ซิกแนล (Signal) สำหรับแอนดรอยด์

โพสแล้ว10 August 2016

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    ซิกแนล (Signal) เป็นซอฟแวร์ฟรีและเป็นโอเพนซอร์ส (Open-source) ที่ปกป้องข้อความและการโทรแบบเสียงของคุณด้วยการเข้ารหัสแบบ end-to-end ซิกแนลนั้นถูกพัฒนาโดย Open Whisper Systems และสนับสนุนการใช้กับโทรศัพท์แอนดรอยด์และไอโฟนbeta release ของ ซิกแนลสำหรับเดสทอป นั้นมีในรูปแบบของส่วนเสริมของ กูเกิล โครเมี่ยม (Chromium) และโครมเว็บเบราเซอร์ (Chrome) แต่คุณจำเป็นต้องมีการติดตั้งซิกแนลบนโทรศัพท์แอนดรอยด์ ด้วยเท่านั้น

    สิ่งที่ควรอ่าน

    สิ่งที่คุณจะได้จากคู่มือนี้

    • ความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อความเข้ารหัสกับผู้ใช้ซิกแนลคนอื่นๆ
    • ความสามารถในการโทรแบบเสียงแบบเข้ารหัสกับผู้ใช้ซิกแนลคนอื่นๆ
    • ความสามารถในการเข้ารหัสข้อความในโทรศัพท์ของคุณโดยการตั้งข้อความรหัสผ่าน

    1. บทนำของซิกแนล

    เราแนะนำซิกแนลสำหรับการส่งข้อความและโทรออกแบบเสียงจากโทรศัพท์มือถือเพราะว่า:

    • ซิกแนลเป็นซอฟแวร์ที่ฟรีและโอเพ่นซอร์ส (open source) ดังนั้นโค้ดที่ใช้เขียนซิกแนลสามารถถูกเรียกดูและทบทวนได้อย่างเป็นอิสระ
    • สามารถป้องกันข้อความการโทรแบบเสียงของคุณด้วยโปรโตคอลแบบเข้ารหัสแบบ end-to-end ที่แข็งแรง ทันสมัย และ ครบถ้วน
    • สามารถให้คุณ ยืนยันไอเดนติตี้ของคอนแทคของคุณได้
    • โปรแกรมใช้หลักการ กระบวนการรักษาความปลอดภัยในอนาคต (forward secrecy) ซึ่งทำให้ข้อความในอดีตของคุณมีความปลอดภัย ถึงแม้ว่าจะมีคนขโมยกุญแจเข้ารหัสที่ใช้สำหรับ ข้อความนั้นไป ก็ตาม
    • ซิกแนลนั้นทำงานแบบ อะซิงโครนัส (asynchronous) ดังนั้นข้อความที่ถูกส่งหาคุณตอนคุณออฟไลน์จะมาเตรียมพร้อมรอคุณอยู่ซึ่งคุณจะได้ทันทีเมื่อคุณเชื่อมต่อกับการบริการ
    • สามารถเข้ารหัสประวัติการใช้งานของคุณในอุปกรณ์นั้นๆได้หากคุณตั้งข้อความรหัสผ่าน

    อย่างไรก็ดี คุณควรต้องคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ด้วย:

    • ซิกแนลสามารถเข้ารหัสข้อความที่คุณแลกเปลี่ยนโดยใช้ การเชื่อมต่อผ่านข้อมูลของระบบเครือข่ายโทรศัพท์หรือระบบอินเตอร์เนทแบบไร้สาย กับผู้ใช้ซิกแนลคนอื่นเท่านั้น เวอร์ชั่นแบบแอนดรอยด์สามารถส่งและรับข้อความ SMS ได้แต่ว่าจะไม่ถูกเข้ารหัส
    • ถึงแม้ซิกแนลจะป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อความและการโทรแบบเสียงของคุณ มันไม่ได้ซ่อนความจริงที่ว่าคุณได้ส่งข้อความแบบเข้ารหัสหรือโทรออกแบบเข้ารหัส
    • การลงทะเบียนใช้ซิกแนล คุณจำเป็นต้องยอมรับและสามารถรับข้อความ SMS หรือโทรศัทพ์จาก เบอร์โทรในประเทศสหรัฐอเมริกาได้
    • ซิกแนลสามารถติดตั้งผ่านกูเกิล เพลย์ สโตร์เท่านั้น ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องมีบัญชีใช้งานของกูเกิลที่จะถูกลิ้งค์ระหว่างการติดตั้งแอพ
    • ซิกแนลใช้กูเกิล คลาว เมสเสจจิ้ง แพลตฟอร์ม (Google Cloud Messaging platform) ซึ่งหมายความว่ากูเกิลสามารถเข้าถึงเมตาดาต้าผลิตโดยซิกแนลได้ บางส่วน (ยกตัวอย่างเช่น IP address ของอุปกรณ์ใดๆก็ตามที่ได้รับข้อความจากซิกแนล)
    • ในบางประเทศการเข้ารหัสแบบซิกแนลอาจนำามาซึ่งความสนใจหรือนับว่าเป็นการละเมิดกฎหมาย

