เวราคริปต์ (VeraCrypt) สำหรับระบบปฏิบัติการลีนุกซ์- เพื่อการเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย

โพสแล้ว10 August 2016

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    เวราคริปต์ (VeraCrypt) เข้ารหัสข้อมูลของคุณและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นที่ไม่มีข้อความรหัสผ่าน (passphrase) เข้าถึงข้อมูลของคุณได้ โปรแกรมจะทำงานเหมือนตู้นิรภัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้คุณสามารถจัดเก็บไฟล์ได้อย่างปลอดภัย

    สิ่งที่ควรอ่าน

    สิ่งที่คุณจะได้จากคู่มือนี้

    • วิธีการปกป้องไฟล์ เมื่อคอมพิวเตอร์ หรือแฟลชไดร์ฟสูญหาย ถูกขโมย หรือถูกยึด
    • วิธีการเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงข้อมูลของไฟล์สำคัญได้บน ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ระบบแมค OS X และระบบลีนุกซ์
    • วิธีการสำรองข้อมูล (backup) ของไฟล์สำคัญ

    1. บทนำของเวราคริปต์

    เวราคริปต์ (https://veracrypt.codeplex.com) คือ ซอฟแวร์ฟรี ที่ใช้เพื่อการเข้ารหัสไฟล์ เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจาก ทรูคริปต์ (TrueCrypt) หลังจากที่โปรแกรมดังกล่าวไม่ได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เวราคริปต์สามารถใช้งานได้บน ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ระบบแมค OS X และระบบ GNU/ลีนุกซ์ และได้ถูกพัฒนาให้สามารถแก้ไขช่องโหว่ในระบบความปลอดภัยที่เคยถูกรายงานในทรูคริปต์

    1.0 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเวราคริปต์ก่อนเริ่มใช้

    เวราคริปต์สามารถปกป้องไฟล์ของคุณโดยการเข้ารหัสไฟล์ด้วยข้อความรหัสผ่าน โปรแกรมจะสร้างพื้นปลอดภัยที่เรียกว่า วอลลุ่ม (volume) บนเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกของคุณ พื้นที่ทั้งหมดของวอลลุ่มจะถูกจัดเก็บอยู่ภายใต้ไฟล์หนึ่งไฟล์ที่เรียกว่า คอนเทนเนอร์ (container) ซึ่งคุณสามารถเปิด (mount) หรือปิด (dismount) โดยใช้เวราคริปต์ คุณจึงสามารถจัดเก็บไฟล์ได้อย่างปลอดภัยภายในไฟล์ที่เรียกว่าคอนเทนเนอร์

    เวราคริปต์สามารถสร้างและจัดการกับวอลลุ่มที่ถูกเข้ารหัสที่ได้ใช้พื้นที่ ทั้งหมด ของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลนั้นๆ อย่างไรก็ดี คู่มือนี้จะมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการใช้ คอนเทนเนอร์ เท่านั้น

    เวราคริปต์ใช้ การเข้ารหัส ถอดรหัสอย่างต่อเนื่อง (on-the-fly encryption)ในการปกป้องข้อมูลของคุณ ซึ่งสามารถเข้ารหัสไฟล์ในระหว่างที่ถูกเขียนลงบนวอลลุ่ม และสามารถถอดรหัสไฟล์ในขณะที่กำลังถูกอ่าน คุณสามารถสำเนาไฟล์ลงบนและจากเวราคริปต์วอลลุ่มในวิธีเดียวกันที่คุณสามารถทำกับแฟ้มบนคอมพิวเตอร์และแฟลชไดร์ฟ

    เวราคริปต์สนับสนุนการใช้งานทั้งแบบ การเข้ารหัสวอลลุ่มแบบมาตรฐาน (standard encrypted volumes) และแบบ วอลลุ่มลับ(hidden volumes) โดยทั้งสองแบบนี้สามารถซ่อนไฟล์ของคุณให้ปลอดภัยได้ แต่วอลลุ่มลับนั้นสามารถให้คุณซ่อนข้อมูลสำคัญ ไว้เบื้องหลังข้อมูลที่มีความสำคัญน้อยกว่าในกรณีที่คุณถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลรหัสผ่าน ซึ่งคู่มือนี้รวมถึงการสร้างและใช้การเข้ารหัสวอลลุ่มแบบมาตรฐาน (standard encrypted volumes) และแบบ วอลลุ่มลับ(hidden volumes)

    อย่าลืมว่า คุณจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ หากคุณลืมข้อมูลรหัสผ่าน เนื่องจากไม่มีวิธีใดเลยที่โปรแกรมจะสามารถกู้ข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้ และอย่าลืมคำนึงถึงด้วยว่าการใช้ข้อมูลแบบมีหัสผ่านนั้นผิดกฎหมายในบางประเทศ

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวราคริปต์ได้ที่ : official documentation official FAQ

    1.1 โปรแกรมอื่นที่ใกล้เคียงกับเวราคริปต์

    สำหรับ GNU ลีนุกซ์ เวอร์ชั่น (distribution) อื่นๆรวมทั้ง [อูบันทู (Ubuntu)] (http://www.ubuntu.com/) สนับสนุนการใช้งานแบบการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบในการตั้งค่ามาตรฐาน เราแนะนำให้ตั้งค่าการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบเมื่อคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับการติดตั้งภายหลัง นอกเหนือจากนั้นคุณสามารถใช้โปรแกรมที่ติดตั้งมากับในระบบ ดิสก์ ยูทิลิตี้ (Disk Utility) ในเวอร์ชั่นอื่นๆของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เพื่อการสร้างวอลลุ่มเข้ารหัสบนแฟลชไดร์ฟ ซึ่งต่างกับเวราคริปต์ซึ่งให้คุณสามารถเข้าถึงไฟล์บนคอมพิวเตอร์อื่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เท่านั้น คุณสามารถใช้เวราคริปต์เคลื่อนย้ายไฟล์ระหว่างระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ แมค OS X และวินโดว์ส

    สำหรับ แมค OS X คุณสามารถใช้ ไฟล์วอลท์ (FileVault) ซึ่งเป็นโปรแกรมติดตั้งมากับระบบเพื่อการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบ (หรือใช้เข้ารหัสของดิสก์เฉพาะในไดเร็กทอรี่บ้าน หรือ home directory) นอกจากนั้น แมค OS X ยังมี ดิสก์ ยูทิลิตี้ (Disk Utility) ที่สามารถสร้างวอลลุ่มบนแฟล์ชไดร์ฟ แต่คุณจะสามารถเข้าถึงวอลลุ่มนี้ได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการแมคเท่านั้น

    ระบบปฏิบัติการฉบับเต็มของ วินโดว์ส นับตั้งแต่ วินโดว์ส 7 นั้นมี [บิตล๊อคเกอร์ (BitLocker)] (http://windowsmicrosoft.com/en-us/windows7/products/features/bitlocker) เพื่อการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบ (รวมถึงระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 อัลทิเมต, วินโดว์ส 7 เอ็นเตอไพรส์, วินโดว์ส 8 โปร, วินโดว์ส 8 เอ็นเตอไพรส์ และ วินโดว์ส 10 โปร)

    ทั้ง ไฟล์วอลท์ (FileVault) (สำหรับ แมค OS X) และ บิตล๊อคเกอร์ (BitLocker) (สำหรับ วินโดว์ส) ต่างเป็นโปรแกรมที่มีกรรมสิทธิ์ ซึ่งทำให้ความปลอดภัยที่ได้นั้นไม่สามารถถูกตรวจสอบได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ดีการใช้งาน (enable) โปรแกรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีหากเป็นไปได้ นอกเหนือจากโปรแกรมที่ติดตั้งมากับระบบเหล่านี้ คุณยังสามารถใช้ เวราคริปต์ เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับไฟล์ที่มีความสำคัญและเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายไฟล์ระหว่าง คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ แมค OS X และวินโดว์สอีกด้วย

    2. การติดตั้งเวราคริปต์

    ก่อนที่คุณจะดาวน์โหลดเวราคริปต์ โปรดเช็คดูก่อนว่าคุณกำลังใช้ระบบ 32-bit หรือ 64-bit:

    ขั้นที่ 1. เปิด Terminal

    ขั้นที่ 2. รันคำสั่งต่อไปนี้ที่ Terminal:

    uname –m

    • หากคุณใช้ระบบ 32-bit Terminal จะแสดง i686 หรือ i386
    • หากคุณใช้ระบบ 64-bit หน้าจอจะแสดง x86_64

    ขั้นที่ 3. ไปที่ หน้าดาวน์โหลดของเว็บเวราคริปต์ https://veracrypt.codeplex.com/releases

    ขั้นที่ 4. ไปที่ Other Available Downloads ให้คุณ คลิ้ก ที่ newest version ของ VeraCrypt Linux Setup (ปัจจุบันนี้เวอร์ชั่นทีใหม่ที่สุดคือ VeraCrypt Linux Setup 1.16 และในอนาคตถ้ามีเวอร์ชั่นทีใหม่กว่า ตัวเลขของเวอร์ชั่นนั้นจะสูงขึ้น)

    หลังจากที่คุณดาวน์โหลดเวราคริปต์มาแล้ว คุณสามารถติดตั้งมันได้บนคอมพิวเตอร์ของคุณ โดยทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 5. เปิด หน้าต่างที่ไว้เรียกดูไฟล์ แล้วไปที่ ตำแหน่งที่คุณดาวน์โหลดตัวติดตั้งของเวราคริปต์เอาไว้ในขั้นที่ 4 (ตอนนี้คือชื่อไฟล์ที่อัพเดทคือ veracrypt-1.16-setup.tar.bz2)

