ทอร์เบราเซอร์ (Tor Browser) สำหรับวินโดว์ส - ท่องออนไลน์แบบไม่เปิดเผยชื่อพร้อมกับเลี่ยงการถูกเซนเซอร์

โพสแล้ว10 August 2016

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    ทอร์เบราเซอร์ สามารถทำให้การท่องโลกออนไลน์ของคุณมีความเป็นส่วนตัวเนื่องจากการเก็บซ่อนไอเดนติตี้ของคุณและป้องกันคุณจากการสอดส่องบันทึกรายการเข้าชมเว็บของคุณและการสอดส่องรูปแบบอื่นหลายหลากรูปแบบ ทอร์ ยังสามารถใช้เพื่อเลี่ยงการตั้งค่าของโปรแกรมกรองเนื้อหาบนอินเตอร์เนทได้อีกด้วย

    สิ่งที่ควรอ่าน

    สิ่งที่คุณจะได้จากคู่มือนี้

    • ความสามารถในการซ่อนไอเดนติตี้ดิจิตอลของคุณจากเว็บไซต์ที่คุณเข้าเยี่ยมชม
    • ความสามารถในการซ่อนการเยี่ยมชมเว็บไซต์จากผู้ให้บริการอินเตอร์เนทและ การติดตามของโปรแกรมสอดส่อง
    • ความสามารถในการเลี่ยงการถูกเซนเซอร์และกฎเกณฑ์การกรองเนื้อหา
    • วิธีป้องกันตัวจากเว็บที่ไม่ปลอดภัยและอาจเป็นอันตรายผ่านการใช้ตัวเสริม เอชทีทีพี เอวรีแวร์ (HTTPS Everywhere) และ โนสคริปต์ (NoScript)

    1. บทนำของทอร์

    ทอร์เบราเซอร์ (Tor Browser) คือโปรแกรมอีกเวอร์ชั่นนึงของมอซิลล่าไฟร์ฟอกซ์ที่ทันสมัย ที่เน้นการปกป้องความเป็นส่วนตัว ทอร์เป็นซอฟแวร์ฟรีที่เป็นโอเพ่นซอร์สที่สนับสนุนการใช้งานแบบไม่เปิดเผยชื่อ (anonymity) ในโลกออนไลน์และสามารถใช้เลี่ยนการถูกเซนเซอร์ได้ ทอร์เบราเซอร์ต่างกับเบราเซอร์อื่นในลักษณะดังต่อไปนี้:

    • สนับสนุนการใช้งานแบบไม่เปิดเผยชื่อในโลกออนไลน์โดยการซ่อน IP address ของผู้ใช้
    • สามารถเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์ออนไลน์ได้และทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ที่โดนบล็อคได้
    • ไม่ตั้งค่าการแทรกกิ้งเป็นแบบอัตโนมัติ
    • ไม่หารายได้จากการเก็บข้อมูลของผู้ใช้
    • ได้รับการสนับสนุนและแนะนำโดย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก

    1.0. สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับทอร์เบราเซอร์ก่อนเริ่มใช้งาน

    ทอร์เบราเซอร์ นั้นทำงานบน เครือข่ายของทอร์ ซึ่งใช้ซอฟแวร์ที่ชื่อว่า Free and Open Source Software (FLOSS) ซึ่งได้ถูกออกแบบเพื่อให้สามารถใช้งาน แบบไม่เปิดเผยชื่อในโลกออนไลน์ และ เลี่ยงการถูกเซนเซอร์ได้

    เครือข่ายของทอร์ ประกอบไปด้วยเซิฟเวอร์นับพันที่ดำเนินการโดยอาสาสมัครทั่วโลก ทุกครั้งที่ทอร์เบราเซอร์สร้างการเชื่อมต่อใหม่มันจะเลือกตัวกลางสามแหล่งซึ่งเป็นตัวกลางสำหรับถ่ายทอดของทอร์ (Tor relay) และเชื่อมโยงอินเตอร์เนทผ่านตัวกลางเหล่านั้น ทอร์ทำการเข้ารหัสทุกขาของการส่งสัญญานจนกระทั่งตัวถ่ายทอดเหล่านั้นไม่สามารถรู้ข้อมูลของการเดินทางทั้งเส้นที่มันได้ช่วยทำการรับส่งข้อมูล