    หมายเหตุ: หากคุณสนใจในการใช้โปรโตคอลของซิกแนลในการเข้ารหัสการสื่อสารทางโทรศัพท์มือถือโดยไม่บริการผ่านกูเกิล เพลย์ คุณสามารถติดตั้ง LibreSignal (a fork of Signal) แทนโดยผ่าน F-Droid ซึ่งเป็นแอพและที่รองรับข้อมูลระบบแอนดรอยด์ที่ฟรีและเป็นโอเพ่นซอร์ส

    1.0. โปรแกรมอื่นที่ใกล้เคียงกับซิกแนล

    2. ติดตั้งและตั้งค่าซิกแนล

    2.1. ติดตั้ง ซิกแนล

    คุณสามารถติดตั้ง ซิกแนลบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ได้ตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. ดาวน์โหลด และติดตั้ง ซิกแนลจากกูเกิล เพลย์ โดยการคลิ้กที่

    รูปที่ 1: ซิกแนลในร้านกูเกิล เพล สโตร์(Google Play Store)

    ขั้นที่ 2. ก่อนที่ขั้นตอนการติดตั้งจะเริ่มขึ้นคุณจะถูกแจ้งให้ทบทวนการที่แอพจะสามารถเข้าไปใน โทรศัพท์ของคุณได้ คุณควรทบทวนข้อเสนอนี้อย่างระมัดระวัง และเมื่อคุณพอใจแล้วกับรายละเอียด โปรดกดที่ และการติดตั้งจะเสร็จสมบูรณ์ แต่หากคุณไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว กดปุ่ม “back” เพื่อยกเลิกการติดตั้ง

    รูปที่ 2: การได้รับคำอนุญาติที่ขอ

    ขั้นที่ 3. กด Open เพื่อเปิดใช้งานแอพเป็นครั้งแรก

    รูปที่ 3: เปิดซิกแนล

    2.2. การเริ่มการติดตั้ง

    2.2.1. การลงทะเบียนใช้งานซิกแนล

    เพื่อลงทะเบียนใช้งานซิกแนล คุณจำเป็นต้องยอมรับและสามารถรับข้อความ SMS หรือโทรศัทพ์จาก เบอร์โทรในประเทศสหรัฐอเมริกาได้

    คุณสามารถเริ่มขั้นตอนการลงทะเบียนใช้งานโดยการทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. เริ่มขั้นตอนการลงทะเบียนโดยการกรอกหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ รวมทั้งรหัสประเทศ และกด

    รูปที่ 1: หน้าจอการลงทะเบียน

    ขั้นที่ 2. ซิกแนลจะส่งข้อความ SMS หาคุณเพื่อยืนยันการลงทะเบียน

    หมายเหตุ: หากคุณไม่ได้รับข้อความ SMS คุณจะสามารถเลือกเพิ่มได้ว่าต้องการที่จะรับสายโทรเข้าแบบอัตโนมัติที่คุณจะได้ยินโค้ดเป็นเลข 6 หลัก ซึ่งเมื่อนำโค้ดดังกล่าวเมื่อนำไปกรอกในแอพขั้นตอนการลงทะเบียนจะเสร็จสมบูรณ์

    รูปที่ 2: เสร็จขั้นตอนการลงทะเบียน

    หมายเหตุเกี่ยวกับความรับผิดชอบ: สำหรับคู่มือนี้เราได้เลือกใช้ซิมการ์ดแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

    2.2.2. ตั้งให้ซิกแนลเป็นแอพมาตรฐานสำหรับส่งข้อความ

    นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนข้อความแบบเข้ารหัสกับผู้ใช้ซิกแนลคนอื่นแล้ว ในเวอร์ชั่นแอนดรอยด์ยังสามารถใช้ซิกแนลแทนการใช้โปรแกรมส่งข้อความ SMS แบบมาตรฐานได้อีกด้วย แต่การใช้แบบนี้ซิกแนลสามารถส่งข้อความที่ไม่ถูกเข้ารหัสไปยัง — และแสดงข้อความที่ไม่ได้ถูกเข้ารหัสจาก — บุคคลอื่นที่ไม่ได้ใช้ซิกแนลได้ ข้อความเหล่านี้จะถูกถ่ายทอด (relay) จากผู้ให้บริการสัญญานมือถือของคุณ โดยไม่ได้ผ่านอินเตอร์เนท