    รูปที่ 1: แฟ้มตัวช่วยติดตั้งของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 6. Double คลิ้ก ที่ไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดไว้ตามที่ ขั้นที่ 4 เพื่อที่จะดูเนื้อหาข้างใน

    รูปที่ 2: แยกไฟล์เวราคริปต์ออกมาโดยใช้ Archive Manager

    ขั้นที่ 7. คลิ้กขวา ที่เวราคริปต์ setup utility ของระบบของคุณ และ เลือก Extract

    • สำหรับระบบ 32-bit ไฟล์ล่าสุดชื่อ veracrypt-1.16-setup-gui-x86
    • สำหรับระบบ 64-bit ไฟล์ล่าสุดชื่อ veracrypt-1.16-setup-gui-x64

    รูปที่ 3: เลือกตำแหน่งที่ต้องการแยกไฟล์ของเวราคริปต์ไว้

    ขั้นที่ 8. เลือก ตำแหน่งสำหรับไฟล์สำหรับการติดตั้งเวราคริปต์ และ คลิ้ก [Extract] (ในบทนี้เราจะแยกไฟล์ไว้ที่เดสทอป)

    รูปที่ 4: หน้าต่าง Archive Manager window แสดงว่าการแยกไฟล์ของเวราคริปต์เสร็จสิ้นแล้ว

    ขั้นที่ 9. เมื่อไฟล์แยกสำเร็จแล้วให้ คลิ้ก [Close] เพื่อ ออกจาก Archive Manager

    ขั้นที่ 10. ไปยังแฟ้มที่คุณแยกไฟล์สำหรับติดตั้งเวราคริปต์เอาไว้ (ในบทนี้เราแยกไฟล์ชื่อ veracrypt-1.16-setup-gui-x64 ไว้ที่ เดสทอป)

    รูปที่ 5: ตำแหน่งของไฟล์เวราคริปต์ที่ถูกแยกแล้ว

    ในจุดนี้ คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของ เบราเซอร์สำหรับไฟล์ ของคุณเพื่อให้มันสามารถเปิดตัวช่วยติดตั้ง (installer) ได้ภายในตัว ซึ่งคุณสามารถดูขั้นตอนการทำได้จาก ขั้นที่ 11 ถึง 14 ข้างล่าง

    รูปที่ 6: การตั้งค่าสำหรับเบราเซอร์ของไฟล์นอติลุส (Nautilus)

    ขั้นที่ 11. คลิ้ก Edit ในเมนูของไฟล์เบราเซอร์ และ เลือก Preferences เพื่อเปิดหน้าจอการตั้งค่า

    ขั้นที่ 12. คลิ้ก ที่แท็บ Behavior

    รูปที่ 7: แท็บ Behavior ของไฟล์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 13. ใน Executable text files คุณควรเช็คว่ากล่อง Ask each time นั้นได้ถูกเลือก

    ขั้นที่ 14. คลิ้ก [Close]

    ขั้นที่ 15. คลิ้กสองครั้ง ที่ไฟล์สำหรับติดตั้งเวราคริปต์ (ตอนนี้ชื่อไฟล์ veracrypt-1.16-setup-gui-x64) เพื่อเลือกว่าคุณต้องการ แสดง(display) ไฟล์ที่ติดตั้งหรือ เปิดใช้งาน (run) มัน

    รูปที่ 8: สิ่งที่คุณสามารถทำตอนที่คุณคลิ้กสองทีไปที่ Text file ที่พร้อมใช้งาน

    ขั้นที่ 16. คลิ้ก [Run] เพื่อเริ่มการติดตั้งเวราคริปต์

    รูปที่ 9: ติดตั้งเวราคริปต์

    ขั้นที่ 17. คลิ้ก [Install VeraCrypt] เพื่อแสดงข้อตกลงในสัญญาอนุญาติ (License Terms)

    รูปที่ 10: ตกลงกับข้อตกลงในสัญญาอนุญาติของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 18. อ่าน ข้อตกลงในสัญญาอนุญาติของเวราคริปต์ และ คลิ้ก [I accept and agree to be bound by the license terms]

    เวราคริปต์จะอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับวิธีการถอนการติดตั้งโปรแกรม

    รูปที่ 11: ทบทวนตัวเลือกการถอนการติดตั้งเวราคริปต์

    ขั้นที่ 19. คลิ้ก [OK]

    ขั้นที่ 20. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านที่คุณใช้สำหรับล็อคอินเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และกด Enter เพื่อสิ้นสุดการติดตั้งเวราคริปต์

    รูปที่ 12: การติดตั้งเวราคริปต์

    ขั้นที่ 21. กด Enter เพื่อปิดหน้าต่างที่แสดงให้เห็นใน รูปที่ 8

    หมายเหตุ: ผู้ใช้งานควรปรึกษาคู่มือ VeraCrypt Beginner's Tutorial หลังจากอ่านคู่มือนี้เสร็จแล้ว

    3. สร้างวอลลุ่มมาตรฐาน

    เวราคริปต์ ให้คุณสามารถสร้างวอลลุ่มเข้ารหัสได้สองประเภทคือ: วอลลุ่มลับ (hidden) และ วอลลุ่มมาตรฐาน (standard)

    • วอลลุ่มมาตรฐาน ปกป้องไฟล์ของคุณด้วยข้อความรหัสผ่านที่จำเป็นต้องใช้ในการเข้าถึงไฟล์
    • วอลลุ่มลับ มีข้อความรหัสผ่านสองรหัส คุณสามารถใส่รหัสใดรหัสหนึ่ง เพื่อเปิดวอลลุ่มมาตรฐานที่คุณเก็บไฟล์ที่มีความสำคัญไม่มากและยอมที่จะ “สละ” ได้หากจำเป็น แต่คุณสามารถใส่รหัสอีกรหัสเพื่อเปิดวอลลุ่มลับที่คุณได้เก็บไฟล์ที่มีความสำคัญมากกว่าเอาไว้

    ในบทนี้คุณจะได้เรียนรู้วิธีสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน หากคุณต้องการสร้าง วอลลุ่มลับ คุณควรอ่านบทนี้ให้จบและอ่านบทต่อไปใน [การสร้างวอลลุ่มลับ (creating a hidden volume) ] (#2330)

    การสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน ด้วย เวราคริปต์ สามารถทำได้โดยวิธีข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. เปิดโปรแกรม เวราคริปต์และหน้าต่างหลักจะแสดงขึ้นมา

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Create Volume] เพื่อเริ่มใช้ VeraCrypt Volume Creation Wizard

    รูปที่ 2: หน้าต่างตัวช่วยการสร้างวอลลุ่ม

    ไฟล์เวราคริปต์คอนเทนเนอร์ คือ วอลลุ่มที่ถูกเข้ารหัสและถูกจัดเก็บภายในไฟล์ๆเดียว คุณสามารถตั้งชื่อ เคลื่อนย้าย ทำสำเนา หรือลบไฟล์คอนเทนเนอร์นี้ได้เหมือนไฟล์อื่นทั่วๆไป ในบทนี้เราจะสร้างคอนเทนเนอร์ไฟล์ โปรดดูเพิ่มเติมที่ VeraCrypt documentation เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกอื่นๆ

    ขั้นที่ 3 คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกประเภทของวอลลุ่มที่คุณต้องการสร้าง

    รูปที่ 3: หน้าต่างแสดงประเภทของวอลลุ่ม

    หน้าต่าง VeraCrypt Volume Creation Wizard Volume Type ให้คุณเลือกได้ว่าคุณต้องการสร้างวอลลุ่มแบบ มาตรฐาน หรือแบบ ซ่อน

    หมายเหตุ: สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การสร้างวอลลุ่มลับ โปรดดูเพิ่มเติมที่ [วอลลุ่มลับ] (#2330)

    ขั้นที่ 4. ตรวจสอบดูว่า Standard VeraCrypt Volume ได้ถูกเลือก และ คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกชื่อและตำแหน่งของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์

    รูปที่ 4: ตัวช่วยสร้างวอลลุ่ม - การป้อนข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เก็บวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 5. คลิ้ก [Select File…] เพื่อเลือกตำแหน่งสำหรับไฟล์คอนเทนเนอร์ ของเวราคริปต์ของคุณและตั้งชื่อให้กับไฟล์

    รูปที่ 5: เลือกตำแหน่งและตั้งชื่อไฟล์ให้กับคอนเทนเนอร์ของคุณ

    ขั้นที่ 6. ไปที่ แฟ้มที่คุณต้องการเอาไว้สร้างคอนเทนเนอร์

    ขั้นที่ 7. เลือก ชื่อสำหรับคอนเทนเนอร์ของคุณและ พิมพ์ มันลงไปในกล่องที่อยู่ด้านบนของหน้าต่าง

    หมายเหตุ: อย่าเลือกไฟล์ที่มีอยู่แล้ว และอย่าลืมว่าคุณได้สร้าง ไฟล์คอนเทนเนอร์ ไว้ที่ไหนและตั้งชื่อมันไว้ว่าอะไร

