10. ใช้มือถือให้ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในชีวิตประจำวันของเรา โทรศัพท์มือถือทุกเครื่องใช้ในการสื่อสารด้วยเสียงและส่งข้อความแบบธรรมดาได้ โทรศัพท์มือถือมักมีขนาดเล็กและราคาค่อนข้างต่ำ การใช้งานจำนวนมากทำให้โทรศัพท์มือถือเหล่านี้กลายเป็นอุปกรณ์ล้ำค่าสำหรับนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ซึ่งใช้สื่อสารสำหรับองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ

    ยุคหลังมานี้ อุปกรณ์เคลื่อนที่มาพร้อมกับคำสั่งการทำงานที่หลากหลายมากขึ้นสามารถหาได้ในท้องตลาด โทรศัพท์มือถืออาจมาพร้อมกับคุณสมบัติ GPS ระบบมัลติมีเดีย (สามารถถ่ายรูปได้ บันทึกวิดีโอและเสียงได้ และในบางครั้งสามารถส่งข้อมูลมัลติมีเดียเหล่านั้นออกไปได้) ประมวลผลข้อมูลและเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ อย่างไรก็ตาม วิธีที่ระบบเครือข่ายมือถือทำงานและโครงสร้างพื้นฐานนั้นโดยพื้นฐานแล้วแตกต่างจากการทำงานของอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้ก่อให้เกิดความท้าทายด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน รวมทั้งความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลและการสื่อสาร

    ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ค่อยปลอดภัยในตัวมันเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ

    • ข้อมูลที่ส่งออกจากโทรศัพท์มือถือเปราะบาง
    • ข้อมูลที่เก็บอยู่ในโทรศัพท์มือถือเปราะบาง
    • โทรศัพท์ถูกออกแบบมาเพื่อให้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของมัน

    เราจะสำรวจประเด็นต่างๆ เหล่านี้ และดูว่าผู้ใช้สามารถทำอะไรได้บ้าง เมื่อพิจารณาถึงความเปราะบางต่างๆ ที่โทรศัพท์มือถือมีอยู่เองตั้งแต่แรก

    สถานการณ์ภูมิหลัง

    บอร์นาและดาลีร์ลูกชายของเขา เป็นคนงานประกอบสินค้าบนสายพานในโรงงานแห่งหนึ่ง และกำลังช่วยก่อตั้งสหภาพแรงงาน ความพยายามของพวกเขาต้องเผชิญจากแรงต่อต้านจากเจ้าของโรงงาน ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลท้องถิ่น หัวหน้างานของบอร์นาได้เตือนว่า เขาอาจถูกตรวจสอบจากฝ่ายจัดการ และเมื่อพูดกับใครต้องระมัดระวัง บอร์นาได้ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งสำหรับใช้งานของสหภาพแรงงาน ดาลีร์ก็ช่วยพ่อของตัวเองให้ใช้โทรศัพท์มือถือใหม่ได้ปลอดภัยในกิจกรรมต่างๆ เพื่อก่อตั้งองค์กร

    สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากบทนี้

    • รู้ว่าทำไมการสื่อสารและเก็บข้อมูลในโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ปลอดภัย
    • ขั้นตอนเพิ่มความปลอดภัยให้กับการใช้โทรศัพท์มือถือที่คุณทำได้
    • วิธีลดโอกาสจากการถูกสอดแนม หรือติดตามทางโทรศัพท์มือถือให้เหลือน้อยที่สุด
    • วิธีเพิ่มโอกาสในการรักษาความเป็นนิรนามขณะใช้โทรศัพท์มือถือ

    อุปกรณ์มือถือและความปลอดภัย

    เราจะต้องตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ได้รับเมื่อใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อที่จะปกป้องตัวเราเองและผู้ติดต่อและข้อมูลของเรา วิธีที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือและโครงสร้างพื้นฐานทำงานอาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลและการสื่อสารของผู้ใช้

    • เครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นเครือข่ายเอกชนที่ดำเนินการโดยองค์กรเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งอาจอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมผูกขาดของรัฐบาล องค์กรเพื่อการพาณิชย์(หรือรัฐบาล) ในทางปฏิบัติแล้วสามารถเข้าถึงข้อมูลและการสื่อสารของลูกค้าได้โดยไม่จำกัด และยังมีความสามารถในการดักฟังโทรศัพท์ ข้อความ และเฝ้าจับตาตำแหน่งที่ของโทรศัพท์แต่ละเครื่อง (และตัวผู้ใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นด้วย)

    • ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในอุปกรณ์มือถือนั้นอาจเป็นรูปแบบที่ผู้ใช้กำหนดเอง หรือถูกกำหนดค่าจากผู้ผลิตโทรศัพท์ตามข้อกำหนดที่เฉพาะเจาะจงของผู้ให้บริการต่างๆเพื่อใช้ในเครือข่ายที่บริษัทเหล่านี้เป็นเจ้าของ จึงส่งผลให้ระบบปฏิบัติการอาจมีคุณสมบัติที่ซ่อนไว้เพื่อที่ทำให้ผู้ให้บริการสามารถเฝ้าจับตาผู้ใช้โทรศัพท์เครื่องนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น

    • คำสั่งการทำงานที่หาได้บนโทรศัพท์มือถือได้มีความหลากหลายขึ้นมากในไม่กี่ปีมานี้ อาจกล่าวได้ว่าอันที่จริงแล้วโทรศัพท์มือถือยุคใหม่ก็คือคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ และยังใช้เป็นโทรศัพท์ได้นั่นเอง