    สำหรับการใช้ซิกแนลให้เป็นแอพรับส่งข้อความ SMS แบบมาตรฐานให้ดูที่คำอธิบายข้างล่าง:

    รูปที่ 1: ให้ซิกแนลมาแทนที่แอพรับส่ง SMS มาตรฐานของคุณ

    ขั้นที่ 1. กด ที่ข้อความข้างต้นเมื่อเห็น

    รูปที่ 2: ยืนยันการใช้ซิกแนลให้เป็นแอพรับส่ง SMS มาตรฐาน

    ขั้นที่ 2. แตะ YES เพื่อยืนยัน

    2.2.3. นำข้อความเข้า

    หากคุณตั้งค่าให้ซิกแนลเป็นแอพรับส่ง SMS มาตรฐาน เราแนะนำว่าให้คุณนำข้อความที่มีอยู่เข้ามาในแอพ ด้วยวิธีนี้ ข้อความของคุณจะได้อยู่รวมกันในที่เดียว และเพราะว่าซิกแนลมีความสามารถที่จะเข้ารหัสข้อความที่ถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณ การกระทำแบบนี้จึงจะป้องกันประวัติการรับส่ง SMS ของคุณอีกทางในกรณีที่มีใครสามารถเข้าถึงโทรศัพท์ของคุณได้

    คุณสามารถตั้งค่าดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. หลังจากที่การลงทะเบียนเสร็จสิ้น ซิกแนลจะถูกเปิดและคุณจะถูกถามว่าคุณต้องการจะนำข้อความจากแอพมาตรฐานที่ใช้ในการรับส่ง SMS ในโทรศัพท์เข้ามาหรือไม่ ให้คลิ้กที่ข้อความนี้เพื่อยืนยันการนำเข้า

    รูปที่ 1: การนำเข้าข้อความมาไว้ในซิกแนล

    เมื่อกระบวนการนำเข้าเสร็จสิ้นแล้ว คุณจะสามารถเข้าไปดูข้อความเก่าของคุณในซิกแนลได้ ในตอนนี้คุณจึงควรลบข้อความเหล่านั้นออกจากแอพอื่น

    2.2.4. ใช้ที่จัดเก็บข้อมูลแบบเข้ารหัส

    ซิกแนลสามารถให้คุณจัดเก็บข้อความของคุณในไฟล์คอนเทนเนอร์แบบเข้ารหัสที่ถูกปกป้องด้วยข้อความรหัสผ่านอีกที ดังนั้นหากใครคนอื่นสามารถเข้าถึงโทรศัพท์ของคุณได้ เขาจะไม่สามารถเข้าไปที่ข้อความของคุณได้เมื่อซิกแนลถูกล็อค หลังจากระยะเวลาที่ตั้งไว้ หากคุณไม่ได้ดูข้อความ ซิกแนลจะล็อคโดยอัตโนมัติและคุณต้องใส่ข้อความรหัสผ่านอีกครั้งหากคุณต้องการอ่านข้อความ

    คุณสามารถจัดเก็บข้อความของคุณในไฟล์คอนเทนเนอร์ที่ถูกเข้ารหัสได้โดยทำตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. กดที่ ที่อยู่ด้านบนขวาของหน้าจอของคุณเพื่อเปิดเมนูขึ้นมาและเลือก Settings เพื่อตั้งค่า

    ขั้นที่ 2. เลื่อนนหน้าจอลงมาจนถึงส่วนที่เขียนว่าPrivacy และเลื่อนไปด้านขวาจนถึงข้างๆข้อความที่เขียนว่า 'Enable passphrase'

    รูปที่ 1: ตัวเลือกของข้อความรหัสผ่าน

    ขั้นที่ 3. เมื่อแอพพร้อมให้คุณกรอก ข้อความรหัสผ่าน ที่มันจะนำไปใช้เพื่อป้องกันข้อความของคุณที่ถูกจัดเก็บในมือถือของคุณ ให้กด OK

    รูปที่ 2: ตั้งข้อความรหัสผ่าน

    ขั้นที่ 4. กาเลือกที่กล่องที่อยู่ข้างๆ Inactivity timeout passphrase เพื่อให้ซิกแนลล็อคหลังจากระยะเวลาที่ไม่มีการใช้ระยะหนึ่ง

    รูปที่ 3: ตัวเลือกข้อความรหัสผ่านที่ใช้เมื่อสิ้นสุดเวลา (time out)

    ขั้นที่ 5. กดที่ Inactivity timeout interval และในหน้าจอถัดไปให้ใส่ระยะเวลาที่คุณต้องการให้ซิกแนลล็อคตัวเองหากไม่ได้มีการใช้งาน เสร็จแล้วให้กด OK