    เมื่อคุณใช้ทอร์เบราเซอร์ การจราจรทางอินเตอร์เนทของคุณจะแสดงออกมาว่ามาจากคนละIP address ซึ่งส่วนมากจะดูเหมือนมาจากหลายประเทศ ผลที่ได้ก็คือ ทอร์เบราเซอร์จะซ่อน IP address ของคุณกับเว็บไซต์ที่คุณเข้าไปในขณะนี้ซ่อนรายชื่อของเว็บไซต์ที่คุณเข้าไปเยี่ยมจากบุคคลที่สามที่อาจต้องการคอยสังเกตุการณ์การจราจรออนไลน์ของคุณด้วย นอกจากนั้นทอร์ยังให้ความมั่นใจได้ว่าจะไม่มีตัวกลางสำหรับการถ่ายทอดของทอร์ตัวไหนที่สามารถล่วงรู้ตำแหน่ง ทั้งสอง คือตำแหน่งของคุณจากในอินเตอร์เนท และ เว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม (ถึงแม้ว่าในบางกรณีเว็บไซต์แต่ละอันอาจจะรู้ข้อมูลเหล่านี้ได้ระหว่างกันเอง)

    นอกจากนั้นทอร์ยังเข้ารหัสการสื่อสารที่เข้ามาและภายในเครือข่ายอีกด้วย อย่างไรก็ดีการป้องกันเหล่านี้จะไม่รวมไปถึงเว็บไซต์ที่สามารถเข้าถึงได้โดยช่องทางที่ไม่เข้ารหัส (นั่นคือเว็บที่ไม่สนับสนุนการใช้งานแบบ HTTPS)

    เพราะว่าทอร์เบราเซอร์สามารถซ่อนการสื่อสารระหว่างคุณและเว็บไซต์ที่คุณเข้าเยี่ยมชมได้ มันจึงสามารถให้คุณท่องเว็บได้โดยไม่เปิดเผยชื่อและเลี่ยงการถูกติดตามในโลกออนไลน์ได้ ทอร์นั้นมีประโยชน์สำหรับการเลี่ยงตัวกรองเนื้อหาออนไลน์ (internet filter) และทำให้คุณจะสามารถเข้าถึงเนื้อหาของ (หรือที่ผลิตเนื้อหาให้)เว็บไซต์เหล่านั้นที่ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเข้าถึงได้

    รูปภาพข้างล่างแสดงถึงวิธีการทำงานของเครือข่ายทอร์ เมื่อคอมพิวเตอร์ของอลิสใช้งานทอร์เบราเซอร์เพื่อสื่อสารกับเซิฟเวอร์ของบ๊อบ:

    ขั้นที่ 1 ทอร์เบราเซอร์ของอลิสได้รายชื่อของโหนด (nodes) หรือตัวถ่ายทอด (relays) ของทอร์ [1] จากไดเร็คทอรี่ของเซิฟเวอร์ทอร์ (Dave)

    ขั้นที่ 2 ทอร์เบราเซอร์ของอลิสเลือกทางแบบสุ่มผ่านเครือข่ายของทอร์ไปถึงเซิฟเวอร์ปลายทาง (Bob) การเชื่อมต่อภายในของเครือข่ายทอร์นั้นได้ถูกเข้ารหัส (สีเขียว [3]) ในตัวอย่างนี้ การเชื่อมต่อสุดท้ายนั้นไม่ได้ถูกเข้ารหัส (สีแดง [2]) ซึ่งการเชื่อมต่อสุดท้ายนั้น จะถูก เข้ารหัสหากอลิสเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ใช้ https

    ขั้นที่ 3 หากในภายหลัง อลิสได้เข้าไปที่เซิฟเวอร์อีกอัน (Jane) ทอร์เบราเซอร์ของอลิสจะเลือกเส้นทางสุ่มเส้นทางใหม่

    หมายเหตุ: ความเป็นจริงแล้วการท่องเว็บแบบไม่เปิดเผยชื่อจะมีข้อได้เสียเรื่องความเร็ว ทอร์ทำให้คุณท่องเว็บแบบไม่เปิดเผยชื่อได้โดยการทำให้การจราจรของออนไลน์ของคุณเด้งไปมาระหว่างเซิฟเวอร์ของอาสาสมัครทั่วโลก ดังนั้นทอร์มักจะช้ากว่าการเชื่อมต่อโดยตรงบนอินเตอร์เนท

    1.1. โปรแกรมอื่นที่ใกล้เคียงกับทอร์เบราเซอร์

    ไมโครซอฟ วินโดว์ส, แมค OS, GNU ลีนุกซ์, แอนดรอยด์ และ โปรแกรมอื่นที่สนับสนุนการใช้งานของ iOS:

    ทอร์เบราเซอร์ นั้นสนับสนุนระบบปฏิบัติการ GNU ลีนุกซ์, แมค OS, ไมโครซอฟ วินโดว์ส และ แอนดรอยด์ ทอร์ ได้ถูกทดสอบหลายครั้งเพื่อให้คุณได้สามารถทำกิจกรรมออนไลน์ได้โดย มีความเป็นส่วนและไม่ต้องเปิดเผยชื่อ ข้างล่างนี้คือเครื่องมืออีกหลายอัน ที่ใช้สำหรับการเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์และช่วยปกป้องการจราจรในโลกออนไลน์ของคุณให้เป็นความลับ ซึ่งต่างจาก ทอร์ คุณจำเป็นที่จะต้องเชื่อมั่นในผู้ให้บริการของคุณหากต้องการใช้เครื่องมือเหล่านี้

    • RiseupVPN เป็นโปรแกรม Virtual Private Network (VPN) ที่ฟรีและเป็น proxy server ของ ลีนุกซ์, แมค OS, แอนดรอยด์ และไมโครซอฟ วินโดว์ส
    • Psiphon เป็น Virtual Private Network (VPN) ในเชิงพาณิชย์ที่ฟรี และสามารถใช้ได้กับ ไมโครซอฟ วินโดว์ส และแอนดรอยด์
    • Lantern เป็นเครื่องมือที่ฟรีและเป็นโอเพ่นซอร์สสำหรับ ลีนุกซ์, แมค OS X และ วินโดว์ส

    2. ดาวน์โหลดและติดตั้งทอร์เบราเซอร์

    หมายเหตุ: หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่การเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ของทอร์ โปรเจค (Tor Project) โดนบล้อค คุณสามารถอีเมลเพื่อขอดาวน์โหลดลิ้งค์ได้ โดยคุณสามารถส่งอีเมลไปได้ที่ gettor@torproject.org และระบุว่าเวอร์ชั่นที่คุณต้องการ (วินโดว์ส, แมคosx หรือลีนุกซ์) ในข้อความด้วย คุณจะได้รับคำตอบที่มีลิ่งสู่ทอร์เบราเซอร์ผ่าน ดร็อบบ๊อกซ์ (Dropbox), กูเกิล ด็อกส์ (Google Docs) หรือ จิตหับ (Github) รายละเอียดเกี่ยวกับทางเลือกนี้มีให้ดูเพิ่มเติมได้ที่ Tor Project website

    2.1. ดาวน์โหลดทอร์เบราเซอร์

    เริ่มต้นด้วยการไปที่เว็บไซต์ของ ทอร์ เบราเซอร์ (Tor Browser) (โดยที่ตัวอักษร “https” นั้นจะเป็นการบอกว่าการเชื่อมต่อระหว่างเบราเซอร์ของคุณและเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นถูกเข้ารหัส ซึ่งจะทำให้ยากขึ้นสำหรับคนที่มุ่งร้ายที่จะแก้ไขไฟล์ที่คุณกำลังจะดาวน์โหลด)

    รูปที่ 1: หน้าของทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก [Download Tor Browser] เพื่อไปที่ส่วนล่างของหน้าที่มีลิ้งค์สำหรับดาวน์โหลดทอร์เบราเซอร์

    รูปที่ 2: ลิ้งค์สำหรับดาวน์โหลดทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก ที่ลิ้งค์สำหรับดาวน์โหลดและจัดเก็บแพคเกจที่ดาวน์โหลดมาที่ตำแหน่งสะดวก (ยกตัวอย่างเช่น บนDesktop หรือในแฟ้ม Documents หรือในแฟลชไดร์ฟ)

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก [Save File] ตามหน้าต่างดังกล่าวและเริ่มดาวน์โหลดทอร์เบราเซอร์:

    รูปที่ 3: จัดเก็บไฟล์ ทอร์เบราเซอร์

    2.2. ติ้ดตั้งทอร์เบราเซอร์

    คุณไม่จำเป็นต้องติดตั้งทอร์เบราเซอร์เหมือนกับที่คุณทำกับซอฟแวร์อื่นๆ หากคุณต้องการ คุณสามารถแยกไฟล์ไปเก็บไว้ที่แฟลชไดร์ฟและใช้งานจากที่ตำแหน่งดังกล่าว

    ทำตามขั้นตอนข้างล่างหากคุณต้องการติดตั้งทอร์เบราเซอร์:

    ขั้นที่ 1. ไปที่ แฟ้มที่คุณจัดเก็บแพคเกจ ทอร์เบราเซอร์เอาไว้ ในตัวอย่างนี้เราจะทำการคาดเดาว่าคุณได้จัดเก็บมันไว้กับไฟล์อื่นๆที่ ดาวน์โหลด(Downloads) มา