    ในการคำนวณว่ามิติการสื่อสารด้านใดของคุณที่ต้องการการปกป้องมากที่สุด การถามตัวคุณเองด้วยคำถามเหล่านี้จะช่วยได้มาก การโทรศัพท์และการส่งข้อความของคุณมีเนื้อหาอะไรบ้าง ใครบ้างที่คุณติดต่อสื่อสารด้วย และเมื่อใด คุณโทรศัพท์ที่ไหน ข้อมูลมีความเปราะบางได้หลายทาง:

    • ข้อมูลมีความเปราะบางในขณะที่คุณส่งข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ
<br> ตัวอย่าง: ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแต่ละรายสามารถเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารด้วยข้อความหรือเสียงที่ผ่านระบบเครือข่ายของผู้ให้บริการรายนั้นได้อย่างเต็มที่ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในหลายประเทศส่วนใหญ่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเก็บบันทึกการสื่อสารไว้ทั้งหมด ในบางประเทศผู้ให้บริการก็อยู่ภายใต้อำนาจควบคุมแบบผูกขาดโดยรัฐบาล การสื่อสารด้วยเสียงหรือข้อความสามารถถูกดักฟังโดยบุคคลที่สามที่มีความใกล้ชิดกับผู้ให้บริการ โดยใช้อุปกรณ์ดักฟังที่ไม่ได้มีราคาแพงอะไรเลย

    • ข้อมูลมีความเปราะบางจากโทรศัพท์ของผู้ส่งสารและผู้รับสารเอง<br> 
ตัวอย่าง: โทรศัพท์มือถือเก็บข้อมูลได้ทุกประเภท: ประวัติการใช้งาน ข้อความที่ส่งออกและรับเข้า ข้อมูลสมุดบันทึกที่อยู่ รูปถ่าย คลิปวิดีโอ ไฟล์ข้อความ ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้อาจเปิดเผยเครือข่ายของผู้ติดต่อของคุณ และข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับคุณและเพื่อนร่วมงานได้ การรักษาความปลอดภัยให้ข้อมูลเหล่านี้ทำได้ยาก แม้กระทั่ง – ในโทรศัพท์บางรุ่น - เป็นสิ่งที่ไปไม่ได้

    โทรศัพท์มือถือสมัยใหม่ ที่จริงก็คือ คอมพิวเตอร์ฉบับกระเป๋านั่นเอง ยิ่งมีคุณสมบัติการทำงานได้หลากหลายเพียงใด ก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ โทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตยังตกอยู่ภายใต้ความไม่ปลอดภัย เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์และที่เกิดขึ้นกับอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

    • โทรศัพท์เปิดเผยข้อมูลตำแหน่งของตัวเอง<br> 
ตัวอย่าง: การทำงานตามปกติของโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องมีระบบการแจ้งโดยอัตโนมัติ และแจ้งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรู้ว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นอยู่ที่ไหนในขณะนั้น นอกจากนี้โทรศัพท์หลายรุ่นในปัจจุบันทำงานด้วยระบบจีพีเอส (GPS) และข้อมูลการแจ้งตำแหน่งที่แม่นยำอาจถูกฝังไว้ในข้อมูลอื่นๆ เช่น รูปถ่าย SMS และคำร้องขอไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งถูกส่งจากโทรศัพท์เครื่องนั้น

    วิวัฒนาการของเทคโนโลยีได้นำคุณสมบัติการทำงานใหม่ๆ มาให้เรามากขึ้น แต่ก็นำความเสี่ยงมาให้เรามากขึ้นเช่นเดียวกัน

    บอร์นา: นี่ลูก พ่อตัดสินใจว่าจากนี้ไปจะใช้เฉพาะโทรศัพท์มือถือในการวางแผนเพื่อเรียกประชุม เพราะว่าพ่อคิดว่าพวกผู้บริหารโรงงานอาจฟังการสนทนาจากโทรศัพท์ตามชั้นที่โรงงาน หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์ที่บ้านด้วย

    ดาลีร์: พ่อ เป็นเรื่องที่ดีมากที่ในที่สุดพ่อก็ซื้อโทรศัพท์มือถือ แต่พ่อรู้ไหมว่าโทรศัพท์ของพ่อทำอะไรได้บ้างและทำอะไรไม่ได้บ้าง

    บอร์นา: แน่นอน มันเป็นโทรศัพท์นี่นา! ใช้โทรศัพท์หาใครก็ได้ คุยกับพวกเขา แล้วพวกเขาก็คุยกลับมา นอกจากนี้ยังสามารถโทรจากที่ไหนก็ได้อีกด้วย และ พ่อยังสามารถส่งข้อความสั้นถึงคนอื่นๆ หรือให้กับลูกก็ได้ และข้อความเหล่านั้นจะปรากฎบนโทรศัพท์

    ดาลีร์: ทั้งหมดก็เป็นจริงอย่างที่พ่อว่า แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด มีอีกหลายอย่างโทรศัพท์ทำได้ แต่มาพูดเรื่องความเสี่ยงและความระมัดระวังความปลอดภัยบ้างดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพ่อคิดว่าอาจมีใครอยากค้นหาว่าพ่อคุยกับใครบ้าง และพ่อพูดอะไรไปบ้าง

    หัวข้อต่อจากนี้จะเป็นการอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ที่คุณดำเนินการได้เพื่อลดความเป็นไปได้ของภัยคุกคามความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์มือถือ

