เราแนะนำให้คุณตั้งค่าในจิ้ดสิเพื่อที่จะเริ่มการเข้ารหัสการส่งข้อความแบบทันทีเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. เลือก Tools > Options จากเมนูบาร์ของจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 2. เลือก แท็บ[Security] และ เลือก แท็บย่อย[Chat] และหลังจากนั้น กา ที่กล่องที่เขียนว่า [เริ่มใช้งานการส่งข้อความส่วนตัวแบบอัตโนมัติ(Automatically initiate private messaging)] ที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอตามที่แสดงให้เห็นด้านล่าง:

    รูปที่ 1: ตัวเลือกในจิ้ดสิ - แชทแท็บย่อยของแท็บเรื่องความปลอดภัย

    3.3. ตั้งข้อความรหัสผ่านหลัก (Master passphrase) สำหรับจิ้ดสิ

    เราแนะนำว่าคุณ ไม่ควรให้จิ้ดสิจำข้อความรหัสผ่านสำหรับบัญชีแชทของคุณ แต่หากคุณทำเช่นนั้น การตั้งค่ามาตรฐานของจิ้ดสิเช่นนี้จะยอมให้ใครก็ตามที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณ สามารถอ้างได้ว่าเป็นคุณและล่วงรู้ข้อความรหัสผ่านของบัญชีการใช้งานของคุณ อย่างไรก็ดี หากคุณตัดสินใจว่าจะให้จิ้ดสิจำข้อความรหัสผ่านของคุณได้ คุณควรเป็นอย่างยิ่งที่จะตั้ง ข้อความรหัสผ่านหลัก (master password) ที่แข็งแรงสำหรับจิ้ดสิ และเมื่อคุณตั้งค่าข้อความรหัสผ่านหลักแล้ว จิ้ดสิจะให้คุณใส่ข้อความรหัสผ่านนั้นทุกครั้งที่คุณเปิดโปรแกรม

    คุณสามารถตั้งข้อความรหัสผ่านหลักสำหรับจิ้ดสิได้โดยการทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. เลือก Tools > Options จากจิ้ดสิเมนูบาร์

    ขั้นที่ 2. เลือก แท็บ [Security] และเลือกแท็บย่อย Passwords และกาเครื่องหมาย ที่กล่อง Use a master password เพื่อเริ่มแสดงหน้าจอ Master Password

    รูปที่ 1: ตั้งค่าข้อความรหัสผ่านหลักในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 3. เลือก ข้อความรหัสผ่านที่ยากและ พิมพ์ ลงไปในกล่อง Choose a new password

    ขั้นที่ 4. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านอีกครั้งในกล่อง Re-enter password

    ขั้นที่ 5: คลิ้ก [OK]

    จิ้ดสิควรจะแสดงหน้าจอให้เห็นว่าข้อความรหัสผ่านหลักได้ถูกตั้งสำเร็จแล้ว: Master Password successfully set up

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [OK] อีกครั้ง

    หมายเหตุ: ปุ่ม [Change Master Password] สามารถให้คุณเปลี่ยนข้อความรหัสหลักได้ และปุ่ม [Saved Passwords...] ให้คุณเข้าสู่รายการของพาสเวิร์ดที่จิ้ดสิจำไว้ให้คุณ

    4. เข้ารหัสการส่งข้อความและการคุยแบบเสียงของคุณ

    เมื่อคุณเพิ่มบัญชีการใช้งานอย่างน้อยหนึ่งบัญชีในจิ้ดสิแล้ว คุณสามารถเพิ่มคอนแทครายชื่อที่คุณจะใช้สื่อสารและใช้จิ้ดสิเพื่อการสื่อสารอย่างปลอดภัยกับคอนแทคนั้น

    4.1. เพิ่มคอนแทครายชื่อผู้ติดต่อบนจิ้ดสิ

    คุณสามารถเพิ่มคอนแทครายชื่อของคุณบนจิ้ดสิได้ตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. เลือก [File > Add contact...] จากเมนูบาร์ของจิ้ดสิ

    รูปที่ 1: เพิ่มคอนแทคในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 2: เลือก บัยชีการใช้งานที่คุณต้องการเพิ่มคอนแทคเข้าไป ในบทนี้เราจะเพิ่มคอนแทคสำหรับบัญชีการใช้งานของ ekaterina@riseup.net ของบัญชี Jabber/XMPP