    รูปที่ 4: ตั้งค่าการสิ้นสุดเวลา (time out) ในซิกแนล

    2.3. เชิญคอนแทคของคุณมาใช้ซิกแนล

    เชิญคอนแทคของคุณมาใช้ซิกแนลได้โดยการทำตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. เปิดซิกแนล

    ขั้นที่ 2. จากหน้าจอหลัก ให้กดที่ ไอคอนรูปดินสอ ที่อยู่มุมล่างขวาเพื่อเปิดรายชื่อคอนแทคของคุณ

    รูปที่ 1: หน้าจอหลักของซิกแนล

    ขั้นที่ 3. เลือกคอนแทคที่คุณต้องการเชิญาใช้ซิกแนล

    รูปที่ 2: เลือกคอนแทคในซิกแนล

    ขั้นที่ 4. กดที่สีข้อความ Invite to Signal สีฟ้าเพื่อเชิญคอนแทคของคุณให้มาใช้ซิกแนล

    รูปที่ 3: เชิญเพื่อนมาใช้ซิกแนล

    ขั้นที่ 5. กดที่ไอคอน send ที่อยู่มุมขวาล่างของจอและส่งข้อความ "Let's switch to Signal http://sgnl.link/1LoIMUI" ไปให้คอนแทคของคุณ

    รูปที่ 4: เปลี่ยนมาใช้ซิกแนล

    คุณจะได้รับข้อความแจ้งเตือนเมื่อคอนแทคของคุณได้เข้ามาลงทะเบียนกับซิกแนล:

    รูปที่ 5: คอนแทคเข้ามาลงทะเบียนกับซิกแนลแล้ว

    คุณจะสามารถยืนยันเพิ่มเติมได้ว่าคอนแทคของคุณได้เข้ามาใช้ซิกแนล เมื่อคุณเห็นรูปแม่กุญแจอยู่ข้างๆไอคอนรูปโทรศัพท์ที่อยู่มุมบนขวาของจอถัดจากชื่อของคอนแทค:

    รูปที่ 6: รูปแม่กุญแจยืนยันการใช้ซิกแนล

    3. เข้ารหัสข้อความด้วยซิกแนล

    ซิกแนลจะทำการแลกเปลี่ยนข้อความเข้ารหัสเฉพาะกับรายชื่อในคอนแทคที่ใช้ซิกแนลเท่านั้น และซิกแนลจะสามารถทำเช่นนั้นได้โดยผ่านการเชื่อมต่อกับระบบส่งข้อมูลของระบบเครือข่ายโทรศัพท์หรือระบบอินเตอร์เนทแบบไร้สายเท่านั้น เวอร์ชั่นแอนดรอยด์ของซิกแนลนั้นสามารถให้คุณรับส่งข้อความ SMS แบบปกติเป็นการเพิ่มเติมได้แต่ไม่ได้ถูกเข้ารหัส ผลคือผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือของคุณสามารถเข้าถึงข้อความเหล่านั้นที่ไม่ได้ถูกเข้ารหัสได้

    แต่เมื่อคุณส่งข้อความที่เข้ารหัสจากซิกแนล ถึง ซิกแนล ไม่มีใครสามารถอ่านข้อความที่คุณเขียนได้นอกจากคนที่คุณต้องการส่งให้เท่านั้น ทั้งนี้รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือของคุณ, Open Whisper Systems และ กูเกิล ทุกกลุ่มที่กล่าวมาไม่สามารถเข้าถึง เนื้อหา ของข้อความของคุณได้ ซึ่งรวมถึงรูปภาพ, วีดีโอ และไฟล์ที่แนบอื่นๆ

    อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องหมายเหตุไว้ก็คือ เมื่อโปรโตคอลของซิกแนลเข้ารหัสเนื้อหาของการสื่อสารของเรา มัน ไม่ได้ เข้ารหัส เมตาดาต้า– กล่าวคือ ข้อมูล เกี่ยวกับ ข้อมูลต่างๆ- เช่น คนที่เราติดต่อด้วย, เมื่อไหร่ และจากที่ไหน นอกเหนือจากนั้นคุณควรรู้เพิ่มว่าซิกแนลใช้กูเกิล คลาว เมสเสจจิ้ง แพลตฟอร์ม (Google Cloud Messaging platform) ซึ่งหมายความว่ากูเกิลสามารถเข้าถึงเมตาดาต้าผลิตโดยซิกแนลได้ บางส่วน ยกตัวอย่างเช่น IP address ของอุปกรณ์ใดๆก็ตามที่ได้รับข้อความจากซิกแนล