    การเคลื่อนย้ายได้และข้อมูลที่เปราะบาง

    ผู้คนมักพกโทรศัพท์มือถือที่มีข้อมูลอ่อนไหวอยู่ ประวัติการติดต่อสื่อสาร ข้อความและเสียง สมุดบันทึกที่อยู่ ปฏิทิน ภาพถ่าย และคำสั่งการทำงานที่เป็นประโยชน์หลายอย่างในโทรศัพท์มือถืออาจถูกเข้าถึงได้ง่ายมากหากโทรศัพท์หรือข้อมูลเหล่านั้นหายไปหรือถูกขโมย การตระหนักถึงข้อมูลที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือจึงสำคัญมากไม่ว่าจะเป็นการที่คุณเก็บข้อมูลลงไปเอง หรือ ข้อมูลถูกเก็บไว้โดยระบบก็ตาม ข้อมูลที่เก็บอยู่บนโทรศัพท์แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องกับตัวผู้ใช้โทรศัพท์ และทุกคนที่อยู่บนสมุดบันทึกที่อยู่ ข้อความที่อยู่ในกล่องข้อความ อัลบัมภาพถ่าย ฯลฯ ได้

    โทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็อยู่ภายใต้ความเสี่ยงและเปราะบางเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับการใช้อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ดังที่ได้กล่าวถึงในบทอื่นๆ ในหนังสือเล่มนี้ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นนิรนาม การกู้ข้อมูลกลับมา ข้อมูลสูญหาย การจารกรรม และการดักรับข้อมูล

    ผู้ใช้ต้องตระหนักถึงความไม่ปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นได้กับโทรศัพท์ของพวกเขา และการตั้งค่าด้วยเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เมื่อคุณรู้ว่าอาจเกิดปัญหาอะไรได้บ้าง คุณจะมีมาตรการป้องกันล่วงหน้าได้

    บอร์นา: ข้อดีของโทรศัพท์มือถืออย่างหนึ่งคือพวกผู้บริหารที่โรงงานจะไม่รู้ว่าพวกพ่อจะจัดประชุมกันที่ไหน ถ้าพ่อเรียกจัดการประชุมสมาชิกผ่านทางโทรศัพท์มือถือของพวกเราระหว่างที่เดินอยู่ในตลาด แทนที่จะใช้โทรศัพท์ธรรมดาเรียกประชุมซึ่งพวกนั้นสามารถแอบฟังว่าพวกพ่อพูดอะไรกัน

    ดาลีร์: อืม พ่อบอกว่าพวกนั้นมีเส้นสายกับบริษัทโทรศัพท์ใช่ไหม

    บอร์นา: พ่อได้ยินบางคนบอกว่า พวกนั้นติดสินบนเจ้าหน้าที่เทคนิคของบริษัทโทรศัพท์เพื่อให้ได้ข้อมูล

    ดาลีร์: ถ้าพ่อลงทะเบียนใช้โทรศัพท์ด้วยบัตรประชาชนหรือข้อมูลที่ระบุตัวตน และที่อยู่สำหรับโทรศัพท์เครื่องนี้ พวกนั้นก็สามารถตามรอยพ่อได้ ทุกครั้งที่พ่อโทรศัพท์ บันทึกการโทรก็จะเชื่อมต่อไปยังการสมัครใช้บริการและข้อมูลระบุตัวตน พ่อได้ลงทะเบียนด้วยเลขประจำตัวประชาชนไหม

    บอร์นา: ไม่ โทรศัพท์มือถือที่พ่อมีเป็นของมือสองที่ได้จากร้านของลุง ลุงบอกว่าล้างข้อมูลในเครื่องหมดแล้ว และเครื่องนี้ก็ปลอดภัยที่จะใช้งาน ลุงยังช่วยพ่อซื้อชิปเล็กๆ แบบจ่ายค่าโทรล่วงหน้าที่เอาไว้ใส่ในโทรศัพท์มือถือให้ด้วย

    ดาลีร์: ใช่ ชิปนั้นเรียกว่า SIM card บริษัทโทรศัพท์จะตามรอยการโทรศัพท์หรือการส่งผ่านข้อมูลด้วยหมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขระบุซิมการ์ด และหมายเลขระบุตัวเครื่องโทรศัพท์ ดังนั้นถ้าพวกนั้นรู้ว่าหมายเลขโทรศัพท์ หรือหมายเลขระบุตัวเครื่องโทรศัพท์ หรือหมายเลขระบุซิมการ์ดว่าอันไหนเป็นของพ่อ พวกผู้บริหารที่โรงงานก็อาจจะใช้เส้นสายในบริษัทโทรศัพท์เพื่อดูรูปแบบการใช้โทรศัพท์ของพ่อได้

    บอร์นา: พ่อคิดว่า ถ้าเป็นแบบนั้นพวกนั้นก็ฟังการสนทนาของพ่อได้ แม้ว่าพ่อจะใช้โทรศัพท์มือถือก็ตามใช่ไหม

    ดาลีร์ : ในกรณีของพ่อ ต้องขอบคุณคุณลุง ว่าโทรศัพท์ของพ่อไม่ได้ลงทะเบียนในนามของพ่อ และซิมการ์ดก็ไม่ได้เชื่อมโยงมาหาพ่อไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเลย แม้ว่าพวกนั้นจะตามรอยได้ว่าซิมการ์ดและเครื่องโทรศัพท์อยู่ที่ไหน แต่ไม่เสมอไปที่พวกนั้นจะรู้ว่าพ่อเป็นคนที่ใช้ซิมการ์ดหรือโทรศัพท์นี้