    คุณสามารถเพิ่มรายชื่อคอนแทคใน กลุ่ม (group)ได้ โดยคุณสามารถสร้างกลุ่มใหม่ได้โดยการเลือก [File > Create group...] จากเมนูบาร์ของจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 3. พิมพ์ ชื่อผู้ใช้งาน (ID) ของคอนแทคที่คุณต้องการเพิ่มในช่อง “ID or Number” ในส่วนนี้ เราจะเพิ่มคอนแทคของระบบ Jabber/XMPP ที่มีชื่อผู้ใช้งานว่า electra.stormborn@riseup.net

    คุณสามารถเลือกชื่อเล่นของคอนแทคได้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นในรายชื่อคอนแทคหลักในโปรแกรมซึ่งคุณสามารถทำได้โดยการพิมพ์ชื่อเล่นในช่อง Display name

    ขั้นที่ 4: คลิ้ก [Add]

    ตอนนี้คุณควรที่จะเห็นคอนแทคดังกล่าวบนรายชื่อคอนแทคของคุณแล้ว (พร้อมกับข้อความ รอการยืนยัน (Waiting for authorization) ที่จะหายไปเมื่อคอนแทคนี้คลิ้กยอมรับการแอดหรือเพิ่มคอนแทคของคุณ) เมื่อเจ้าของคอนแทคดังกล่าวได้ลงชื่อเข้าใช้งานในจิ้ดสิ เขาจะเห็นหน้าต่างคล้ายกับที่แสดงให้เห็นด้านล่าง

    รูปที่ 2: ยอมรับการติดต่อกับคอนแทคอื่นในจิ้ดสิ

    ในกรณีที่คุณได้รับคำเชิญเพื่อติดต่อกับคอนแทคในจิ้ดสิ คุณสามารถเลือกตัวเลือกตัวใดตัวหนึ่งตามรายการข้างล่างนี้:

    • ไม่สนใจ (ignore): กรณีนี้คอนแทคที่ส่งคำเชิญเพื่อต้องการเชื่อมโยงการติดต่อจะรอการยืนยันจากคุณต่อไป
    • ปฏิเสธ(Deny): กรณีนี้คอนแทคที่ต้องการเชื่อมโยงกับคุณจะได้รับข้อความว่าคำเชิญถูกปฏิเสธ
    • ยืนยัน (Authorise): กรณีนี้คอนแทคที่ต้องการเชื่อมโยงกับคุณจะได้รับข้อความว่าคำเชิญนั้นได้ถูกตอบรับแล้ว และเขาจะสามารถเริ่มส่งข้อความสนทนากับคุณได้

    รูปที่ 3: เริ่มแชทกับคอนแทคในจิ้ดสิ

    เมื่อคอนแทคที่คุณต้องการติดต่อตอบรับคำเชิญของคุณ คุณสามารถคลิ้กที่ชื่อของเขาในรายชื่อคอนแทคOและเริ่มส่งแชทข้อความแบบตัวอักษรหรือแบบเสียงได้ โดยการคลิ้กไอคอนที่เกี่ยวข้องใต้ชื่อของเขา

    4.2. ใช้จิ้ดสิสำหรับการรับส่งข้อความอย่างปลอดภัย

    Off-the-Record (OTR) คือโปรโตคอลที่ถูกเข้ารหัสที่ไว้สำหรับการให้บริการการส่งข้อความแบบเข้ารหัสในรูปแบบ end-to-end โดยOTR นั้นจะป้องกันไม่ให้คนอื่นที่นอกเหนือจากผู้รับที่แท้จริงอ่านข้อความได้ และ OTR ยังให้คุณและคอนแทคของคุณรับรองกันเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งในการทำให้การเข้ารหัสนั้นทำงานอย่างถูกต้อง การรับรองดังกล่าวนั้นทำได้โดยการสร้าง "ความลับร่วมกัน (shared secret)" โดยผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลรหัสลับของ ลายนิ้วมือ (fingerprints) หรือโดยการถามคำถามที่มีเพียงคุณสองคนเท่านั้นที่รู้คำตอบ นอกจากนั้น OTR ยังให้บริการ การเก็บความลับในเบื้องหน้า (forward secrecy), ซึ่งแปลว่า ถึงแม้ใครคนหนึ่งมีคีย์ที่ใช้สำหรับการเข้ารหัสข้อความอันใดอันหนึ่งของคุณ เขาจะไม่สามารถถอดรหัสข้อความในอดีตที่เค้าอาจสามารถเก็บบันทึกเอาไว้ได้

    จิ้ดสิสนับสนุนระบบ OTR คุณสามารถตั้งค่าเพื่อการใช้งานตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. เลือก [Tools > Options] จากจิ้ดสิเมนูบาร์