    3.1. การส่งข้อความหาคนอื่น

    คุรสามารถส่งข้อความเข้ารหัสไปหาคอนแทคของคุณโดยใช้ซิกแนล โดยการทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. เปิดซิกแนลและกดที่ ไอคอนรูปดินสอ ที่มุมล่างขวาของจอเพื่อเปิดรายชื่อคอนแทคขึ้นมา

    รูปที่ 1: หน้าจอหลักของซิกแนล

    ขั้นที่ 2. กดที่ชื่อคอนแทคที่คุณต้องการส่งข้อความให้

    รูปที่ 2: เลือกคอนแทคบนซิกแนล

    หมายเหตุ: รายชื่อคอนแทคสำหรับคนที่ใช้ ซิกแนลจะถูก แสดงไว้ที่ส่วนบนของคอนแทคทั้งหมดของคุณ (ข้างล่างของหัวข้อ ผู้ใช้ซิกแนล (Signal users)) และข้างล่างนั้นจึงเป็นรายชื่อคอนแทคทั้งหมดของคุณ (รวมถึงผู้ใช้ซิกแนลด้วย) ในส่วนที่เขียนว่า All Contacts

    ขั้นที่ 3. เขียนข้อความของคุณลงในกล่องข้อความ และกด เพื่อส่ง

    รูปที่ 3: ส่งข้อความผ่านซิกแนล

    The แอนดรอยด์ version of Signal allows you to choose whether you want to send your contact an encrypted Signal message or an unencrypted Insecure SMS text message. To set this preference for a given user, you can long press . Signal will remember your preference, so you will need to long press the send button again if you want to switch back.

    รูปที่ 4: ตัวเลือกการส่ง

    สำคัญ: รูปแม่กุญแจที่ปิดที่อยู่ใต้ข้อความนั้นตามที่แสดงให้เห็นข้างล่างเป็นการบอกว่าข้อความได้ถูกส่งแบบเข้ารหัส (หากแม่กุญแจถูกเปิดไว้ หมายความว่าข้อความนั้นถูกส่งแบบไม่ได้เข้ารหัส) นอกเหนือจากนั้น หากมีแค่เครื่องหมาย หนึ่ง อันอยู่ข้างแม่กุญแจ แปลว่าข้อความถูกส่งไปแค่ที่เซิฟเวอร์ แต่ถ้ามีเครื่องหมาย สองอัน (ตามที่แสดงให้ดูข้างล่าง) อยู่ข้างรูปแม่กุญแจ แสดงว่าข้อความนั้นถูกส่งไปที่ผู้รับแล้ว (ถึงแม้จะไม่การการันตีว่าข้อความนั้นจะได้ถูกอ่านแล้วหรือไม่)

    รูปที่ 5: การแลกเปลี่ยนข้อความเข้ารหัส

    3.2. ส่งข้อความหากลุ่ม

    ซิกแนลสามารถให้คุณส่งข้อความเข้ารหัสไปหาคนหลายคนได้ในครั้งเดียว อย่างไรก็ดี หากหนึ่งในคนที่คุณส่งข้อความหา ไม่ได้ใช้ ซิกแนล ข้อความจะถูกส่งแบบ MMS และ ไม่ได้ ถูกเข้ารหัส

    คุณสามารถส่งข้อความหาคนหลายคนได้ในทีเดียว โดยทำตามวิธีข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. กดที่ ด้านขวาบนของหน้าจอเพื่อเปิดเมนู และเลือก

    รูปที่ 1: เลือกกลุ่มใหม่ (New group) ในซิกแนล

    ขั้นที่ 2. ใส่ชื่อกลุ่มแชทที่คุณตั้งขึ้นและกด เพื่อเพิ่มคอนแทคของคุณ

    รูปที่ 2: สร้างกลุ่มแชทในซิกแนล

    ขั้นที่ 3. กดที่กล่องที่อยู่ด้านขวาของชื่อคอนแทคแต่ละอันเพื่อเพิ่มชื่อในกลุ่ม และกด

    ขั้นที่ 4. กด ด้านขวาบนเพื่อสิ้นสุดการสร้างกลุ่มและกลับไปสู่หน้าจอหลักของ ซิกแนล

    ขั้นที่ 5. กดที่กลุ่มที่คุณเพิ่งสร้างและเริ่มส่งข้อความหากลุ่ม

    รูปที่ 3: ส่งข้อความเข้ารหัสหาคนหลายคนได้ในทีเดียวผ่านซิกแนล

    รูปที่ 4: ส่งข้อความแบบกลุ่มผ่านซิกแนล

    3.3. ส่งไฟล์

    ซิกแนลสามารถให้คุณส่งรูปภาพ, วีดีโอ และไฟล์เสียงไปหาคอนแทคของคุณได้ โดยทำตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. เริ่มคุยกับคนที่คุณต้องการส่งไฟล์ไปให้

    ขั้นที่ 2. กดที่ ที่ด้านบนขวาของหน้าจอเพื่อเปิดเมนูและเลือก

    รูปที่ 1: แนบไฟล์บนซิกแนล

    ขั้นที่ 3. เลือกประเภทของไฟล์ที่คุณต้องการส่ง

    รูปที่ 2: เลือกไฟล์ผ่านซิกแนล

    ขั้นที่ 4. Verify that the file you want to send is in the compose window and press to send it.