    แนวปฏิบัติที่ดีเพื่อใช้โทรศัพท์มือถือให้ปลอดภัย

    เช่นเดียวกับอุปกรณ์อื่นๆ ด่านป้องกันแรกสุดสำหรับความปลอดภัยของข้อมูลที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือของคุณคือ การปกป้องทางกายภาพ จากการที่โทรศัพท์และซิมการ์ดถูกหยิบไปหรือมีใครมายุ่มย่าม

    • เก็บโทรศัพท์ของคุณไว้กับตัวคุณตลอดเวลา อย่าทิ้งวางไว้โดยไม่สนใจ หลีกเลี่ยงการแสดงโทรศัพท์ของคุณในที่สาธารณะ

    • ให้ใช้รหัสล็อคเพื่อความปลอดภัย หรือใช้หมายเลขระบุส่วนตัว (Personal Identification Numbers: PINs) กับโทรศัพท์ของคุณเสมอ และเก็บรหัสหรือหมายเลขนั้นเป็นความลับ (ไม่ให้ผู้ใดรู้) และให้เปลี่ยนรหัสหรือหมายเลขเหล่านี้จากที่โรงงานผลิตโทรศัพท์ตั้งค่าปริยายไว้

    • ให้ทำเครื่องหมายทางกายภาพ (เขียนลงไปบน) ซิมการ์ด เมโมรีการ์ดเสริม แบตเตอรี และตัวเครื่องโทรศัพท์เอง โดยทำเครื่องหมายที่มีลักษณะเฉพาะและไม่สามารถสังเกตเห็นได้ในทันทีจากคนแปลกหน้า (ทำเครื่องหมายเล็กๆ วาดรูป เขียนตัวอักษรหรือตัวเลข และลองใช้ปากกาอัลตราไวโอเลต ซึ่งจะมองไม่เห็นในแสงธรรมดา) ให้แปะฉลากป้องกันความปลอดภัยหรือเทปกาวไว้ที่จุดเชื่อมต่อต่างๆ ของโทรศัพท์ การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณดูได้ว่าโทรศัพท์ของคุณมีใครมายุ่มย่ามหรือเอาเครื่องอื่นมาให้เราแทนหรือไม่ (หากมีใครยุ่มย่ามกับโทรศัพท์เราฉลากและเทปกาวจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากที่เราแปะไว้ หรือจะเห็นร่องรอยตกค้างไว้อย่างชัดเจน)

    • ต้องมั่นใจว่าคุณตระหนักถึงข้อมูลที่เก็บอยู่ในซิมการ์ดและในเมโมรีการ์ดเสริม และในหน่วยบันทึกความจำที่อยู่บนโทรศัพท์ของคุณ อย่าเก็บข้อมูลอ่อนไหวไว้ในโทรศัพท์ ถ้าคุณต้องการเก็บข้อมูลอ่อนไหว ลองพิจารณาเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ในเมโมรีการ์ดแบบภายนอก ซึ่งคุณทิ้งได้หากจำเป็น – อย่าใส่รายละเอียดต่างๆ ของข้อมูลอ่อนไหวไว้ในหน่วยความจำภายในของโทรศัพท์

    • ปกป้องซิมการ์ดและเมโมรีการ์ดเสริม (ถ้าคุณมี) ให้ปลอดภัย เพราะว่าในการ์ดเหล่านั้นอาจมีข้อมูลอ่อนไหว เช่น รายละเอียดของผู้ติดต่อ หรือ ข้อความสั้น เช่น ต้องมั่นใจว่าคุณไม่ได้ทิ้งการ์ดเหล่านั้นไว้ที่ร้าน เมื่อคุณเอาโทรศัพท์ไปซ่อม

    • เมื่อคุณจะทิ้งโทรศัพท์ คุณต้องมั่นใจว่าไม่ได้กำลังเปิดเผยข้อมูลที่เก็บอยู่ในเครื่องโทรศัพท์ หรือ ซิมการ์ด หรือเมโมรีการ์ด (แม้ในกรณีที่โทรศัพท์หรือการ์ดนั้นเสียหรือหมดอายุการใช้งานไปแล้ว) การทิ้งซิมการ์ดโดยการทำลายมันอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถ้าคุณมีแผนที่จะให้ ขาย หรือให้คนอื่นใช้โทรศัพท์คุณใหม่ ต้องให้มั่นใจว่าข้อมูลทั้งหมดถูกลบออกไปแล้ว

    • ลองพิจารณาใช้บริการเฉพาะร้านขายโทรศัพท์หรือร้านซ่อมที่เชื่อใจได้เท่านั้น การทำแบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลเมื่อมีการใช้โทรศัพท์มือถือมือสอง หรือเมื่อคุณเอาโทรศัพท์ไปซ่อม ให้พิจารณาซื้อโทรศัพท์จากผู้ได้รับใบอนุญาตแต่ให้สุ่มเลือกร้านที่จะซื้อ การทำแบบนี้จะช่วยลดโอกาสที่โทรศัพท์ของคุณจะถูกลักลอบใส่โปรแกรมสอดแนมไว้ล่วงหน้า