    รูปที่ 1: แฟ้มดาวน์โหลดที่มีไฟล์ทอร์เบราเซอร์อยู่

    ขั้นที่ 2. คลิ้กขวา บนไฟล์ทอร์เบราเซอร์และ คลิ้ก [Open]

    รูปที่ 2: เปิดไฟล์ทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 3. เลือก ภาษาที่คุณต้องการใช้บนทอร์เบราเซอร์และ คลิ้ก [OK]

    รูปที่ 3: ตัวติดตั้งภาษาบนทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 4. เลือก แฟ้มที่คุณต้องการติดตั้งทอร์เบราเซอร์ ในตัวอย่างนี้เราได้ติดตั้งทอร์เบราเซอร์บนเดสก์ทอป

    รูปที่ 4: ตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 5. เมื่อคุณได้เลือกแล้วว่าจะติดตั้งทอร์เบราเซอร์ที่ตำแหน่งไหนให้ คลิ้ก [Install] หน้าต่างต่อไปนี้จะเปิดขึ้นขณะที่ทอร์เบราเซอร์กำลังถูกติดตั้ง:

    รูปที่ 5: ติดตั้งทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [Finish] ที่วินโดว์สต่อไปนี้เพื่อสิ้นสุดการติดตั้งทอร์เบราเซอร์:

    รูปที่ 5: สิ้นสุดการทำงานของตัวช่วยติดตั้งอัตโนมัติของทอร์เบราเซอร์ (Setup Wizard)

    เลือก [Run Tor Browser] ในหน้าต่างนี้ คุณจะเริ่มการทำงานของเบราเซอร์

    3. ตั้งค่าการเชื่อมต่อของทอร์เบราเซอร์กับเครือข่ายทอร์

    ครั้งแรกที่คุณเปิดใช้ทอร์เบราเซอร์ โปรแกรมจะถามคุณว่าคุณต้องการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เนทอย่างไร

    • เชื่อมต่อทางตรง(Direct Access): เลือกตัวเลือกนี้หากการการเข้าถึงอินเตอร์เนทของคุณไม่ถูกจำกัด และทอร์เบราเซอร์ไม่ถูกบล็อค ไม่ถูกแบน หรือไม่ถูกควบคุมในสถานที่ๆคุณอยู่

    • เชื่อมต่อแบบมีข้อจำกัด(Restricted Access): เลือกตัวเลือกนี้หากการการเข้าถึงอินเตอร์เนทของคุณถูกจำกัด และทอร์เบราเซอร์ถูกบล็อค แบน หรือถูกควบคุมในสถานที่ๆคุณอยู่

    หลังจากที่คุณได้ตั้งค่าและเปิดใช้งานทอร์เบราเซอร์แล้ว โปรแกรมจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์ต่อไปโดยที่ไม่ต้องอาศัยการติดตั้งเพิ่มเติมอีก แต่คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าดังกล่าวได้ทุกเวลาจากในทอร์เบราเซอร์ ซึ่งคุณอาจจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนมันเวลาที่คุณท่องเที่ยว หรือเวลาที่สถานการณ์เปลี่ยนในประเทศที่คุณอยู่ โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บทที่ 3.3 How to reconfigure access to the Tor network

    3.1. เชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์อย่างไร - เชื่อมต่อทางตรง (Direct Access)

    เมื่อคุณติดตั้งทอร์เบราเซอร์แล้ว ตัวช่วยการติดตั้งอัตโนมัติ (Setup Wizard) จะนำคุณไปยังหน้าต่างดังกล่าว:

    รูปที่ 1: การตั้งค่าเครือข่ายทอร์

    หากการเข้าถึงอินเตอร์เนทของคุณไม่ถูกจำกัด (และเครือข่ายทอร์) ไม่ถูกจำกัดในสถานที่ของคุณ คุณควรทำตามขั้นตอนข้างล่างเพื่อติดตั้งทอร์เบราเซอร์:

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก [Connect] เพื่อเปิดทอร์เบราเซอร์

    รูปที่ 2: เชื่อมต่อกับเครือข่ายของทอร์

    สักครู่หน้าต่างทอร์เบราเซอร์จะถูกเปิด:

    รูปที่ 3: ทอร์เบราเซอร์

    3.2. เชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์อย่างไร - เชื่อมต่อแบบมีข้อจำกัด (Restricted Access)