    รูปที่ 3: รูปภาพที่ส่งผ่านซิกแนล

    3.4. การยืนยันไอเดนติตี้ (Identity)

    เพื่อยืนยันว่าคุณได้แลกเปลี่ยนข้อความเข้ารหัสกับบุคคลที่ถูกต้อง คุณและคอนแทคของคุณควรจะทำการรับรองไอเดนติตี้บนซิกแนลซึ่งกันและกัน คุณสามารถทำเช่นนี้ได้โดยการอ่าน หรือสแกน ลายนิ้วมือ ที่ผ่านการเข้ารหัสลับได้ตามที่อธิบายไว้ข้างล่างนี้

    ลายนิ้วมือที่ผ่านการเข้ารหัสลับนั้นคือ ชุดของตัวอักษรและตัวเลขที่สามารถระบุตัวกุญแจการเข้ารหัสแต่ในขณะเดียวกันไม่เปิดเผยตัวกุญแจตัวนั้น กุญแจตัวนี้ (หรือลายนิ้วมือ) นั้นส่วนมากจะเชื่อมโยงกับการซอฟแวร์ที่ถูกติดตั้ง ซึ่งเรามักจะพูดได้ว่า ลายนิ้วมือนั้นจะระบุไอเดนติตี้ของผู้ใช้ได้อย่างเฉพาะเจาะจง และเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อผู้ที่ประสงค์ร้ายได้โทรศัพท์ที่ไม่ได้ถูกล็อคของคุณไป เขาหรือเธอสามารถสื่อสารโดยใช้กุญแจ ของคุณ ซึ่งมีลายนิ้วมือ ของคุณ อยู่ ดังนั้นคุณจึงควรปกป้องโทรศัพท์ของคุณ ตัวอย่างเช่น ใช้งานการเข้ารหัส และตั้งข้อความรหัสผ่านให้ยาก เป็นต้น

    ซิกแนลเข้ารหัสทุกข้อความที่คุณส่งด้วยกุญแจที่ใช้เพียงครั้งเดียว ซึ่งกุญแจแต่ละอันนั้นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆเลยกับลายนิ้วมือบนซิกแนลของคุณ แต่ในทางตรงกันข้ามลายนิ้วมือบนซิกแนลจะถูกใช้เพื่อการยืนยัน กุญแจไอเดนติตี้ในระยะยาว (long-term identity key) ซึ่งสามารถให้ผู้อื่นมั่นใจได้ว่าเขาได้สื่อสารกับคุณตัวจริง

    หากคุณข้ามขั้นตอนการ ยืนยันไอเดนติตี้ (identity verification) ที่อธิบายไว้ข้างล่างนี้ ผู้ที่ประสงค์ร้ายสามารถปลอมแปลงได้ทั้ง เป็นตัวคุณและคนที่คุณกำลังสื่อสารอยู่ เขาสามารถบันทึกข้อความหรือ บทสนทนาของคุณ แล้วเข้ารหัสมันอีกรอบก่อนที่จะถ่ายทอดมันกลับไปมาให้คุณ การกระทำแบบนี้เรียกว่าการโจมตีแบบ คนกลาง (man-in-the-middle)

    3.4.1. อ่านลายนิ้วมือ

    คุณและคอนแทคของคุณควรทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้เพื่อการยืนยันไอเดนติตี้โดยการเทียบลายนิ้วมือ:

    ขั้นที่ 1. เปิดบทสนทนาระหว่างคุณและคอนแทคของคุณที่มีอยู่แล้ว กดที่ไอคอนเมนูที่อยู่ด้านมุมบนขวาของหน้าจอ และเลือก Conversation settings

    รูปที่ 1: ตั้งค่าบทสนทนาบนซิกแนล

    ขั้นที่ 2. กด จากตัวเลือกที่อยู่ข้างล่าง "Conversation settings"