    • สำรองข้อมูลในโทรศัพท์มือถือไว้ในคอมพิวเตอร์เป็นประจำ เก็บข้อมูลสำรองไว้อย่างปลอดภัยและแน่นหนา (ดูบทที่ 4: ปกป้องไฟล์ข้อมูลอ่อนไหวในคอมพิวเตอร์) สิ่งนี้จะทำให้คุณสามารถที่จะกู้คืนข้อมูลได้หากคุณทำโทรศัพท์หาย การมีข้อมูลสำรองช่วยให้คุณจำได้ว่าข้อมูลอะไรที่อาจถูกเข้าถึงได้ (เมื่อโทรศัพท์คุณหายหรือถูกขโมย) แล้วคุณจะได้ดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป

    • เลขอนุกรม 15 หลัก หรืออีมี่ (IMEI - International Mobile Equipment Identity) ช่วยให้คุณระบุโทรศัพท์ของคุณได้ ในโทรศัพท์ส่วนใหญ่สามารถเข้าดูได้โดยการกด *#06# หรือโดยการดูด้านหลังของแบตเตอรี่ของโทรศัพท์คุณ หรือตรวจสอบได้จากการตั้งค่าโทรศัพท์ของคุณ ให้จดบันทึกเลขนี้ไว้และเก็บไว้แยกต่างหากจากโทรศัพท์ของคุณ เพราะว่าเลขเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณตามรอยและพิสูจน์ความเป็นเจ้าของโทรศัพท์ได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีโทรศัพท์ถูกขโมย

    • ลองพิจารณาข้อดีและข้อเสียของการลงทะเบียนโทรศัพท์ของคุณกับผู้ให้บริการ ถ้าคุณแจ้งว่าโทรศัพท์ถูกขโมย ผู้ให้บริการควรที่จะสามารถหยุดการใช้งานไม่ให้โทรศัพท์โทรต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนย่อมหมายความว่าการใช้งานโทรศัพท์ผูกติดกับสิ่งระบุตัวของคุณเช่นกัน

    การทำงานพื้นฐาน การตามรอยได้ และความเป็นนิรนาม

    ในการโทรออกหรือรับสาย หรือการสื่อสารไปยังโทรศัพท์ของคุณ เสาสัญญาณที่อยู่ใกล้คุณที่สุดจะได้รับสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์ของคุณว่า โทรศัพท์ของคุณอยู่ในบริเวณนั้นแล้ว จากสัญญาณแจ้งเตือนและการสื่อสารในลักษณะนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายจะรู้ตำแหน่งที่แม่นยำของโทรศัพท์ของคุณในขณะนั้น

    บอร์นา: มีอะไรที่เกี่ยวกับโทรศัพท์อีกบ้างที่พ่อต้องรู้

    ดาลีร์: ผมเดาว่ามี แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า พ่อสงสัยไหมว่ามีใครพยายามตามรอยพ่ออยู่

    บอร์นา: พ่อไม่คิดว่าอย่างนั้นนะ แต่พวกนั้นสามารถตามรอยได้ไหม

    ดาลีร์: อืม ได้ครับ ถ้าโทรศัพท์ของพ่อเปิดเครื่องอยู่ และช่างเทคนิคเข้าถึงการจราจรบนเครือข่าย และพวกนั้นรู้ว่าโทรศัพท์ที่อยู่ในระบบเครื่องไหนเป็นของพ่อ

    บอร์นา: เรื่องนั้นคงจะไม่เกิดขึ้นกับพ่อ เพราะพ่อจะไม่ใช่โทรศัพท์มือถือโทรออกไปที่ไหนในระหว่างที่พ่อไปที่นัดประชุม

    ดาลีร์: มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับพ่อ ตราบเท่าที่โทรศัพท์อยู่ที่ตัวพ่อ มีไฟเต็มแบตเตอรี่และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โทรศัพท์ตามรอยพ่อได้ตลอดไม่ว่าพ่อจะไปที่ไหน และมันจะส่งสัญญาณไปยังเสาส่งสัญญาณของเครือข่ายที่อยู่ใกล้ในบริเวณนั้น เพราะโทรศัพท์มือถือทำงานแบบนี้ ดังนั้นในขณะใดขณะหนึ่ง ตำแหน่งของพ่อจะอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งระหว่างเสาส่งสัญญาณของเครือข่ายโทรศัพท์ทั้งหลายที่อยู่ในบริเวณใกล้ที่สุด

    บอร์นา: ถ้าอย่างนั้นพ่อควรปิดโทรศัพท์มือถือจนกว่าพ่อจะไปถึงที่นั่นใช่ไหม

    ดาลีร์: อืม แน่นอน วิธีที่ดีที่สุดคือพ่อไม่ควรเอาโทรศัพท์มือถือติดตัวไปกับพ่อ วิธีที่ดีที่สุดรองลงมาคือพ่อจะต้องปิดโทรศัพท์มือถือและเอาแบตเตอรี่ออกก่อนที่พ่อจะออกไป และต้องไม่เปิดเครื่องจนกว่าพ่อจะกลับมา

    บอร์นา: อะไรนะ แค่ปิดเครื่องก็ไม่พอหรือ

    ดาลีร์: อืม เพื่อความปลอดภัย พ่อควรเอาแบตเตอรี่ออกด้วย เพราะว่าโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และตราบเท่าที่มีแบตเตอรี่ติดอยู่ ก็เป็นโอกาสที่จะมีใครอาจเปิดโทรศัพท์ของพ่อโดยพ่อไม่รู้ตัว

    ความเป็นนิรนาม

    ถ้าคุณสนทนาทางโทรศัพท์หรือส่งข้อความสั้นในเรื่องที่อ่อนไหว คุณต้องระวัง“คุณสมบัติ”การติดตามดังที่กล่าวไว้ด้านบน ซึ่งอยู่ในโทรศัพท์ทุกเครื่อง ลองพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ด้านล่างนี้