    ขั้นที่ 2. เลือก ที่ Security tab และแท็บย่อย Chat เพื่อสร้างคีย์ OTR

    รูปที่ 1: ตัวเลือกในจิ้ดสิ - แท็บย่อยเกี่ยวกับการแชทในแท็บเรื่องความปลอดภัย

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก ปุ่ม [Generate] และรอจนกว่าจะเห็น ลายนิ้วมือ ของคุณ

    รูปที่ 2: สร้างคีย์ OTR บนจิ้ดสิ

    จิ้ดสิจะสร้างกุญแจ หรือคีย์เข้ารหัสสำหรับทุกบัญชีการใช้งานที่คุณได้แอดเพิ่มเข้าไป คุณควรต้องทำตามขั้นตอนนี้อีกรอบ เฉพาะเมื่อคุณเพิ่มบัญชีการใช้งานใหม่หรือเมื่อคุณติดตั้งจิ้ดสิบนอุปกรณ์ใหม่

    ขั้นที่ 4. เลือก คอนแทครายชื่อจากหน้าต่างหลักของจิ้ดสิและ คลิ้ก ที่ไอคอน send message (อยู่อันแรกจากด้านซ้าย ข้างใต้ของชื่อคอนแทค) เพื่อเปิดหน้าต่างแชทแบบตัวอักษร:

    รูปที่ 3: ส่งข้อความไปหาคอนแทคในจิ้ดสิ

    หมายเหตุ: ไอคอน“Encrypt chat with OTR” (เป็นรูปแม่กุญแจที่เปิดอยู่ ซึ่งอยู่ด้านขวาบนของหน้าต่าง) จะเตือนให้คุณทราบว่าข้อความของคุณนั้นถูกเข้ารหัสหรือไม่

    ขั้นที่ 5: คลิ้ก ที่ไอคอน Start private conversation (อันที่สองจากขวา)

    รูปที่ 4: การเข้ารหัสข้อความที่ส่งไปหาคอนแทคในจิ้ดสิ

    หมายเหตุ: เมื่อรูปแม่กุญแจได้ถูกปิดลง ข้อความที่คุณส่งและรับจากคอนแทคของคุณได้ถูกเข้ารหัสแล้ว หากคุณได้รับข้อความเตือนว่า ข้อความส่วนตัวนี้ ไม่ได้รับการรับรอง แปลว่านี่คือคำเตือนว่าคุณควรจะ รับรอง คอนแทคดังกล่าว

    ขั้นที่ 6: คลิ้ก ที่ลิ้ง authenticate electra.stormborn@riseup.net เพื่อเปิดหน้าจอ รับรองเพื่อน (Authenticate Buddy)

    รูปที่ 5: รับรองคอนแทคในจิ้ดสิ

    หน้าจอนี้จะสนับสนุนให้คุณใช้ช่องทางอื่น (ที่ไม่ใช่สำหรับแชทนี้) ที่จะรับรอง ลายนิ้วมือ OTR fingerprint ที่คุณได้ตั้งไว้สำหรับคอนแทค หากคุณกระทำอย่างระมัดระวัง คุณสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครสามารถอ่านข้อความของคุณ และเห็นมันถูกส่งกลับไปมาระหว่างคุณและคอนแทคของคุณ ดังนั้นการรับรองคอนแทคด้วยลายนิ้วมือกับบุคคลนั้นจริงๆ และการใช้เสียงหรือวีดีโอแชทจึงเป็นความคิดที่ดีที่ทำให้คุณป้องกันไม่ให้คนอื่นปลอมแปลงมาเป็นคุณ

    ขั้นที่ 7: เลือก ตัวเลือก [I have]

    ขั้นที่ 8: พิมพ์ ลายนิ้วมือ ที่คอนแทคของผู้ที่ต้องการสื่อสารกับคุณให้คุณมา (อาจจะเป็นการบอกด้วยวาจาหรือผ่านช่องทางอื่นก็ได้) ลงในกล่องด้านล่างของหน้าจอ

    รูปที่ 6: ยืนยันลายนิ้วมือของคอนแทคในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 9. คลิ้ก [Authenticate Buddy] เพื่อกลับไปสู่หน้าต่างแชท:

    รูปที่ 7: แลกเปลี่ยนข้อความที่ถูกเข้ารหัสและได้รับการรับรองแล้วในจิ้ดสิ

    ตอนนี้คุณสามารถแลกเปลี่ยน การเข้ารหัสสำหรับการส่งข้อความแบบทันทีของ OTR กับคอนแทคนี้