    รูปที่ 2: การยืนยันไอเดนติตี้

    ขั้นที่ 3. คุณจะมีลายนิ้วมือที่ประกอบไปด้วยตัวอักษร 66 ตัวสำหรับไอเดนติตี้ในซิกแนลของคุณและคอนแทค ตัวอักษรดังกล่าวควรถูกอ่านให้กันและกันฟังระหว่างคุณและคอนแทคของคุณเพื่อยืนยันว่าคุณทั้งสองมีลายนิ้วมือตรงกัน คุณสามารถอ่านให้กันและกันฟังเมื่อเจอกัน หรือผ่านตัวกลางที่คุณสามารถยืนยันคนที่คุณสื่อสารด้วยผ่านทางการเห็นและการฟังได้ เช่น วีดีโอ หรือ โทรศัพท์ เป็นต้น

    รูปที่ 3: ลายนิ้วมือของซิกแนล

    3.4.2. สแกนลายนิ้วมือ

    นอกเหนือจากการอ่านลายนิ้วมือ ผู้ใช้ซิกแนลสามารถยืนยันไอเดนติตี้ของคอนแทคได้ผ่านการสแกนลายนิ้วมือ

    หมายเหตุ: หากคุณต้องการยืนยันลายนิ้วมือโดยการ สแกน คุณจำเป็นที่จะต้องมี Barcode Scanner ติดตั้งบนโทรศัพท์ของคุณ หากคุณไม่มีแอพดังกล่าวขณะที่คุณกำลังสแกน ซิกแนลจะทำการดาวน์โหลดและ ติดตั้งดังกล่าวให้คุณ

    สำหรับการยืนยันลายนิ้วมือโดยการสแกน ทั้งคุณและคอนแทคของคุณต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

    ขั้นที่ 1. เปิดบทสนทนาระหว่างคุณและคอนแทคของคุณที่มีอยู่แล้ว กดที่ไอคอนเมนูที่อยู่ด้านมุมบนขวาของหน้าจอ และเลือก Conversation settings

    รูปที่ 1: ตั้งค่าบทสนทนาบนซิกแนล

    ขั้นที่ 2. กด จากตัวเลือกข้างล่าง "Conversation settings"

    รูปที่ 2: ยืนยันไอเดนติตี้

    ขั้นที่ 3. คุณจะมีลายนิ้วมือที่ประกอบไปด้วยตัวอักษร 66 ตัวสำหรับไอเดนติตี้ในซิกแนลของคุณและคอนแทค

    รูปที่ 3: ลายนิ้วมือของซิกแนล

    ขั้นที่ 4. บนโทรศัพท์ทั้งของคุณและของคอนแทค กดที่

    ขั้นที่ 5. บนโทรศัพท์ของคุณ กดที่ และบนโทรศัพท์ของคอนแทคของคุณ กดที่ ที่โทรศัพท์ของคอนแทคของคุณจะมี QR โค้ดแสดงขึ้นมาและโทรศัพท์ของคุณจะเปิด Barcode Scanner ขึ้น

    รูปที่ 4: ตัวเลือกการสแกน

    ขั้นที่ 6. ใช้ Barcode Scanner ในโทรศัพท์ของคุณเพื่อสแกน QR code ของคอนแทคของคุณ

    รูปที่ 5 & 6: QR โค้ด / บาร์โค้ด แสกนเนอร์ของคอนแทคของคุณ

    ขั้นที่ 7. เมื่อ QR โค้ดถูกแสกนเสร็จแล้ว ซิกแนลจะเช็คว่าไอเดนติตี้นั้นถูกต้องหรือไม่

    รูปที่ 7: ไอเดนติตี้บนซิกแนลได้รับการยืนยัน

    ขั้นที่ 8. เมื่อคุณได้ยืนยันไอเดนติตี้ของคอนแทคของคุณแล้ว พวกเขาก็ควรทำตามขั้นตอนดังกล่าวเพื่อยืนยันไอเดนติตี้ของคุณด้วย

    3.5. ส่งข้อความของคุณออก (export)

    ถึงแม้ว่าซิกแนลสามารถให้คุณส่งข้อความข้อคุณออกได้ ข้อความในไฟล์แบคอัพจะ ไม่ถูก เข้ารหัส ดังนั้นคุณจึงควรเพิ่มการป้องกันเนื้อหาของเพิ่ม โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. กดที่ ที่อยู่มุมขวาบนของหน้าจอหลักของซิกแนลเพื่อเปิดเมนูและเลือก

    รูปที่ 1: ตัวเลือกเมนูของซิกแนล

    ขั้นที่ 2. หน้าจอต่อไปจะเปิดตัวเลือกของ การนำเข้า (import) กดที่

    รูปที่ 2: ตัวเลือกการนำเข้า/ส่งออก

    ขั้นที่ 3. ในหน้าจอ export กด

    รูปที่ 3: ส่งออกแบ็คอัพแบบตัวอักษรธรรมดา (plain text)