    • ในการโทรศัพท์แต่ละครั้งให้โทรศัพท์จากตำแหน่งที่ต่างกันไป และเลือกตำแหน่งที่ไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับตัวคุณ

    • ปิดโทรศัพท์ ถอดแบตเตอรี่ออก และไปยังตำแหน่งที่ได้เลือกไว้ แล้วเปิดโทรศัพท์ พูดคุยสนทนา และปิดโทรศัพท์ ถอดแบตเตอรี่ออกอีก ทำแบบนี้ให้เป็นนิสัยในแต่ละครั้งที่คุณทำการโทรออก ซึ่งการทำแบบนี้หมายความว่าระบบเครือข่ายจะไม่สามารถตามรอบการเคลื่อนไหวของคุณได้

    • เปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์และซิมการ์ดบ่อยๆ ให้สับเปลี่ยนหมุนเวียนการใช้โทรศัพท์และซิมการ์ดกับเพื่อนหรือขายไปให้ตลาดโทรศัพท์มือสอง

    • ให้ใช้ซิมการ์ดแบบจ่ายค่าโทรล่วงหน้าที่ไม่ต้องลงทะเบียนหากทำได้ หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินค่าเครื่องโทรศัพท์หรือซิมการ์ดโดยใช้บัตรเครดิต ซึ่งเท่ากับเป็นการเชื่อมโยงโทรศัพท์และซิมการ์ดเข้ากับตัวคุณ

    บอร์นา: ลูกบอกว่าโทรศัพท์ของพ่อส่งสัญญาณไปยังเสารับสัญญาณเพื่อแจ้งตำแหน่งที่พ่ออยู่ที่ไหนได้ แม้กระทั่งในกรณีที่ดูเหมือนว่าโทรศัพท์ปิดเครื่องอยู่ใช่ไหม

    ดาลีร์: ใช่ครับ แต่นั่นยังไม่ใช่กรณีที่เลวร้ายที่สุด

    บอร์นา: โอ้

    ดาลีร์: อืม มีคนบอกว่ามีบางโปรแกรมที่แอบติดตั้งเข้าไปในโทรศัพท์ได้ และทำให้เปิดเครื่องโทรศัพท์ได้จากระยะไกล แล้วให้มันโทรออกโดยที่พ่อไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อพ่อเริ่มประชุม โทรศัพท์ก็จะเริ่มทำงานเหมือนอุปกรณ์บันทึกเสียงและส่งสัญญาณ

    บอร์นา: ไม่นะ! จริงหรือ

    ดาลีร์: อืม มันเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมากในทางเทคนิค แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ถ้าแบตเตอรี่ถูกถอดออก และพ่อก็จะปลอดภัย

    บอร์นา : พ่อคิดว่าพ่อจะไม่เอาโทรศัพท์ไปด้วยดีกว่าถ้าพ่อต้องการความปลอดภัยมากๆ แต่พ่อสงสัยว่าพ่อควรใช้โทรศัพท์มือถือไหม

    ดาลีร์: ไม่เอาน่าพ่อ พ่อเป็นคนเคยบอกผมเองว่าอย่ากลัวอะไรใหม่ๆ โทรศัพท์มือถือก็เป็นแบบนั้น พ่อก็แค่ต้องรู้ถึงประโยชน์และความเสี่ยงในการใช้ว่ามีอะไรบ้าง แค่ต้องใช้อย่างระวัง ถ้าพ่อรู้ว่ามีความเสี่ยง พ่อก็ทำตามขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านั้นได้

    การแอบฟัง

    คุณสามารถตั้งค่าให้โทรศัพท์บันทึกและส่งสัญญาณเสียงต่างๆ ในอาณาบริเวณที่ไมโครโฟนรับเสียงได้โดยคุณไม่รู้ตัวได้ โทรศัพท์บางเครื่องสามารถเปิดและปิดจากระยะไกลได้ และทำการบันทึกเสียงและส่งสัญญาณออกไปในลักษณะนี้ แม้จะดูเผินๆ ว่าโทรศัพท์นั้นปิดเครื่องอยู่

    • อย่าให้ใครก็ตามที่คุณไม่ไว้ใจเข้าถึงโทรศัพท์ของคุณทางกายภาพ นี่เป็นวิธีการปกติที่คนจะแอบติดตั้งซอฟต์แวร์สอดแนมไว้ในโทรศัพท์ของคุณ

    • ถ้าคุณประชุมเรื่องส่วนตัวที่สำคัญ ให้ปิดโทรศัพท์และถอดแบตเตอรี่ออก อย่าถือโทรศัพท์ติดตัวไปกับคุณถ้าคุณสามารถที่จะทิ้งโทรศัพท์ไว้ในที่ปลอดภัยจริงๆ ได้

    • ต้องมั่นใจว่าบุคคลที่คุณติดต่อสื่อสารด้วยก็ใช้มาตรการป้องกันที่อธิบายไว้ในที่นี้ด้วย

    • นอกจากนี้ อย่าลืมว่าการใช้โทรศัพท์ในที่สาธารณะหรือในสถานที่ที่คุณไม่ไว้วางใจอาจทำให้คุณอยู่ในสภาวะเปราะบางต่อเทคนิควิธีการแอบฟังแบบดั้งเดิม หรืออาจมีการขโมยโทรศัพท์ของคุณได้