    ในตัวอย่างนี้เราสร้าง ไฟล์คอนเทนเนอร์ ที่เรียกว่า volume บน เดสทอบ ไฟล์คอนเทนเนอร์ ของคุณสามารถใช้ชื่อไฟล์อะไรก็ได้และมีนามสกุลอะไรก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถตั้งชื่อ ไฟล์คอนเทนเนอร์ ว่า recipes.doc หรือ holidays.mpg เพื่อที่จะเลี่ยงให้คนตรวจสอบคิดว่าไฟล์นี้คือไฟล์ Microsoft Word หรือ ไฟล์วีดีโอ วิธีนี้คุณสามารถหลบเลี่ยงไม่ให้ผู้อื่นทราบว่าคุณมีไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์แต่อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจจะไม่ช่วยให้คุณผ่านการตรวจสอบที่ผู้ตรวจสอบที่มีเวลาและทรัพยากรมากพอที่จะตรวจอุปกรณ์ของคุณอย่างละเอียด

    แต่หากคุณต้องการสร้างไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์บน USB แฟลชไดร์ฟ ให้คุณเลือกไปที่อุปกรณ์นั้น (แทนที่จะเลือกแฟ้มบนคอมพิวเตอร์ของคุณ) ก่อนที่จะตั้งชื่อไฟล์

    ขั้นที่ 8. คลิ้ก [Save] เมื่อคุณได้เลือกตำแหน่งและตั้งชื่อให้กับไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์แล้ว:

    รูปที่ 6: ชื่อไฟล์และตำแหน่งที่คุณได้เลือกให้ไฟล์คอนเทนเนอร์ของคุณ

    ขั้นที่ 9. คลิ้ก [Next] เพื่อตั้งค่า Encryption Options ของคุณ

    รูปที่ 7: หน้าต่างของตัวเลือกในการเข้ารหัสของตัวช่วยการสร้างวอลลุ่ม

    ในหน้าต่างนี้คุณสามารถเลือกวิธีเฉพาะ (หรือ ชุดของคำสั่ง (algorithm))ในการเข้ารหัสและถอดรหัสไฟล์ที่คุณจัดเก็บไว้ด้วย เวราคริปต์ คอนเทนเนอร์ ตัวเลือกอัตโนมัติ (default options) ถือว่าปลอดภัย คุณจึงสามารถใช้ตัวเลือกนี้ได้

    ขั้นที่ 10. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือก ขนาดของวอลลุ่ม

    รูปที่ 8: หน้าต่างตัวช่วยการสร้างวอลลุ่มแสดงของขนาดวอลลุ่ม

    หน้าต่าง ขนาดของวอลลุ่ม ช่วยให้คุณสามารถกำหนดขนาดของไฟล์ คอนเทนเนอร์ที่คุณกำลังจะสร้างได้ ในบทนี้เราจะสร้างวอลลุ่มขนาด 250 เมกะไบท์ แต่คุณสามารถกำหนดขนาดที่ต่างไปได้ โดยคำนึงถึงจำนวนไฟล์ที่ใช้ และที่สำคัญ ประเภทของไฟล์ที่คุณต้องการนำมาจัดเก็บไว้ในวอลลุ่มเข้ารหัส ไฟล์ภาพและไฟล์วีดีโอสามารถทำให้ไฟล์คอนเทนเนอร์ของ เวราคริปต์เต็มได้เร็ว

    เคล็ดลับ: หากคุณต้องการสำรอง (backup) ไฟล์คอนเทนเนอร์บนแผ่นซีดี คุณควรเลือกขนาดให้เท่ากับหรือน้อยกว่า 700 เมกะไบท์ สำหรับการสำรองไฟล์บนแผ่นดีวีดี ขนาดควรเท่ากับหรือน้อยกว่า 4.5 กิกะไบท์ หากคุณต้องการอัปโหลดไฟล์คอนเทนเนอร์ขึ้นบนแหล่งจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ คุณควรจะกะเกณฑ์ขนาดตามความเร็วของอินเตอร์เนทที่คุณเลือกใช้

    ขั้นที่ 11. พิมพ์ ขนาดของวอลลุ่มที่คุณต้องการสร้าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใส่ค่าที่ถูกต้องสำหรับหน่วย KB (กิโลไบท์ หรือ kilobytes), MB (เมกะไบท์ หรือ megabytes), GB (กิกะไบท์ หรือ gigabytes), TB (เทราไบท์ หรือ terabytes)

    ขั้นที่ 12. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 9: หน้าต่างตัวช่วยสร้างวอลลุ่มและรหัสลับของวอลลุ่ม

    สำคัญ: การเลือกข้อความรหัสผ่านคือหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเมื่อคุณต้องการสร้างวอลลุ่มบน เวราคริปต์ ยิ่งข้อความรหัสผ่านยากเท่าไหร่ยิ่งดี โปรดดู การสร้างและเก็บรักษาพาสเวิร์ดให้ปลอดภัย และคู่มือ KeePassX เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้พาสเวิร์ดที่ดี ปุ่มที่เขียนว่า "Next" จะยังไม่สามารถคลิ้กได้จนกว่าข้อความรหัสผ่านที่คุณใส่จะตรงกันทั้งสองอัน หากข้อความรหัสผ่านของคุณอ่อนแอหรือง่ายเกินไป คุณจะเห็นข้อความเตือน คุณจึงควรเปลี่ยนรหัส! ถึงแม้ เวราคริปต์ จะยอมรับข้อความรหัสผ่านทุกรูปแบบ แต่ข้อมูลของคุณจะไม่ปลอดภัยหากคุณไม่ตั้งข้อความรหัสให้ยากขึ้น

    ขั้นที่ 13. พิมพ์ข้อความรหัสผ่าน และพิมพ์ซ้ำข้อความรหัสผ่านนั้นในกล่อง Confirm เพื่อเปิดการใช้งานของปุ่ม [Next]

    ขั้นที่ 14. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกประเภทของไฟล์

    รูปที่ 10: หน้าต่างตัวช่วยสร้างวอลลุ่มและประเภทไฟล์ของวอลลุ่ม

    หมายเหตุ ค่ามาตรฐาน (“FAT”) จะสามารถใช้งานได้กับคนส่วนมากบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส แมค OS X และลีนุกซ์ อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการจัดเก็บไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 กิกะไบท์ (ขนาดสำหรับไฟล์ๆเดียว) คุณจำเป็นต้องเลือกประเภทของไฟล์แบบอื่น NTFS จะสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบ วินโดว์ส และลีนุกซ์เป็นส่วนมาก

    ขั้นที่ 15. คลิ้ก [Next] หลังจากที่คุณได้เลือก ประเภทไฟล์ที่เหมาะสม

    รูปที่ 11: หน้าต่างตัวช่วยสร้างวอลลุ่มและประเภทไฟล์ของวอลลุ่ม

    ในขั้นตอนนี้เวราคริปต์ก็พร้อมที่จะสร้าง วอลลุ่มเข้ารหัสแบบมาตรฐานบนไฟล์คอนเทนเนอร์ แล้ว หากคุณเลื่อนเม้าส์ภายในหน้าต่าง ตัวช่วยสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ โปรแกรมจะสร้างข้อมูลสุ่มที่จะช่วยให้การเข้ารหัสเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

    ขั้นที่ 16. คลิ้ก [Format] เพื่อเริ่มสร้างวอลลุ่มมาตรฐาน

    เวราคริปต์จะเตือนให้คุณทราบเมื่อวอลลุ่มเข้ารหัสของคุณสร้างเสร็จแล้ว

    รูปที่ 12: เมื่อสร้างวอลลุ่มสำเร็จ

    ขั้นที่ 17. คลิ้ก [OK]

    รูปที่ 13: ออก หรือสร้างวอลลุ่มเข้ารหัสอีกอัน

    ขั้นที่ 18. คลิ้ก [Exit] เพื่อปิด ตัวช่วยการสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ และกลับสู่หน้าต่างหลักของ เวราคริปต์ ( หากคุณ คลิ้ก [Next] เวราคริปต์ จะเริ่มนำคุณสู่ขั้นตอนของการสร้างวอลลุ่มอีกอัน)

    ตอนนี้คุณควรเห็นไฟล์ คอนเทนเนอร์ ขนาด 250 เมกะไบท์ ในที่ๆคุณได้สร้างมันไว้ในขั้นที่ 6

    4. การสร้างวอลลุ่มลับ

    ในเวราคริปต์ วอลลุ่มลับ จะถูกเก็บไว้ใน วอลลุ่มมาตรฐาน ที่ถูกเข้ารหัสผ่าน แต่ว่าวอลลุ่มนั้นจะถูกปกปิดไว้ แม้แต่เวลาวอลลุ่มมาตรฐานของคุณถูก เปิด (mounted) การยืนยันการมีอยู่ของวอลลุ่มลับนั้นจะทำไม่ได้หาไม่มีข้อความรหัสผ่าน (ซึ่งเป็นรหัสที่แยกออกจากรหัสของ วอลลุ่มมาตรฐาน)

    วอลลุ่มลับ เปรียบเสมือนช่องลับในกระเป่าเอกสารที่ถูกล็อคไว้อีกที คุณจัดเก็บไฟล์ หลอก ที่คุณไม่ถือสาหากถูกยึดไปจากกระเป๋าเอกสาร ในขณะที่คุณเก็บไฟล์สำคัญไว้ในช่องลับของกระเป๋าเอกสารนั้น เจตนาของ วอลลุ่มลับ คือการซ่อนการมีอยู่ของมันเอง จึงเป็นการซ่อนไฟล์ที่เก็บอยู่ภายในนั้นด้วย ถึงแม้คุณจะถูกบังคับให้บอกข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ก็ตาม การที่จะทำให้วิธีนี้ได้ผลแน่นอน คุณควรจะต้องสร้างสถานการณ์ที่ทำให้คนที่ต้องการไฟล์ของคุณ พอใจกับการได้ไฟล์เท่าที่คุณให้ ในกรณีนี้ คุณสามารถลองทำตามคำแนะนำด้านล่างได้:

    • ใส่ไฟล์สำคัญที่คุณไม่ถือสาหากมันจะโดนเปิดในวอลลุ่มมาตรฐาน แต่ข้อมูลในไฟล์ดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องสำคัญพอที่คุณจะเข้ารหัสมันไว้ในวอลลุ่มนั้น

    • อัพเดทไฟล์ในวอลลุ่มมาตรฐานเป็นประจำ เพราะจะทำให้ดูเหมือนว่าคุณใช้งานไฟล์ในวอลลุ่มมาตรฐานนั้นจริง

    • ระวังด้วยว่าคนที่ต้องการดูไฟล์ของคุณอาจมีความรู้เรื่องวอลลุ่มลับ หากคุณใช้เวราคริปต์อย่างถูกต้อง คนๆนั้นจะไม่สามารถ ยืนยัน ได้ว่าวอลลุ่มลับของคุณมีอยู่จริง แต่พวกเขาอาจ ตั้งข้อสงสัยได้

    ตามที่กล่าวข้างต้น วอลลุ่มลับ นั้นถูกจัดเก็บไว้ภายในวอลลุ่มมาตรฐาน ด้วยเหตุนี้เวราคริปต์จึงใช้คำเรียกว่าวอลลุ่ม “ภายใน” และ วอลลุ่ม ”ภายนอก” อย่างไรก็ดีคุณไม่จำเป็นที่จะต้อง เปิด วอลลุ่มภายนอกเพื่อจะใช้งานวอลลุ่มภายใน เวราคริปต์ให้คุณสร้างข้อความรหัสผ่านแยกกัน คือ: อันแรกไว้ใช้เปิดวอลลุ่มนอกที่เอาไว้ลวง หรือ วอลลุ่มมาตรฐาน ส่วนอันที่สองไว้เปิดวอลลุ่มใน หรือ วอลลุ่มลับ

    คุณสามารถสร้างวอลลุ่มลับได้ตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1. เปิด เวราคริปต์เพื่อไปที่หน้าต่างหลักของโปรแกรม

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก [Create Volume] เพื่อเปิดหน้าต่าง VeraCrypt Volume Creation Wizard:

    รูปที่ 2: หน้าจอสำหรับสร้างวอลลุ่มบนเวราคริปต์

    ไฟล์คอนเทนเนอร์ ของเวราคริปต์คือวอลลุ่มที่ถูกเข้ารหัสที่ถูกจัดเก็บไว้อยู่ในไฟล์หนึ่งไฟล์ ไฟล์คอนเทนเนอร์ ดังกล่าวสามารถถูกตั้งชื่อใหม่ เคลื่อนย้าย ทำสำเนา หรือลบทิ้งได้เหมือนกับไฟล์อื่นๆทั่วไป โปรดดูเพิ่มเติมที่ เอกสารเกี่ยวกับเวราคริปต์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทางเลือกอื่นๆ

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกประเภทของวอลลุ่มที่คุณต้องการสร้าง:

    รูปที่ 3: หน้าต่างแสดงประเภทวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 4. เลือก Hidden VeraCrypt volume และคลิ้ก [Next]

    รูปที่ 4: ตัวช่วยสร้างวอลลุ่มอัตโนมัติ - ใส่ตำแหน่งของวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 5. คลิ้ก [Select File...] เพื่อเลือกชื่อและตำแหน่งสำหรับไฟล์คอนเทนเนอร์ใหม่ซึ่งเราจะสร้างทั้งวอลลุ่มนอก หรือ วอลลุ่มมาตรฐาน และวอลลุ่มในหรือ วอลลุ่มลับ

    รูปที่ 5: เลือกตำแหน่งและตั้งชื่อให้กับไฟล์คอนเทนเนอร์

    ขั้นที่ 6. ไปที่ แฟ้มที่คุณต้องการจะสร้างไฟล์คอนเทนเนอร์ไว้

    ขั้นที่ 7. เลือก ชื่อไฟล์ให้กับคอนเทนเนอร์ของคุณและ พิมพ์ ชื่อนั้นลงไปที่กล่องที่อยู่ด้านบนของหน้าต่าง

    หมายเหตุ: อย่าเลือกไฟล์ที่มีอยู่แล้ว! และมั่นใจว่าคุณสามารถจำได้ว่าคุณวาง คอนเทนเนอร์ ไว้ในตำแหน่งไหนและคุณตั้งชื่อไว้ว่าอะไร

    ในตัวอย่างนี้ เราสร้างไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่ชื่อว่า volume2 บน เดสทอป ไฟล์คอนเทนเนอร์ ของคุณสามารถใช้ชื่อไฟล์อะไรก็ได้และมีนามสกุลอะไรก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถตั้งชื่อ ไฟล์คอนเทนเนอร์ ว่า recipes.doc หรือ holidays.mpg เพื่อที่จะเลี่ยงให้คนตรวจสอบคิดว่าไฟล์นี้คือไฟล์ Microsoft Word หรือ ไฟล์วีดีโอ วิธีนี้คุณสามารถหลบเลี่ยงไม่ให้ผู้อื่นทราบว่าคุณมีไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์แต่อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจจะไม่ช่วยให้คุณผ่านการตรวจสอบที่ผู้ตรวจสอบที่มีเวลาและทรัพยากรมากพอที่จะตรวจอุปกรณ์ของคุณอย่างละเอียด

    แต่หากคุณต้องการสร้างไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์บน USB แฟลชไดร์ฟ ให้คุณเลือกไปที่อุปกรณ์นั้น (แทนที่จะเลือกแฟ้มบนคอมพิวเตอร์ของคุณ) ก่อนที่จะตั้งชื่อไฟล์

    ขั้นที่ 8. คลิ้ก [Save] เมื่อคุณได้เลือกชื่อและระบุตำแหน่งให้กับไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ของคุณเรียบร้อยแล้ว:

    รูปที่ 6: ชื่อไฟล์และตำแหน่งที่คุณได้เลือกให้กับไฟล์คอนเทนเนอร์ของคุณ

    ขั้นที่ 9. คลิ้ก [Next] เพื่อตั้งค่า encryption options

    รูปที่ 7: ตัวเลือกการเข้ารหัสของวอลลุ่มนอกของเวราคริปต์

    ในหน้าต่างนี้คุณสามารถเลือกวิธีเฉพาะ (หรือ ชุดของคำสั่ง (algorithm))ในการเข้ารหัสและถอดรหัสไฟล์ที่คุณจัดเก็บไว้ด้วย เวราคริปต์ คอนเทนเนอร์ ตัวเลือกอัตโนมัติ (default options) ถือว่าปลอดภัย คุณจึงสามารถใช้ตัวเลือกนี้ได้

    ขั้นที่ 10. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือก ขนาดของวอลลุ่ม

    รูปที่ 8: ขนาดของวอลลุ่มนอกของเวราคริปต์

    หน้าต่าง ขนาดของวอลลุ่ม ช่วยให้คุณสามารถกำหนดขนาดของไฟล์ คอนเทนเนอร์ที่คุณกำลังจะสร้างได้ ในบทนี้เราจะสร้างวอลลุ่มขนาด 250 เมกะไบท์ แต่คุณสามารถกำหนดขนาดที่ต่างไปได้ โดยคำนึงถึงจำนวนไฟล์ที่ใช้ และที่สำคัญ ประเภทของไฟล์ที่คุณต้องการนำมาจัดเก็บไว้ในวอลลุ่มเข้ารหัส ไฟล์ภาพและไฟล์วีดีโอสามารถทำให้ไฟล์คอนเทนเนอร์ของ เวราคริปต์เต็มได้เร็ว

    เคล็ดลับ: หากคุณต้องการสำรอง (backup) ไฟล์คอนเทนเนอร์บนแผ่นซีดี คุณควรเลือกขนาดให้เท่ากับหรือน้อยกว่า 700 เมกะไบท์ สำหรับการสำรองไฟล์บนแผ่นดีวีดี ขนาดควรเท่ากับหรือน้อยกว่า 4.5 กิกะไบท์ หากคุณต้องการอัปโหลดไฟล์คอนเทนเนอร์ขึ้นบนแหล่งจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ คุณควรจะกะเกณฑ์ขนาดตามความเร็วของอินเตอร์เนทที่คุณเลือกใช้

    ขั้นที่ 11. พิมพ์ ขนาดของวอลลุ่มที่คุณต้องการจะสร้าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใส่ค่าที่ถูกต้องสำหรับหน่วย KB (กิโลไบท์ หรือ kilobytes), MB (เมกะไบท์ หรือ megabytes), GB (กิกะไบท์ หรือ gigabytes), TB (เทราไบท์ หรือ terabytes)

    ขั้นที่ 12.คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 9 หน้าจอเพื่อสร้างพาสเวิร์ดสำหรับวอลลุ่มนอกของเวราคริปต์