    รูปที่ 8: แลกเปลี่ยนข้อความที่ถูกเข้ารหัสและได้รับการรับรองแล้วในจิ้ดสิ

    หมายเหตุ: คุณควรเริ่มขั้นตอนการรับรองนี้อีกครั้งหากคุณเห็นว่าสัญลักษณ์เครื่องหมายตกใจที่อยู่บนพื้นหลังรูปสามเหลี่ยมนั้นแสดงอยู่บนรูปแม่กุญแจ อาจเป็นไปได้ว่าคอนแทคของคุณได้ย้ายไปใช้งานกับอุปกรณ์อื่นซึ่งใช้คีย์เข้ารหัสแบบ OTR อีกอันหนึ่ง หรืออาจจะเป็นไปได้ที่มีคนอื่นพยายามจะปลอมแปลงการใช้งานของเขา

    4.3. ใช้จิ้ดสิเพื่อการใช้งานโทรแบบเสียงและวีดีโออย่างปลอดภัย

    จิ้ดสิ สนับสนุนการใช้งานโทรแบบเสียงและวีดีโอ การโทรแบบเสียงนั้นสามารถเข้ารหัสได้โดยการใช้มาตรฐานแบบเปิดที่เรียกว่า ZRTP คุณสามารถเริ่มการใช้งานแบบการโทรแบบเสียงที่เข้ารหัสได้โดยขั้นตอนดังต่อไปนี้

    ขั้นที่ 1. เลือก คอนแทคชื่อคนติดต่อจากรายชื่อคอนแทคในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 2: คลิ้ก ที่ไอคอนสำหรับโทรแบบเสียง หรือ voice icon (อันที่สองจากซ้ายข้างใต้ชื่อคอนแทค) เพื่อเริ่มการโทรแบบเสียง

    รูปที่ 1: การเริ่มใช้การโทรแบบเสียงในจิ้ดสิ

    เมื่อคุณรับสายที่โทรเข้ามา จิ้ดสิจะแสดงข้อความเหมือนกับรูปข้างล่างนี้

    รูปที่ 2: รับสายเข้าแบบเสียงในจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 3: เมื่อคุณตอบรับการโทรแบบเสียง จิ้ดสิจะแสดงให้คุณทราบเมื่อการเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว สัญลักษณ์แม่กุญแจที่(เปิด)เป็นการแสดงให้เห็นว่าการโทรแบบเสียงของคุณ ยังไม่ได้ ถูกเข้ารหัส

    เมื่อจิ้ดสิเชื่อมต่อการโทรแบบเสียงที่เข้ารหัสสำเร็จระหว่างคุณและคอนแทค คุณจะเห็นตัวอักษรzrtp แสดงขึ้นข้างๆสัญลักษณ์แม่กุญแจสีส้มที่ (ปิด) ตามรูปข้างล่าง

    รูปที่ 3: การโทรออกแบบเสียงที่เข้ารหัสในจิ้ดสิ

    หากจิ้ดสิไม่สามารถเชื่อมต่อแบบ ZRTP ได้ คุณและคอนแทคของคุณยังจะสามารถแชทได้ แต่บทสนทนาของคุณจะไม่ถูกเข้ารหัส ในกรณีนี้คุณสามารถลองยกเลิกการเชื่อมต่อและรีสตาร์ทจิ้ดสิอีกครั้ง

    ขั้นที่ 4. คุณสามารถเปรียบเทียบกล่องที่อยู่ข้างล่างแม่กุญแจสีส้มกับคอนแทคที่คุยอยู่ [Compare with partner] ได้โดยการอ่านตัวอักษรดังกล่าวให้กับคอนแทคของคุณฟังและยืนยันว่าเขาเห็นเหมือนกัน หากเขาเห็นเหมือนกัน แสดงว่าไม่มีคนอื่นฟังบทสนทนาของคุณอยู่และ การสื่อสารดังกล่าวนั้นได้ถูกส่งกลับไปมาระหว่างคุณสองคนเท่านั้น คุณสามารถ คลิ้ก [Confirm] ได้ซึ่งจะทำให้แม่กุญแจกลับไปเป็นสีเขียว

    รูปที่ 4: ยืนยันการเข้ารหัสการโทรแบบเสียงในจิ้ดสิ

    คุณต้องทำขั้นตอนนี้ทุกครั้งที่คุณโทรออกหรือรับสายเข้าซึ่งผ่านการเข้ารหัสโดยจิ้ดสิ

    ขั้นที่ 5. คุณสามารถปิดกล่องที่เขียนว่า String compared! โดยการกดบนตัวอักษร [X] สีขาว ที่อยู่ด้านมุมบนขวาของกล่องสีดำที่อยู่ด้านล่างของหน้าต่างจิ้ดสิ

    รูปที่ 5: การโทรแบบเข้ารหัสที่ได้รับการยืนยันแล้วในจิ้ดสิ