    การดักสัญญาณโทรศัพท์

    โดยปกติ การเข้ารหัสการสื่อสารด้วยเสียง (และการส่งข้อความ) ซึ่งเดินทางผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือนั้นค่อนข้างอ่อนแอ มีเทคนิคที่ราคาไม่แพงหลายรูปแบบที่บุคคลที่สามสามารถใช้ดักรับการสื่อสารด้วยข้อความหรือแอบฟังการโทรศัพท์ของคุณได้ ถ้าพวกนั้นอยู่ใกล้ชิดกับโทรศัพท์ของคุณและสามารถรับการส่งสัญญาณจากโทรศัพท์ได้ และแน่นอนว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือสามารถเข้าถึงการสื่อสารของคุณทั้งที่เป็นเสียงและข้อความได้ ปัจจุบันการเข้ารหัสโทรศัพท์เป็นเรื่องที่แพงและค่อนข้างมีความยุ่งยากในทางเทคนิค – อย่างไรก็ตามมีความคาดหมายว่าเครื่องมือเข้ารหัสเหล่านี้จะมีราคาถูกลงในไม่ช้า ในการเข้ารหัสคุณจะต้องติดตั้งแอปพลิเคชันการเข้ารหัสบนโทรศัพท์ของคุณและโทรศัพท์ของผู้ที่คุณคิดจะสนทนาด้วยเสียก่อน จากนั้นคุณก็สามารถใช้แอปพลิเคชันในการส่งและรับการโทรหรือข้อความที่เข้ารหัสไว้ได้ ในปัจจุบันซอฟต์แวร์การเข้ารหัสรองรับเฉพาะ โทรศัพท์ “สมาร์ตโฟน” บางรุ่นเท่านั้น

    การสนทนาระหว่างสไกป์กับโทรศัพท์มือถือไม่ได้มีการเข้ารหัสไว้ เพราะในบางจุด สัญญาณจะเดินทางเข้าไปในเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งไม่มีระบบการเข้ารหัสอยู่

    การสื่อสารในรูปแบบข้อความ

    คุณไม่ควรพึ่งพาบริการส่งข้อความในการส่งข้อมูลอ่อนไหวซึ่งต้องการความปลอดภัย การแลกเปลี่ยนข้อความนั้นจะอยู่ในรูปแบบภาษาธรรมดาที่ไม่ได้เข้ารหัส ซึ่งทำให้ข้อความเหล่านั้นไม่เหมาะสำหรับการส่งข้อมูลที่เป็นความลับ

    บอร์นา: ถ้าพ่อไม่เคยใช้โทรศัพท์มือถือพ่อโทรออก และใช้การรับส่งข้อความเท่านั้น พวกนั้นคงแอบฟังไม่ได้ถ้าไม่มีใครพูด มันเร็วมากใช่ไหม

    ดาลีร์: เดี๋ยวก่อน ข้อความเหล่านี้ถูกดักจับได้ง่ายมาก และใครก็ตามที่เข้าถึงการจราจรสัญญาณโทรศัพท์จากบริษัทมือถือได้ หรือกระทั่งผู้ที่มีเครื่องมือที่ถูกต้อง ก็จะจับและอ่านข้อความเหล่านี้ที่เคลื่อนที่รอบๆ เครือข่ายในรูปแบบของภาษาธรรมดาซึ่งถูกบันทึกไว้จากเสาสัญญาณต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งได้

    บอร์นา: นั่นเป็นเรื่องที่โง่มาก แล้วพ่อควรทำอย่างไร เพื่อส่งข้อความในรูปแบบรหัสเหมือนที่เขาใช้กันในสงครามหรือ

    ดาลีร์: อืม บางครั้งรองเท้าเก่าก็สวมใส่ได้สบายที่สุดนะพ่อ

    การส่งข้อความ SMS สามารถถูกดักจับได้โดยผู้ดำเนินการให้บริการหรือโดยบุคคลที่สามซึ่งมีเครื่องมือที่ไม่ได้แพงอะไร ข้อความเหล่านั้นจะมีหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ส่งและผู้รับ พร้อมทั้งเนื้อหาที่อยู่ในข้อความ นอกเหนือไปจากนี้ ข้อความ SMS ยังจะถูกเปลี่ยนแปลงหรือปลอมแปลงโดยบุคคลที่สามได้ง่ายอีกด้วย

    ลองพิจารณาสร้างระบบรหัสเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างตัวคุณกับผู้รับสาร รหัสอาจช่วยให้คุณสามารถสื่อสารได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น และอาจเป็นวิธีการอีกประการในการยืนยันตัวตนของบุคคลที่คุณกำลังสื่อสารด้วย ระบบรหัสควรต้องมีความปลอดภัยและควรต้องมีการเปลี่ยนให้บ่อยครั้ง

    ข้อความ SMS ยังคงดูได้หลังจากการส่งออกไปแล้ว

    • ในหลายประเทศ กฎหมาย (หรืออิทธิพลรูปแบบอื่น ๆ) กำหนดให้ผู้ให้บริการเครือข่ายเก็บบันทึกข้อความที่ถูกส่งโดยลูกค้าของตนในระยะยาว ส่วนใหญ่แล้วข้อความ SMS จะถูกเก็บไว้โดยผู้ให้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ บัญชี หรือเมื่อเกิดข้อพิพาท

    • ข้อความที่บันทึกอยู่ในโทรศัพท์นั้นอาจทำให้ใครก็ตามที่เอาโทรศัพท์ของคุณไปเข้าถึงข้อความในนั้นได้ง่าย ลองพิจารณาลบข้อความที่ได้รับและได้ส่งทันที

    • โทรศัพท์บางเครื่องมีคำสั่งให้ลบข้อมูล ล็อก(log) ของประวัติการโทรและข้อความได้ สิ่งนี้มีประโยชน์มากสำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลอ่อนไหว คุณต้องมั่นใจว่าคุณคุ้นเคยกับความสามารถที่โทรศัพท์มือถือของคุณทำได้ ให้อ่านคู่มือที่มากับโทรศัพท์!