    ขั้นที่ 4. ยืนยันว่าคุณต้องการจะนำออกข้อความที่ไม่ได้ถูกเข้ารหัสเข้าไปเก็บภายในพื้นที่ของโทรศัพท์ของคุณ โดยกด

    รูปที่ 4: การยืนยันการส่งออกของการแบ็คอัพแบบตัวอักษรธรรมดา

    ขั้นที่ 5. ซิกแนลจะยืนยันว่าการส่งออกเสร็จสมบูรณ์แล้วโดยการแสดง คุณจะสามารถเรียกดูไฟล์ที่ประกอบไปด้วยข้อความ ที่ไม่ได้ถูกเข้ารหัสจากหน่วยความจำในโทรศัพท์ของคุณได้

    4. เข้ารหัสการโทรแบบเสียงด้วยซิกแนล

    4.1. การโทรออกแบบเสียงแบบเข้ารหัส

    ตอนนี้คุณได้ทำการติดตั้ง, ตั้งค่าและชวนเพื่อนมาใช้ซิกแนลแล้ว คุณจึงสามารถทำการ โทรออกแบบเข้ารหัส ได้แล้วโดยทำตามขั้นตอนข้างล่าง:

    ขั้นที่ 1. เปิดแอพซิกแนล

    รูปที่ 1: หน้าจอหลักของซิกแนล

    ขั้นที่ 2. กดที่คอนแทคที่คุณต้องการจะโทรหา

    รูปที่ 2: เลือกคอนแทคบนซิกแนล

    หากคอนแทคของคุณใช้ซิกแนล รูปแม่กุญแจจะแสดงให้เห็นข้างๆกับรูปโทรศัพท์ตรงมุมขวาบนของหน้าจอ

    รูปที่ 3: รูปแม่กุญแจแสดงให้เห็นว่าคอนแทคของคุณใช้ซิกแนล

    ขั้นที่ 3. ซิกแนลจะเริ่มส่งเสียงเรียกเข้าไปที่คอนแทค

    รูปที่ 4: ส่งเสียงเรียกเข้าที่คอนแทคของคุณผ่านซิกแนล

    ขั้นที่ 4. เมื่อการโทรได้ถูกรับโดยคอนแทค ซิกแนลจะแสดง คำภาษาอังกฤษสองคำ ที่กลางหน้าจอ และเมื่อคุณตรวจสอบกับคอนแทคของคุณว่าสิ่งที่คุณเห็นเป็นคำเดียวกัน คุณก็สามารถมั่นใจได้ว่าการโทรของคุณนั้นไม่ถูกแทรกแซง และเราแนะนำว่าให้คุณพูดคำแรกออกมาและให้คอนแทคของคุณพูดคำที่สอง หรือตรงกันข้าม

    รูปที่ 5: การยืนยันคอนแทค

    4.2. การรับการโทรเข้าแบบเข้ารหัส

    การรับสายโทรเข้าบนซิกแนลนั้นคล้ายกับการรับสายโดยใช้โทรศัพท์ของคุณ โดยคุณสามารถทำตามขั้นตอนข้างล่างได้ดังนี้:

    ขั้นที่ 1. เมื่อการโทรเข้าจากซิกแนล หน้าจอจะแสดงคำว่า SIGNAL CALL ตรงกลางจอ

    รูปที่ 1: การโทรเข้าจากซิกแนล

    ขั้นที่ 2. เลื่อน ขวา เพื่อตอบรับ หรือ ซ้าย เพื่อปฏิเสธการรับสาย

    ขั้นที่ 3. เมื่อการโทรได้ถูกรับโดยคอนแทค ซิกแนลจะแสดง คำภาษาอังกฤษสองคำ ที่กลางหน้าจอ และเมื่อคุณตรวจสอบกับคอนแทคของคุณว่าสิ่งที่คุณเห็นเป็นคำเดียวกัน คุณก็สามารถมั่นใจได้ว่าการโทรของคุณนั้นไม่ถูกแทรกแซง และเราแนะนำว่าให้คุณพูดคำแรกออกมาและให้คอนแทคของคุณพูดคำที่สอง หรือตรงกันข้าม

    รูปที่ 2: การรับสายเข้าจากซิกแนลแบบเข้ารหัส

    ทางเลือก 4. หากคุณโทรหาผู้ใช้ซิกแนลอื่นจากโทรศัพท์ธรรมดา คุณจะถูกถามว่าคุณต้องการจะโทรแบบปลอดภัยหรือไม่ ให้กด ใช่, เลือกแบบปลอดภัย (Yes, Secure) เพื่อที่จะให้การโทรเป็นแบบเข้ารหัส หรือกด ไม่ เพื่อทำการโทรแบบไม่เข้ารหัส