    สำคัญ: ถึงแม้ว่าข้อความรหัสผ่านนี้จะเป็นเพียงรหัสสำหรับวอลลุ่ม "ลวง" ของคุณ คุณก็ควรที่จะเลือกข้อความรหัสผ่านที่แข็งแรง โปรดดูที่คู่มือ Create and maintain secure passwords และ KeePassX เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้พาสเวิร์ดที่ดี ปุ่มที่เขียนว่า "Next" จะยังไม่สามารถคลิ้กได้จนกว่าข้อความรหัสผ่านที่คุณใส่จะตรงกันทั้งสองอัน หากข้อความรหัสผ่านของคุณอ่อนแอหรือง่ายเกินไป คุณจะเห็นข้อความเตือน คุณจึงควรเปลี่ยนรหัส! ถึงแม้ เวราคริปต์ จะยอมรับข้อความรหัสผ่านทุกรูปแบบ แต่ข้อมูลของคุณจะไม่ปลอดภัยหากคุณไม่ตั้งข้อความรหัสให้ยากขึ้น

    ขั้นที่ 13. พิมพ์ข้อความรหัสผ่านของคุณ และพิมพ์มันอีกครั้งในกล่อง Confirm เพื่อเปิดการใช้งานของปุ่ม Next

    ขั้นที่ 14. คลิ้ก [Next]

    รูปที่ 10: หน้าจอรูปแบบฟอร์แมตของวอลลุ่มนอกของเวราคริปต์

    ในขั้นตอนนี้เวราคริปต์ก็พร้อมที่จะสร้าง วอลลุ่มเข้ารหัสแบบมาตรฐานบนไฟล์คอนเทนเนอร์ คุณจะสร้าง วอลลุ่มลับ ของคุณภายใน วอลลุ่มมาตรฐาน ทีหลัง หากคุณเลื่อนเม้าส์ภายในหน้าต่าง ตัวช่วยสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ โปรแกรมจะสร้างข้อมูลสุ่มที่จะช่วยให้การเข้ารหัสเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

    ขั้นที่ 15. คลิ้ก [Format] เพื่อเริ่มสร้างวอลลุ่มนอกของคุณ ขั้นตอนนี้คุณจำเป็นต้องมีสิทธิรหัสผ่านของแอดมิน

    รูปที่ 11: หน้าจอสิทธิของแอดมิน

    ขั้นที่ 16. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านคุณใช้ในการล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์ของคุณในหน้าต่างที่แสดงขึ้นมา แล้ว คลิ้ก [OK]

    เมื่อเวราคริปต์สร้าง วอลลุ่มนอก ของคุณเสร็จแล้ว จะแสดงหน้าจอ Outer Volume Contents และอาจจะเปิดไฟล์เบราเซอร์ของคุณเพื่อแสดงเนื้อหา (ที่ตอนนี้ยังว่างอยู่) ของวอลลุ่มเวราคริปต์

    รูปที่ 12: หน้าจอเนื้อหาวอลลุ่มนอกของเวราคริปต์

    หน้าจอนี้จะแนะนำให้คุณใส่ไฟล์ "ลวง" ไว้ใน วอลลุ่มนอก แต่คุณสามารถทำสิ่งนี้ได้ทีหลังเช่นกัน

    ขั้นที่ 17. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกว่าคุณจะให้ วอลลุ่มลับของคุณมีพื้นที่เท่าไหร่

    รูปที่ 13: หน้าจอวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 18. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือก ตัวเลือกการเข้ารหัส สำหรับ วอลลุ่มลับ

    รูปที่ 14: หน้าจอตัวเลือกการเข้ารหัสสำหรับวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ในหน้าต่างนี้คุณสามารถเลือกวิธีเฉพาะ (หรือ ชุดของคำสั่ง (algorithm))ในการเข้ารหัสและถอดรหัสไฟล์ที่คุณจัดเก็บไว้ใน วอลลุ่มลับ ตัวเลือกอัตโนมัติ (default options) ถือว่าปลอดภัย คุณจึงสามารถใช้ตัวเลือกนี้ได้

    ขั้นที่ 19. คลิ้ก [Next] to choose a size for your hidden volume

    รูปที่ 15: หน้าจอตัวเลือกขนาดของวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 20. พิมพ์ ขนาดของวอลลุ่มที่คุณต้องการจะสร้าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใส่ค่าที่ถูกต้องสำหรับหน่วย KB (กิโลไบท์ หรือ kilobytes), MB (เมกะไบท์ หรือ megabytes), GB (กิกะไบท์ หรือ gigabytes), TB (เทราไบท์ หรือ terabytes) วอลลุ่มลับไม่สามารถใหญ่กว่าขนาพื้นที่ที่เหลือในวอลลุ่มนอก

    ขั้นที่ 21. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกข้อความรหัสผ่านสำหรับ วอลลุ่มลับ ของคุณ

    รูปที่ 16: หน้าจอเพื่อสร้างพาสเวิร์ดสำหรับวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 22. เลือก ข้อความรหัสผ่านที่ยากเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับวอลลุ่มลับของคุณ และ พิมพ์ มันลงไป จากนั้นให้พิมพ์อีกครั้งในกล่อง Confirm

    หมายเหตุ: พาสเวิร์ดของวอลลุ่มลับของคุณต้องต่างจากพาสเวิร์ดของวอลลุ่มมาตรฐาน หากคุณเลือกใช้พาสเวิร์ดเดียวกัน คุณจะไม่สามารถเข้าไปที่วอลลุ่มลับได้

    สำคัญ: การเลือกข้อความรหัสผ่านที่ยาก - โดยเฉพาะสำหรับ วอลลุ่มลับ ของคุณ - คือหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เมื่อคุณต้องการสร้างวอลลุ่มบนเวราคริปต์ ยิ่งข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ยิ่งยากเท่าไหร่ยิ่งดี และเมื่อคุณไม่ต้องการที่จะบันทึกข้อความรหัสผ่านดังกล่าวไว้กับ โปรแกรมจัดการพาสเวิร์ด เช่น KeePassX คุณจึงควรที่จะยิ่ง เลือกข้อความรหัสผ่านที่ยากแต่คุณสามารถจำได้

    ขั้นที่ 23. คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกประเภทของระบบไฟล์

    รูปที่ 17: หน้าจอตัวเลือกของรูปแบบฟอร์แมตของเวราคริปต์

    หมายเหตุ: หมายเหตุ ค่ามาตรฐาน (“FAT”) จะสามารถใช้งานได้กับคนส่วนมาก และลีนุกซ์ วินโดว์ส และแมค OS X อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการจัดเก็บไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 กิกะไบท์ (ขนาดสำหรับไฟล์ๆเดียว) คุณจำเป็นต้องเลือก ประเภทของไฟล์ แบบอื่น Linux Ext2 จะสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ลีนุกซ์ และ NTFS จะใช้ได้กับระบบ วินโดว์ส และลีนุกซ์ ส่วนมาก

    ขั้นที่ 24. คลิ้ก [Next] หลังจากที่เลือก ประเภทของระบบไฟล์ ที่เหมาะสมแล้ว

    รูปที่ 18: หน้าจอรูปแบบฟอร์แมตของวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 25. คลิ้ก [Format] เพื่อเริ่มสร้าง วอลลุ่มลับ

    เวราคริปต์จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อ วอลลุ่มลับ ได้สร้างเสร็จแล้ว

    รูปที่ 19: คำเตือนเกี่ยวกับการป้องกันวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 26. คลิ้ก [OK] เพื่อแสดงหน้าจอ Volume Created

    รูปที่ 20: วอลลุ่มลับของเวราคริปต์ได้ถูกสร้างแล้ว

    ขั้นที่ 27. คลิ้ก [Exit] เพื่อปิด ตัวช่วยสร้างวอลลุ่ม ของเวราคริปต์และกลับไปสู่หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ (หากคุณคลิ้ก [Next] เวราคริปต์นำคุณไปสู่ขั้นตอนการสร้างสอลลุ่มเข้ารหัสอีกครั้ง)

    ในตอนนี้คุณสามารถจัดเก็บไฟล์ได้ใน วอลลุ่มลับ ไฟล์เหล่านั้นจะไม่สามารถถูกตรวจสอบได้โดยคนอื่น ถึงแม้ว่าคนนั้นจะมีข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ของคุณ

    5. การใช้งานวอลลุ่มของเวราคริปต์

    บทนี้ของคู่มือจะอธิบายวิธีการใช้วอลลุ่มมาตรฐาน และวอลลุ่มลับของเวราคริปต์บนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์

    5.1. เปิดวอลลุ่ม

    ในเวราคริปต์ การ เปิด (mount) วอลลุ่มนั้นคือการทำให้วอลลุ่มพร้อมใช้งาน เมื่อคุณเปิดวอลลุ่มสำเร็จ บนหน้าจอจะเห็นเหมือนกับว่าคุณได้เชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถใช้ดิสก์นี้เหมือนปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูล สร้าง แก้ไข หรือลบไฟล์และแฟ้มต่างๆ เมื่อคุณใช้งานเสร็จแล้ว คุณสามารถปิด (dismount) มันได้และรูปดิสก์ดังกล่าวจะหายไป คุณเปิดวอลลุ่มในแบบเดียวกันกับที่คุณเปิดวอลลุ่มมาตรฐาน ขึ้นอยู่กับข้อความรหัสผ่านที่คุณใส่ เวราคริปต์จะเปิดวอลลุ่มมาตรฐาน หรือวอลลุ่มลับตามรหัสที่คุณให้

    ทำตามขั้นตอนข้างล่างเพื่อเปิดวอลลุ่ม:

    ขั้นที่ 1. เปิดโปรแกรมเวราคริปต์ผ่าน system dashboard และหน้าต่างหลักของโปรแกรมจะถูกเปิดขึ้น:

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2. เลือก slot ที่ยังว่างอยู่จากรายการในหน้าต่างหลักของเวราคริปต์:

    รูปที่ 2: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ที่มีไดร์ฟให้เลือก

    หมายเหตุ: เราเลือกที่จะเปิดวอลลุ่มเข้ารหัสที่ไดร์ฟ 4 คุณสามารถเลือกไดร์ฟหมายเลขใดก็ได้ในแต่ละครั้งที่คุณเปิดวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก [Select File…] และไปที่ไฟล์ คอนเทนเนอร์ ของเวราคริปต์

    รูปที่ 3: ไปที่ไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 4. คลิ้ก [Open] เพื่อกลับไปสู่หน้าต่างหลักของ VeraCrypt ตำแหน่งของไฟล์ คอนเทนเนอร์ ของคุณจะถูกแสดงที่ด้านซ้ายของปุ่ม [Select File...] ที่คุณคลิ้กก่อนหน้านี้

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ที่มีไฟล์คอนเทนเนอร์ที่ถูกเลือกแล้ว

    ขั้นที่ 5. คลิ้ก [Mount] เพื่อใส่ข้อความรหัสผ่านของคุณ

    รูปที่ 4: หน้าจอที่ให้ใส่พาสเวิร์ด

    ขั้นที่ 6. พิมพ์ข้อความรหัสผ่านของคุณในกล่อง Password

    หากไฟล์ คอนเทนเนอร์ ของคุณไม่รวม วอลลุ่มลับ อยู่ด้วย คุณสามารถ พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ของคุณ และ คลิ้ก [OK] แต่หากไฟล์นั้นได้รวมเอา วอลลุ่มลับ เอาไว้ ให้เลือกหนึ่งในตัวเลือกข้างล่างนี้:

    • หากต้องการเปิด วอลลุ่มลับ ให้ใส่ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ

    • หากต้องการเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน ตอนที่มีคนที่คุณต้องการซ่อนการมีอยู่ของวอลลุ่มนั้นเฝ้าดูอยู่ ให้คุณใส่ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน แทน

    • หากต้องการเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน และ แก้ไขไฟล์ "ลวง" (ตอนที่คุณไม่ถูกเฝ้าดูอยู่) โปรดอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ป้องกันวอลลุ่มลับของคุณเมื่อคุณแก้ไขเนื้อหาของวอลลุ่มนอก

    ขั้นที่ 7. คลิ้ก [OK] เพื่อเปิดวอลลุ่ม ขั้นตอนนี้คุณจำเป็นต้องมีสิทธิรหัสผ่านของแอดมิน

    รูปที่ 5: หน้าจอสิทธิของแอดมิน

    ขั้นที่ 8. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านที่คุณใช้ในการล็อคอินเข้าคอมพิวเตอร์ของคุณและกด Enter

    หากข้อความรหัสผ่านของทั้งเวราคริปต์และแอดมินไม่ถูกต้อง เวราคริปต์จะแจ้งให้คุณลองอีกครั้ง หากครั้งที่สองยังไม่ถูกต้อง เวราคริปต์จะทำการเปิดวอลลุ่มตามรูปข้างล่างนี้

    รูปที่ 6: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงให้เห็นวอลลุ่มใหม่ที่เพิ่งถูกเปิด

    ขั้นที่ 9. เข้าไปในวอลลุ่มที่ถูกเปิด

    There are two ways to enter a mounted volume:

    1. คลิ้กสองครั้ง บนข้อความไฮไลท์ในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์ ตามที่แสดงไว้ข้างบน
    2. ไปที่ แฟ้มตามวิธีปกติ ที่คุณใช้ในการเปิดอุปกรณ์ USB แฟลชไดร์ฟ

    วอลลุ่มที่แสดงให้เห็นข้างล่างนั้นเป็นวอลลุ่มเปล่า เมื่อคุณได้นำไฟล์ไปใส่ไว้ในนั้นคุณจะสามารถเข้าไปดูหรือแก้ไขไฟล์ดังกล่าวได้เมื่อไรก็ตามที่คุณเปิดวอลลุ่ม

    รูปที่ 7: ภายในวอลลุ่มของเวราคริปต์ที่ถูกเปิด

    ตอนนี้วอลลุ่มที่ถูกเปิดนั้นว่างเปล่า เมื่อคุณนำไฟล์ไปใส่ คุณจะสามารถเข้าไปดู (และแก้ไข) ไฟล์เหล่านั้นได้เมื่อไรที่คุณเปิดวอลลุ่ม

    วอลลุ่มที่ถูกเปิดนั้นเหมือนกับดิสก์เสมือน (virtual disk) ที่มีลักษณะเหมือนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก นอกเหนือจากการที่มันถูกเข้ารหัสทุกส่วน คุณสามารถทำสำเนาไฟล์จากและเข้าสู่ดิสก์นี้เหมือนกับที่คุณทำกับแฟลชไดร์ฟ โดยลากและวาง หรือจัดเก็บโดยตรงในวอลลุ่มจากโปรแกรมอื่นๆ ไฟล์ต่างๆที่คุณทำสำเนา ย้ายหรือจัดเก็บเข้าภายในดิสก์เสมือนนี้จะถูกเข้ารหัสโดยอัตโนมัติ และเมื่อคุณย้ายไฟล์ออกจากวอลลุ่มของเวราคริปต์ ไฟล์จะถูกถอดรหัสโดยอัตโนมัติ และหากคอมพิวเตอร์ของคุณปิดตัวลง หรือถูกปิดอย่างกระทันหัน คุณจะไม่สามารถเข้าวอลลุ่มที่ถูกเข้าได้จนกว่ามันจะถูกเปิดอีกครั้ง

    สำคัญ: เวลาที่คุณเปิดวอลลุ่มของเวราคริปต์ ไฟล์ในนั้นจะไม่ถูกป้องกันสำหรับคนที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณในขณะนั้น หากคุณต้องการที่จะป้องกันไม่ให้คนเข้าถึงไฟล์สำคัญ คุณจำเป็นต้องปิดวอลลุ่มของเวราคริปต์เวลาคุณไม่ใช้งาน คุณควรปฏิบัติเช่นนี้โดยเฉพาะเวลาที่คุณเดินไปจากคอมพิวเตอร์และอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงที่คอมพิวเตอร์ของคุณจะถูกยึดหรือถูกขโมย การที่คุณเปิดวอลลุ่มเข้ารหัสของคุณทิ้งไว้เปรียบเสมือนการที่คุณมีตู้นิรภัยแต่เปิดประตูทิ้งไว้ หากคอมพิวเตอร์ของคุณปิดตัวลง รีสตาร์ท หรือถูกปิด วอลลุ่มเข้ารหัสของคุณจะไม่สามารถเข้าถึงได้จนกว่ามันจะถูกเปิดอีกครั้ง คุณควรจะฝึกฝนวิธีเหล่านี้เพื่อให้คุณสามารถทำมันได้อย่างรวดเร็ว

    5.2 การปิดวอลลุ่ม

    การปิดวอลลุ่มในเวราคริปต์คือการทำให้วอลลุ่มนั้นไม่สามารถใช้ได้ ขั้นตอนการปิดวอลลุ่มเพื่อไม่ให้คนอื่นสามารถเข้าถึงไฟล์ในนั้นนอกเหนือจากที่เขาจะมีข้อความรหัสผ่านที่ถูกต้อง สามารถทำได้ดังนี้:

    ขั้นที่ 1.เลือก วอลลุ่มจากตัวเลือกของวอลลุ่มที่เปิดได้ในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์

    รูปที่ 1: เลือกวอลลุ่มมาตรฐานเพื่อปิด

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Dismount] เพื่อปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    คุณจำเป็นต้องเปิดวอลลุ่มอีกครั้งหากคุณต้องการดึงไฟล์จากวอลลุ่มมาตรฐานของคุณหลังจากที่ปิดวอลลุ่มไปแล้ว

    สำคัญ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ ก่อนที่จะ:

    • เปลี่ยนให้คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมด เตรียมพร้อม (standby) หรือ โหมด ไฮเบอร์เนท
    • ปล่อยคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้โดยไม่ได้อยู่ด้วย
    • อยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงว่าคอมพิวเตอร์จะหาย ถูกขโมย หรือถูกยึด
    • ดึงแฟลชไดร์ฟที่มีไฟล์ คอนเทนเนอร์ ออกจากคอมพิวเตอร์ (หากไฟล์นั้นถูกใช้งานอยู่)

    ขั้นที่ 3. คลิ้กขวา ที่ไอค่อนเวราคริปต์ที่อยู่ใน Windows system tray และเลือก [Quit] เพื่อออกจากเวราคริปต์

    เคล็ดลับ. การปิด หน้าต่างหลัก โดยการกด [Exit] นั้นไม่ใช่เป้นการออกจากโปรแกรมอย่างสมบูรณ์