    คำสั่งการทำงานอื่นๆ นอกจากการสนทนาและข้อความ

    โทรศัพท์มือถือกำลังจะกลายเป็นคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ ซึ่งมีระบบปฏิบัติการในตัวเองและมีแอปพลิเคชั่นซึ่งทำให้การบริการแก่ผู้ใช้มีรูปแบบที่หลากหลายมากให้ดาวน์โหลดได้

    บทที่ 11: ใช้สมาร์ตโฟนให้ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ มีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์มือถือประเภทนี้ ทั้งนี้เนื่องจากความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เพิ่มศักยภาพของโทรศัพท์ พร้อมทั้งความเสี่ยงที่เราได้กล่าวถึงมาแล้วในบทก่อนๆ

    ในขณะที่โทรศัพท์มือถือรุ่นก่อนๆ มีคำสั่งการทำงานให้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้น้อยกว่า หรือบางรุ่นก็ไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้เลย กระนั้นก็ตามการสังเกตข้อควรระวังเกี่ยวกับโทรศัพท์ทุกประเภทที่ได้กล่าวไว้ด้านล่างนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก คุณควรต้องค้นหาว่าโทรศัพท์ของคุณมีความสามารถทำอะไรได้บ้างให้แน่ชัด เพื่อที่จะได้มั่นใจได้ว่าคุณได้ดำเนินมาตรการที่เหมาะสม:

    • อย่าเก็บไฟล์และรูปภาพที่เป็นความลับไว้บนโทรศัพท์มือถือ ให้ย้ายไฟล์เหล่านั้นไปยังที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ อย่างที่ได้อธิบายไว้ในบทที่ 4: ปกป้องข้อมูลอ่อนไหวบนคอมพิวเตอร์ของคุณ

    • ลบบันทึกการโทร ข้อความ สมุดบันทึกที่อยู่ รูปภาพ ฯลฯ เป็นประจำ

    • ถ้าคุณใช้โทรศัพท์ท่องอินเทอร์เน็ต ให้ทำตามแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยแบบเดียวกับที่ใช้คอมพิวเตอร์ (เช่น ส่งข้อมูลผ่านการเชื่อมต่อที่เข้ารหัสไว้อย่าง HTTPS)

    • เชื่อมต่อโทรศัพท์ของคุณเข้ากับคอมพิวเตอร์เฉพาะ ตอนที่คุณมั่นใจว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นไม่มีโปรแกรมประสงค์ร้าย ให้ดูบทที่ 1: ปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณจากโปรแกรมประสงค์ร้ายและนักเจาะระบบ

    • ห้ามรับหรือติดตั้งโปรแกรมใดๆ ที่ไม่รู้จักและยังไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องลงในโทรศัพท์ รวมถึงเสียงเรียกเข้า วอลเปเปอร์ แอปพลิเคชันจาวา หรือสิ่งอื่นใดที่มาจากแหล่งที่เราไม่ต้องการหรือที่ไม่ได้คาดหวังไว้ เพราะว่าโปรแกรมเหล่านี้อาจมีไวรัส ซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย หรือโปรแกรมสอดแนมอยู่

    *เฝ้าสังเกตพฤติกรรมและการทำงานของโทรศัพท์มือถือของคุณ หาโปรแกรมและกระบวนการทำงานที่ไม่รู้จัก ข้อความแปลกๆ หรือการทำงานที่ไม่เสถียร ถ้าคุณไม่รู้หรือใช้คุณสมบัติหรือแอปพลิเคชันเหล่านี้ในโทรศัพท์ของคุณ หยุดการทำงานและลบโปรแกรมเหล่านั้นออกไปถ้าทำได้

    • ระมัดระวังเมื่อเชื่อมต่อกับจุดเข้าถึงไวไฟที่ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน เช่นเดียวกับกรณีที่คุณใช้คอมพิวเตอร์และเชื่อมต่อกับจุดเข้าถึงไวไฟ โทรศัพท์มือถือโดยหลักแล้วก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงมีความเปราะบางและความไม่ปลอดภัยที่มีผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกัน

    • ต้องมั่นใจว่าคุณปิดช่องทางการเชื่อมต่อ เช่น อินฟาเรด (IrDA) บลูทูธ และ ไวไฟอินเทอร์เน็ต (WiFi) และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายในโทรศัพท์ของคุณ และหยุดการทำงานเมื่อไม่ต้องการใช้งาน เปิดช่องทางการเชื่อมต่อเหล่านี้เฉพาะเวลาที่มีความต้องการ ใช้งานช่องทางเชื่อมต่อเหล่านี้ในสถานการณ์และบริเวณที่คุณมั่นใจได้เท่านั้น พิจารณาไม่ใช้บลูทูธเนื่องจากรูปแบบการสื่อสารนี้ถูกดักรับข้อมูลได้ค่อนข้างง่าย ถ่ายโอนข้อมูลโดยการใช้สายเคเบิลเชื่อมต่อจากโทรศัพท์ไปยังหูฟังไร้สายหรือคอมพิวเตอร์แทน

    เอกสารอ่านเพิ่มเติม