    หากคุณต้องการใช้ทอร์เบราเซอร์จากสถานที่ที่เครือข่ายทอร์ถูกบล็อค คุณจำเป็นต้องใช้ บริดจ์ รีเลย์ (bridge relay) บริดจ์ไม่ได้ถูกรวมไว้ในไดเร็คทอรี่สาธารณะของทอร์ ดังนั้นการบล็อคจึงทำได้ยากกว่า บริดจ์บางตัวสนับสนุนการใช้งานแบบ ปลิ้กเอบิล ทรานสปอร์ต (pluggable transports) ซึ่งสามารถซ่อนการจราจรออนไลน์ของคุณที่ไปสู่และมาจากเครือข่ายทอร์ การใช้งานนี้ช่วยป้องกันตัวกรองเนื้อหาออนไลน์ไม่ให้ระบุและบล็อคบริดจ์ ดีเลย์

    การตั้งค่าอัตโนมัติของ pluggable transport มีชื่อเรียกว่า obfs4 ซึ่งทำให้ยากขึ้นสำหรับผู้อื่นที่จะรู้ได้ว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์ โดยทั่วไปแล้วทอร์ไม่ได้ถูกดีไซน์มาเพื่อซ่อนว่าคุณกำลังใช้ทอร์อยู่

    คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริดจ์ได้ที่ เว็บไซต์ของทอร์ โปรเจค (Tor project website) การใช้บริดจ์มี 2 วิธีด้วยกัน คุณสามารถเปิดการใช้งาน บริดจ์ที่มีอยู่แล้ว (provided bridges) หรือคุณสามารถขอใช้ บริดจ์ที่ปรับได้ตามความต้องการ (custom bridges)ได้

    3.2.1. เชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์ด้วยบริดจ์ (bridges) อย่างไร

    เมื่อคุณติดตั้งทอร์เบราเซอร์แล้ว ตัวช่วยการติดตั้งอัตโนมัติ (Setup Wizard) จะนำคุณไปยังหน้าต่างดังกล่าว:

    รูปที่ 1: การตั้งค่าของเครือข่ายทอร์

    ขั้นที่ 1. หากการเชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์ถูกบล็อคหรือเซ็นเซอร์ ให้ คลิ้ก ที่ [Configure]

    หมายเหตุ: เมื่อคุณติดตั้งทอร์เบราเซอร์แล้ว คุณสามารถเปิดหน้าจอดังกล่าวได้ตามขั้นตอนใน บทที่ 3.3

    รูปที่ 2: การตั้งค่าบริดจ์ของทอร์

    ขั้นที่ 2. เลือก Yes

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก [Next] เพื่อแสดงหน้าจอการตั้งค่าบริดจ์

    รูปที่ 3: หน้าจอการตั้งค่าบริจด์

    ขั้นที่ 4. เลือก เชื่อมต่อกับบริดจ์ที่มีอยู่แล้ว

    ขั้นที่ 5. คลิ้ก [Next] เพื่อแสดงหน้าจอการตั้งค่าโลโคล พรอกซี่ (local proxy)

    ทอร์เบราเซอร์จะถามว่าคุณต้องการใช้ local proxy เพื่อเชื่อมโยงกับอินเตอร์เนทหรือไม่ ขั้นตอนข้างล่างคาดไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้องใช้ แต่หากคุณต้องใช้ คุณสามารถตรวจสอบจากการตั้งค่ามาตรฐานของเบราเซอร์ของคุณและลอกการตั้งค่าของพรอกซี่มาใช้ได้ (ในไฟร์ฟอกซ์ คุณสามารถไปที่การตั้งค่าดังกล่าวจาก Options > Advanced > แท็บ Network ใน Connection Settings ส่วนในเบราเซอร์อื่นคุณอาจเจอเมนูการตั้งค่าภายในส่วนของการตั้งค่า Internet Options คุณสามารถใช้หมวดขอความช่วยเหลือ หรือ Help ภายในเบราเซอร์ของคุณเพื่อรับการช่วยเหลือเพิ่มเติม

    รูปที่ 4: หน้าจอการตั้งค่า local proxy

    ขั้นที่ 6. เลือก [No]

    ขั้นที่ 7. คลิ้ก [Connect] เพื่อเปิดทอร์เบราเซอร์

    รูปที่ 5: เชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์

    สักครู่หน้าต่างทอร์เบราเซอร์จะถูกเปิด

    3.2.2. เชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์ด้วยบริดจ์ที่ปรับได้ตามความต้องการ (custom bridges) อย่างไร

    คุณสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายทอร์ผ่าน บริดจ์ที่ปรับได้ตามความต้องการ (custom bridges) ซึ่งถูกใช้งานโดยคนน้อยคนเมื่อเปรียบเทียบกับ บริดจ์ที่มีอยู่แล้ว (provided bridges) ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะถูกบล็อคน้อยกว่า หากคุณไม่สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของทอร์ โปรเจคได้ คุณสามารถขอที่อยู่ของบริดจ์ที่ปรับได้ตามความต้องการ (custom bridge addresses) โดยการส่งอีเมลไปที่ bridges@torproject.org โดยใช้บัญชีอีเมลของ Riseup, Gmail หรือ Yahoo โดยให้เขียนว่า get bridges ไปในเนื้อความของอีเมลดังกล่าวด้วย

    คุณ สามารถ เข้าไปที่เว็บไซต์ของทอร์ โปรเจคได้ และคุณสามารถปรับค่าที่อยู่ของบริดจ์ได้โดยไปที่ https://bridges.torproject.org/options และทำตามขั้นตอนข้างล่าง

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก Just give me bridges!