    5.3 ปกป้องวอลลุ่มลับเมื่อแก้ไขข้อมูลของวอลลุ่มนอก

    ตามที่ได้คุยไว้ในตอนท้ายของบท การสร้างวอลลุ่มลับ (Creating a hidden volume) เวลาที่คุณเปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะ ป้องกันวอลลุ่มลับไม่ให้เสียหายเนื่องจากการเขียนข้อมูลในวอลลุ่มนอก ตัวเลือกนี้สามารถให้คุณเพิ่ม “ไฟล์ลวง” ในวอลลุ่มมาตรฐานโดยไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกลบโดยบังเอิญ หรือทำให้เนื้อหาของวอลลุ่มลับเสียหาย แต่อย่างไรก็ดี คุณไม่ควรใช้ตัวเลือก ป้องกันวอลลุ่มลับ ในยามที่คุณต้องการซ่อนการมีอยู่ของ วอลลุ่มลับ จากผู้ที่สามารถบังคับให้คุณใส่ข้อความรหัสลับเพื่อเปิดเผยวอลลุ่ม เพราะว่าการทำเช่นนั้นทำให้คุณจำเป็นต้องใส่ข้อความรหัสผ่าน ทั้งสอง (ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คุณมี วอลลุ่มลับ อีกวอลลุ่มหนึ่งซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่ง)

    เมื่อคุณอัพเดทไฟล์ลวงของคุณในยามที่คุณอยู่คนเดียว คุณควรใช้ตัวเลือกนี้ เสมอ

    เมื่อต้องการใช้ตัวเลือก ป้องกันวอลลุ่มลับ ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

    ขั้นที่ 1.เลือก ไดร์ฟตามตัวเลือกในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงรายการไดร์ฟที่เลือกไว้

    ขั้นที่ 2. คลิ้ก [Select file...] และเลือกตำแหน่งที่คุณเก็บไฟล์ คอนเทนเนอร์ ของเวราคริปต์ไว้

    รูปที่ 2: เลือกตำแหน่งที่คุณเก็บไฟล์ คอนเทนเนอร์* ของเวราคริปต์ไว้*

    ขั้นที่ 3. เลือก ไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่คุณต้องการเปิด แล้ว คลิ้ก [Open] เพื่อกลับไปสู่เมนูหลักของเวราคริปต์ ตำแหน่งของไฟล์ คอนเทนเนอร์ แสดงไว้ทางด้านซ้ายของปุ่ม [Select File...] ที่คุณกดก่อนหน้านี้

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงไฟล์คอนเทนเนอร์ที่ได้เลือกไว้

    ขั้นที่ 4.คลิ้ก [Mount] เพื่อเปิดหน้าจอใส่พาสเวิร์ด Enter Password

    รูปที่ 4: หน้าจอให้ใส่พาสเวิร์ด

    ขั้นที่ 5.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มนอก ในกล่อง Password แบบเดียวกับที่คุณกำลังจะเปิดมัน แต่ไม่ต้องคลิ้ก [OK]

    ขั้นที่ 6.คลิ้ก [Options...] ซึ่งจะทำให้คุณสามารถป้องกัน วอลลุ่มลับ ของคุณระหว่างคุณแก้ไขข้อมูลภายใน วอลลุ่มมาตรฐาน

    รูปที่ 5: ป้องกันวอลลุ่มลับเมื่อเปิดวอลลุ่มนอก

    ขั้นที่ 7. กาตัวเลือกในกล่องที่เขียนว่า ป้องกันวอลลุ่มลับไม่ให้เสียหายเนื่องจากการเขียนข้อมูลในวอลลุ่มนอก (Protect hidden volume against damage caused by wrting to outer volume)

    ขั้นที่ 8.พิมพ์ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ตามที่ที่กำหนดให้

    ขั้นที่ 9. คลิ้ก [OK]

    ขั้นที่ 10. เวราคริปต์อาจให้คุณใส่พาสเวิร์ดของระบบในขั้นนี้ หากเป็นเช่นนั้นให้คุณใส่พาสเวิร์ดที่คุณใช้สำหรับล็อคอินคอมพิวเตอร์ของคุณ และ คลิ้ก [OK]

    เวราคริปต์จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อทำการเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน สำเร็จแล้ว และในระหว่างนั้นก็ได้ป้องกันไม่ให้ วอลลุ่มลับ เสียหายจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดไว้

    รูปที่ 6: หน้าจอ "วอลลุ่มรับได้รับการป้องกันแล้ว"

    ขั้นที่ 11. คลิ้ก [OK] เพื่อกลับไปสู่หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    รูปที่ 7: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 12. เข้าไปในวอลลุ่มที่เปิดอยู่

    คุณสามารถเข้าไปในวอลลุ่มได้สองวิธี

    1. คลิ้กสองครั้ง บนข้อความที่ไฮไลท์ไว้ในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์
    2. ไปที่ แฟ้มตามปกติ และทำเหมือนกับเวลาที่คุณจะเข้าไปใน USB แฟลชไดร์ฟ

    วอลลุ่มที่แสดงให้เห็นข้างล่างนั้นว่างเปล่า แต่เมื่อคุณนำ ไฟล์ลวง มาใส่ใน วอลลุ่มมาตรฐาน คุณจะสามารถเข้าถึงไฟล์นั้นได้เมื่อคุณเปิดวอลลุ่ม และหากคุณได้ป้องกัน วอลลุ่มลับ ของคุณตามขั้นตอนข้างต้น คุณจะสามารถเพิ่มหรือแก้ไขไฟล์ได้โดยไม่ต้องกลัวว่าเนื้อหาของวอลลุ่มลับ จะเสียหาย

    รูปที่ 8: ข้างในของวอลลุ่มมาตรฐานของเวราคริปต์ที่เปิดอยู่และมีวอลลุ่มลับที่ได้รับการป้องกันแล้ว

    เมื่อคุณทำการแก้ไขเนื้อหาภายในวอลลุ่มมาตรฐานเสร็จแล้ว คุณสามารถปิดวอลลุ่มได้ตามขั้นตอนปกติ ซึ่งได้อธิบายไว้ใน การปิดวอลลุ่ม (Dismounting a volume) ที่อยู่ข้างต้น ในครั้งหน้าเมื่อคุณต้องการเปิดวอลลุ่มอีก กล่องตัวเลือก ป้องกันวอลลุ่มลับไม่ให้เสียหายเนื่องจากการเขียนข้อมูลในวอลลุ่มนอก จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

    6. จัดการกับคอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์

    ในบทนี้คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการนำเข้าเนื้อหาที่คุณเก็บไว้ในวอลลุ่มของ ทรูคริปต์ (TrueCrypt) วิธีแบคอัพคอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์และวิธีการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน

    6.1. การนำเข้าข้อมูลจากวอลลุ่มของโปรแกรมทรูคริปต์ TrueCrypt

    เวราคริปต์สามารถเปิดวอลลุ่มของ ทรูคริปต์ ได้ ซึ่งในขณะนี้โปรแกรม ทรูคริปต์ ไม่ได้มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง คุณจึงควรย้ายไฟล์มาเก็บไว้ในวอลลุ่มของเวราคริปต์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ:

    1. สร้างวอลลุ่มของ เวราคริปต์ อันใหม่ให้มีขนาดใหญ่เท่าหรือใหญ่กว่า วอลลุ่ม ทรูคริปต์ ของคุณ
    2. เปิดวอลลุ่มทั้งสองพร้อมกัน
    3. ทำสำเนาทุกอย่างจากวอลลุ่มใน ทรูคริป ย้ายมาอยู่ในวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    สำหรับข้อแรกโปรดดูเพิ่มเติมได้ที่ การสร้างวอลลุ่มมาตรฐาน (และสามารถดูต่อได้ที่ การสร้างวอลลุ่มลับ บทนี้จะเริ่มบนพื้นฐานที่ว่าคุณมีขนาดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ ในขนาดที่พอเหมาะ คำแนะนำข้างล่างจะอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการย้ายไฟล์มาจาก วอลลุ่มมาตรฐาน ของ ทรูคริปต์ ไปสู่ วอลลุ่มมาตรฐาน ของ เวราคริปต์ ที่ถูกเปิดไว้

    แต่ถ้าหากคุณมีไฟล์เก็บไว้ในทั้งวอลลุ่ม มาตรฐาน และ ลับ ของคอนเทนเนอร์ใน ทรูคริปต์ คุณเพียงต้องตรวจเช็คให้แน่ใจว่าวอลลุ่มที่คุณสร้างไว้ใน เวราคริปต์ นั้นใหญ่พอ หลังจากนั้นคุณสามารถทำตามขั้นตอนสองรอบ - แต่ละครั้งสำหรับหนึ่งวอลลุ่ม

    แต่ถ้าหากคุณมีไฟล์เก็บไว้ในทั้งวอลลุ่ม มาตรฐาน และ ลับ ของคอนเทนเนอร์ใน ทรูคริปต์ คุณเพียงต้องตรวจเช็คให้แน่ใจว่าวอลลุ่มที่คุณสร้างไว้ใน เวราคริปต์ นั้นใหญ่พอ หลังจากนั้นคุณสามารถทำตามขั้นตอนสองรอบ - อีกครั้งสำหรับวอลลุ่มมาตรฐาน และอีกครั้งสำหรับวอลลุ่มลับ

    แต่อย่าลืมที่จะ ป้องกันเนื้อหาของวอลลุ่มลับ ระหว่างที่คุณกำลังทำสำเนาของเนื้อหาเข้ามาที่วอลลุ่มมาตรฐาน

    เปิด หน้าต่างหลัก ของ เวราคริปต์ และ เปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ ไว้ก่อนทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    ขั้นที่ 1.คลิ้ก บนตัวอักษรของไดร์ฟที่ยังไม่ได้ถูกเปิดโดยวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงวอลลุ่มที่เปิดไว้