    รูปที่ 1: การขอรับทอร์บริดจ์

    ขั้นที่ 2. กรอกข้อมูลแคพช่าแล้วคลิ้ก Enter

    รูปที่ 2: แคพช่า (Captcha)

    หลังจากนี้ที่อยู่ของบริดจ์ 3 อันจะถูกแสดง:

    รูปที่ 3: ที่อยู่ของบริดจ์

    ขั้นที่ 3. เมื่อคุณได้ตั้งค่าที่อยู่ของบริดจ์แล้ว คุณสามารถ พิมพ์ มันลงไปที่หน้าจอ Tor Bridge Configuration ตามที่แสดงให้เห็นด้านล่าง

    หมายเหตุ: หากคุณกำลังเปิดทอร์เบราเซอร์เป็นครั้งแรก คุณสามารถไปที่หน้าจอ Tor Bridge Configuration ได้โดยการทำตามขั้นตอนใน บทที่แล้ว แต่หากคุณต้องการไปที่หน้าจอดังหล่าวหลังจากที่คุณได้ติดตั้งทอร์เบราเซอร์แล้วให้ไปที่ บทต่อไป

    รูปที่ 4: หน้าจอการตั้งค่าบริดจ์ (bridge) บนทอร์

    3.3. การตั้งค่าการเข้าสู่เครือข่ายทอร์อีกครั้ง

    เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการเปลี่ยนรูปแบบการเข้าสู่เครือข่ายทอร์ ยกตัวอย่างเช่น เวลาคุณเดินทางไปยังประเทศที่บล็อคทอร์ คุณสามารถปรับการตั้งค่าจากในเบราเซอร์ตามวิธีข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1: คลิ้ก ที่ปุ่ม เพื่อเริ่มเมนูของทอร์เบราเซอร์

    รูปที่ 1: เมนูการตั้งค่าของทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 2. เลือก Tor Network Settings เพื่อเปลี่ยนวิธีที่ทอร์เบราเซอร์เชื่อมต่อกับ

    รูปที่ 2: ตั้งค่าเครือข่ายของทอร์

    หน้าจอนี้สามารถให้คุณเปิดการใช้งานหรือปิดการใช้งานบริดจ์ หรือเพิ่ม บริดจ์ที่ปรับได้ตามความต้องการ custom Bridges นอกเหนือจากการปรับค่าอื่นๆ

    เมื่อคุณติดตั้งเสร็จแล้วให้ คลิ้ก [OK] และรีสตาร์ททอร์เบราเซอร์

    4. ใช้ทอร์เบราเซอร์เพื่อเข้าเว็บแบบปลอดภัยและไม่ชื่อ

    สิ่งที่คุณควรจำคือ ทอร์เบราเซอร์ นั้นสามารถไม่ชื่อในสิ่งที่คุณทำได้เฉพาะในหน้าต่างของทอร์เบราเซอร์เท่านั้น ซึ่งจะไม่มีผลต่อกิจกรรมออนไลน์อื่นๆของคุณที่ไม่ได้ทำบนทอร์

    หมายเหตุ: รายละเอียดของนโยบาย ความเป็นส่วนตัวโดยการออกแบบ (privacy by design) ทอร์เบราเซอร์ ได้ถูกตั้งค่าไว้ให้ไม่จัดเก็บประวัติการท่องเว็บของคุณไว้ในฮาร์ดไดร์ฟ ดังนั้นทุกครั้งที่คุณเลิกใช้ ทอร์เบราเซอร์ ประวัติการท่องเว็บของคุณจะถูกลบทิ้ง

    4.1. วิธีตรวจสอบว่าทอร์เบราเซอร์ทำงานหรือไม่

    ทอร์เบราเซอร์ ซ่อน IP addressของคุณ จากเว็บไซต์ที่คุณเข้าเยี่ยมชม และหากทอร์ทำงานอย่างสมบูรณ์การเข้าเว็บไซต์ของคุณจะดูเหมือนว่าถูกเข้าจากสถานที่บนอินเตอร์เนทที่:

    • ต่างจาก IP address ปกติของคุณ
    • ไม่สามารถเชื่อมโยงกับสถานที่ที่ตัวคุณอยู่ได้

    วิธีง่ายๆที่คุณสามารถจะยืนยันการใช้งานดังกล่าวคือการเข้าไปที่เว็บไซต์ ทอร์เช็ค (Tor Check) ที่ https://check.torproject.org/

    ซึ่งหากคุณ ไม่ใช้ ทอร์ หน้าจอจะแสดงผลดังนี้

    รูปที่ 1: ทอร์เช็คแสดงผลว่าทอร์ทำงานไม่สมบูรณ์

    หากคุณใช้ทอร์ หน้าจะจอแสดงผลดังนี้

    รูปที่ 2: ทอร์เช็คแสดงผลว่าทอร์ทำงานสมบูรณ์

    หากคุณต้องการเช็ค IP address ของคุณโดยใช้บริการที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทอร์ โปรเจค คุณสามารถเลือกใช้ได้หลายบริการ เช่น บริการที่สนับสนุนการเข้ารหัสแบบ https (ที่ทำให้คนอื่นนอกเหนือจากผู้ให้บริการเองยากที่จะ "ปลอมแปลง" ผลการทดสอบได้) ทั้งนี้รวมถึง:

    หากคุณเข้าไปที่เว็บไซต์เหล่านี้โดยไม่ได้ใช้ทอร์เบราเซอร์ IP address จริงของคุณจะถูกแสดงออกมาซึ่งข้อมูลนี้จะเชื่อมโยงกับสถานที่ที่คุณอยู่จริง แต่หากคุณเข้าไปที่เว็บไซต์โดยผ่านทอร์เบราเซอร์ IP address อื่นจะถูกแสดงแทนที่ของจริง

    4.2. สร้างไอเดนติตี้ (identity) ใหม่ได้อย่างไร

    คุณสามารถสร้าง "ไอเดนติตี้ใหม่ (new identity)" สำหรับทอร์เบราเซอร์ของคุณ และเมื่อคุณทำเช่นนั้นทอร์เบราเซอร์จะเลือกตัวถ่ายทอดของทอร์ (Tor relays) ชุดใหม่แบบสุ่ม ซึ่งจะทำให้ดูเหมือนว่าคุณมาจาก IP address อื่นเมื่อคุณเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ โปรดทำตามขั้นตอนข้างล่าง หากคุณต้องการทำเช่นนี้:

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก ที่ปุ่ม เพื่อเริ่มการใช้งานเมนูของทอร์เบราเซอร์

    รูปที่ 1: สร้างไอเดนติตี้ใหม่ในทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 2. เลือก [New Identity] จากเมนู

    ทอร์เบราเซอร์จะลบประวัติการท่องเว็บของคุณและไฟล์คุ้กกี้แล้วถึงจะรีสตาร์ท หลังจากมันได้ถูกรีสตาร์ทแล้ว คุณจะดูเหมือนว่ามาจาก IP address ใหม่ตามที่ได้อธิบายไว้ในบทที่แล้ว

    4.3. การเปิดใช้ส่วนเสริมโนสคริปต์​ (NoScript)

    ทอร์เบราเซอร์จะมากับส่วนเสริม โนสคริปต์ ที่ถูกติดตั้งไว้แล้ว โนสคริปต์จะป้องกันคุณจากเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายและช่วยเพิ่มการป้องกันการรั่วไหลของไอเดนติตี้จริงของคุณผ่านสคริปต์ที่ใช้สำหรับทอร์เบราเซอร์ อย่างไรก็ดีโนสคริปต์นั้นถูกปิดใช้งานโดยอัตโนมัติในทอร์เบราเซอร์ ซึ่งหมายความว่าการป้องกันดังกล่าวนั้นจะยังไม่ได้ใช้ได้ในทันที

    ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะเปิดใช้งานการป้องกันเพิ่มเติมโดยโนสคริปต์ การใช้งานส่วนนี้สามารถถูกเปิดใช้ได้โดยการเปิดที่เมนูของโนสคริปต์ และคลิ้กที่ Forbid Scripts Globally และตั้งค่าได้หลายแบบตามที่โปรแกรมได้กำหนดไว้ให้

    ทำตามวิธีข้างล่างเพื่อเปิดการใช้งานของโนสคริปต์ในทอร์เบราเซอร์:

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก ที่ ปุ่ม NoScript ที่อยู่ด้านซ้ายของปุ่ม

    รูปที่ 1: เปิดใช้งานส่วนเสริมโนสคริปต์

    ขั้นที่ 2. เลือก [Forbid Scripts Globally (แนะนำ)]

    ความเป็นจริงแล้วการเลือกตัวเลือกนี้จะทำให้หลายเว็บไซต์ที่คุณเข้าไป "โหลดไม่ครบ" และหากเว็บไซต์ดังกล่าวไม่สามารถโหลดได้ครบถ้วน คุณสามารถเพิ่มชื่อของเว็บไซต์ดังกล่าวได้ในโนสคริปต์ ไวท์ลิส (NoScript whitelist) โดยการคลิ้กที่ปุ่มที่แสดงให้เห็นใน รูปที่ 1 ข้างต้นและเลือกอณุญาติแบบชั่วคราว (Temporarily allow) สำหรับทุกหน้าเว็บ คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโนสคริปต์ได้ใน คู่มือเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆในไฟร์ฟอกซ์

    4.4. การทำให้ทอร์เบราเซอร์ทันสมัยอยู่เสมอ

    เมื่อส่วนอัพเดทของทอร์เบราเซอร์นั้นมีออกมา โปรแกรมจะเตือนว่าเบราเซอร์ของคุณนั้นล้าสมัยแล้ว คุณควรเช็คที่ส่วนอัพเดทของทอร์เบราเซอร์ และทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. คลิ้ก ที่ปุ่ม เพื่อเริ่มใช้งานเมนูของทอร์เบราเซอร์

    รูปที่ 1: การตั้งค่าทอร์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก [Check for Tor Browser Update...]

    รูปที่ 2: เช็คอัพเดทที่มีออกมา

    ในส่วนนี้จะแจ้งให้คุณทราบถ้ามีเวอร์ชั่นใหม่ของทอร์เบราเซอร์ที่คุณควรจะอัพเดท

    รูปที่ 3: อัพเดทสำหรับซอฟแวร์

    คำถามที่พบบ่อย

    ถาม: ทำฉันถึงควรใช้ ทอร์เบราเซอร์?

    ตอบ: ทอร์เบราเซอร์นั้นเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์หากคุณต้องการจะเลี่ยงการถูกเซ็นเซอร์บนอินเตอร์เนทในกรณีที่คุณอยากจะเข้าไปที่เว็บไซต์บางเว็บ ในขณะเดียวกันทอร์ก็มีประโยชน์ในกรณีที่คุณไม่ต้องการให้ ผู้ให้บริการอินเตอร์เนท(ISP) ล่วงรู้เว็บไซต์ที่คุณเข้า หรือในกรณีเดียวกันที่คุณไม่อยากให้เว็บไซต์ที่คุณเข้าไปเยี่ยมชมล่วงรู้ถึงสถานที่ของคุณบนอินเตอร์เนท

    ถาม: ระหว่างที่ฉันใช้ทอร์เบราเซอร์ โปรแกรมอื่นๆของฉันจะสื่อสารอย่างไม่ชื่อผ่านเครือข่ายทอร์ด้วยหรือไม่?

    A: ไม่ สิ่งสำคัญที่คุณควรจะจำไว้คือทอร์เบราเซอร์จะส่งข้อมูลการจราจรออนไลน์ของคุณผ่านเครือข่ายทอร์โดยอัตโนมัติ โปรแกรมอื่นๆของคุณจะสื่อสารโดยตรงกับผู้ให้บริการบนอินเตอร์เนท คุณสามารถยืนยันว่าคุณสื่อสารผ่านเครือข่ายทอร์ได้โดยการโหลดหน้าเว็บ ทอร์ เช็ค (Tor Check) ที่ https://check.torproject.org ทอร์จะคาดว่าคุณได้ใช้งานอย่างระมัดระวัง อย่างมีสามัญสำนึก และมีการตัดสินใจที่ดีเมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ใหม่และไม่คุ้นเคย

    ถาม: การจราจรออนไลน์ของทอร์เบราเซอร์ นั้นถูกเข้ารหัสหรือไม่?

    A: ทอร์จะเข้ารหัสการสื่อสารของคุณทั้งหมด ภายใน เครือข่ายทอร์เท่านั้น และคุณควรจะจำไว้ด้วยว่า ทอร์ไม่สามารถเข้ารหัสการจราจรออนไลน์ของคุณหลังจากที่คุณออกจากเครือข่ายทอร์แล้ว หากคุณต้องการป้องกันข้อมูลที่คุณส่งและรับระหว่าง exit node ของทอร์และเว็บไซตื์ที่คุณกำลังสื่อสารอยู่นั้นคุณยังจำเป็นต้องใช้ HTTPS อยู่