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Select File...] เพื่อเลือกคอนเทนเนอร์ของ ทรูคริปต์

    รูปที่ 2: ไปที่คอนเทนเนอร์ของทรูคริปต์

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก [Open] เพื่อกลับไปสู่หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ ตำแหน่งของไฟล์คอนเทนเนอร์ของคุณจะถูกแสดงอยู่ทางด้านซ้ายของปุ่ม [Select File...] ที่คุณคลิ้กก่อนหน้านี้

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงคอนเทนเนอร์ของทรูคริปต์ที่ได้เลือกไว้

    ขั้นที่ 4. คลิ้ก [Mount] เพื่อดำเนินการ

    รูปที่ 4: หน้าจอพาสเวิร์ดของเวราคริปต์ในโหมดของทรูคริปต์

    ขั้นที่ 6.กาตัวเลือก ในกล่องสำหรับ โหมดทรูคริปต์

    ขั้นที่ 7.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านสำหรับวอลลุ่มทรูคริปต์ของคุณ

    ขั้นที่ 8. คลิ้ก [OK] เพื่อเปิดวอลลุ่มทรูคริปต์

    รูปที่ 5: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงทั้งสองวอลลุ่มถูกเปิด

    ขั้นที่ 9.คลิ้กสองครั้ง บนไดร์ฟที่มีตัวอักษรสำหรับวอลลุ่ม ทรูคริปต์ ที่คุณเปิดไว้เพื่อที่จะเข้าใช้งาน

    ขั้นที่ 10. กลับสู่ หน้าต่างหลัก และคลิ้กสองครั้งที่ไดร์ฟตัวอักษรของไฟล์ เวราคริปต์คอนเทนเนอร์ เพื่อเข้าไปในไดร์ฟนั้น

    รูปที่ 6: เนื้อหาของวอลลุ่มทั้งสองแสดงให้เห็นข้างๆกันในไฟล์เบราเซอร์

    ขั้นที่ 11. เลือก เนื้อหาบนวอลลุ่ม ทรูคริปต์ แล้วลากไปยังหน้าต่างที่แสดงวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    รูปที่ 7: วอลลุ่มทั้งสองแสดงอยู่ข้างกัน หลังจากที่เนื้อหาของวอลลุ่มทรูคริปต์ได้ถูกทำสำเนาไปยังที่วอลลุ่มเวราคริปต์

    หลังจากที่ไฟล์ของคุณถูกทำสำเนาไปแล้ว คุณควร ปิด วอลลุ่มทั้งสอง

    ขั้นที่ 12. กลับไปสู่ หน้าต่างหลัก เวราคริปต์

    ขั้นที่ 13. เลือก the entry สำหรับวอลลุ่มของทรูคริปต์

    รูปที่ 8: เลือกวอลลุ่มทรูคริปต์เพื่อที่จะเตรียมปิด

    ขั้นที่ 14. คลิ้ก [Dismount] เพื่อปิดวอลลุ่มของทรูคริปต์

    ขั้นที่ 15. เลือก the entry สำหรับวอลลุ่มของเวราคริปต์

    รูปที่ 9: เลือกวอลลุ่มเวราคริปต์เพื่อที่จะเตรียมปิด

    ขั้นที่ 16. คลิ้ก [Dismount] เพื่อปิดวอลลุ่มของเวราคริปต์

    รูปที่ 10: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์เมื่อทั้งสองวอลลุ่มถูกปิด

    6.2. เปลี่ยนข้อความรหัสผ่านสำหรับไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์

    วิธีการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านสำหรับ วอลลุ่ม ของ เวราคริปต์ ให้เริ่มต้นที่จาก หน้าจอหลัก และทำตามขั้นตอนข้างล่าง ขั้นตอนต่อไปนี้ใช้ได้กับทั้ง วอลลุ่มมาตรฐาน และ วอลลุ่มลับ ภายในไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านทั้งสองรหัส คุณจำเป็นที่จะต้องทำตามขั้นตอนนี้สองครั้ง

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 1.คลิ้ก [Select File…] เพื่อเลือกไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่คุณต้องการจะเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 2: เลือกไฟล์คอนเทนเนอร์ในเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2. เลือก ไฟล์คอนเทนเนอร์ และ คลิ้ก [Open] เพื่อกลับไปสู่หน้าต่างหลัก

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ที่มีไฟล์คอนเทนเนอร์ถูกเลือกไว้

    ขั้นที่ 3. คลิ้ก [Volumes Tools...] และเลือก [Change Volume Password...]

    รูปที่ 4: เลือกที่จะเปลี่ยนพาสเวิร์ดของวอลลุ่มจากเมนู Volume Tools

    หน้าจอ Change Password จะถูกแสดงขึ้น:

    รูปที่ 5: หน้าจอสำหรับเปลี่ยนพาสเวิร์ดของเวราคริปต์

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณมีทั้งวอลลุ่มมาตรฐานและวอลลุ่มลับในไฟล์คอนเทนเนอร์นี้ เวราคริปต์จะเลือกพาสเวิร์ดที่คุณจะเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณใส่ไปในกล่องใส่ข้อความ [Current Password] หากคุณต้องการเปลี่ยนพาสเวิร์ดทั้งสองอัน คุณต้องทำตามขั้นตอนนี้สองครั้ง

    ขั้นที่ 4. พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านปัจจุบัน

    ขั้นที่ 5. ** พิมพ์** ข้อความรหัสผ่านใหม่ และพิมพ์อีกครั้งในกล่อง Confirm password

    ขั้นที่ 6. คลิ้ก [OK] เพื่อเริ่มสร้างกุญแจใหม่

    หมายเหตุ: เวอร์ชั่นเก่าของเวราคริปต์อาจแสดงคำเตือนเกี่ยวกับค่า “Personal Iterations Multiplier (PIM)” ถึงแม้ว่าคุณเลือกใช้ข้อความรหัสผ่านที่ยากแล้ว หากคุณเห็นคำเตือนนี้ให้ตรวจสอบอีกทีว่าข้อความรหัสผ่านของคุณนั้นยาวกว่า 20 ตัวอักษร และกล่องที่มีข้อความว่า PIM ไม่ได้ถูกกาเลือก จากนั้นคลิ้ก [Yes] เพื่อดำเนินการต่อ

    รูปที่ 3: หน้าจอการเติมเต็มข้อมูลแบบสุ่ม (Random Pool Enrichment) ของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 7. เลื่อนเม้าส์ของคุณภายในหน้าต่าง Random Pool Enrichment ซักพักแล้ว คลิ้ก [Continue]

    เวราคริปต์จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อข้อความรหัสผ่านของคุณได้ทำการเปลี่ยนสำเร็จแล้ว.

    รูปที่ 4: ข้อความรหัสผ่านของเวราคริปต์ได้เปลี่ยนสำเร็จแล้ว

    ขั้นที่ 8. คลิ้ก [OK] เพื่อจบขั้นตอนการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน

    สำคัญ: การเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านนั้น ไม่ได้แปลว่ากุญแจที่คุณใช้เข้ารหัสข้อมูลของคุณนั้นเปลี่ยนไปด้วย ดังนั้นการที่ใครก็ตามที่มีสิ่งจำเป็นสามอย่างที่ระบุไว้ด้านล่างจึงสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณในคอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ได้ แม้แต่คุณจะได้ทำการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านแล้วก็ตาม

    • สำเนาของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ “ฉบับเก่า” ของคุณ (ฉบับ ก่อน ที่คุณจะเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน)
    • ข้อความรหัสผ่านของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ “ฉบับเก่า” ของคุณ
    • สำเนาของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ “ฉบับใหม่” ของคุณ (ฉบับ หลัง ที่คุณจะเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน)

    ดังนั้น หากคุณคาดว่ามีใครบางคนมีทั้งสำเนาไฟล์คอนเทนเนอร์และรู้ว่าข้อความรหัสผ่านของคุณคืออะไร คุณควรทำมากกว่าการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน ในกรณีนี้คุณควรสร้างคอนเทนเนอร์ใหม่ (ที่มีข้อความรหัสผ่านใหม่) และทำสำเนาไฟล์ทั้งหมดของคุณและลบไฟล์คอนเทนเนอร์เก่าทิ้ง

    คำถามที่พบบ่อย

    ถาม: ฉันจะต้องเสียเวลาพิมพ์ข้อความรหัสผ่านทุกๆครั้งเพื่อเข้าสู่ เวราคริปต์ หรือไม่?

    ตอบ: ไม่ คุณต้องใช้ข้อความรหัสผ่านเฉพาะเวลาที่คุณต้องการเปิดวอลลุ่มเข้ารหัสเท่านั้น หลังจากนั้นคุณสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณโดยไม่ต้องใช้ข้อความรหัสผ่าน จนกว่าคุณจะทำการปิดวอลลุ่ม

    ถาม: ฉันจะสามารถยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม เวราคริปต์ เมื่อไม่ต้องการใช้มันอีกต่อไปได้หรือไม่? หากฉันทำเช่นนั้น ไฟล์ต่างๆยังจะถูกเข้ารหัสอยู่หรือไม่?

    ตอบ: ได้ คุณสามารถยกเลิกการติดตั้ง เวราคริปต์ โดยเปิด เทอมินอล (Terminal) และพิมพ์ sudo veracrypt-uninstall.sh และใส่ข้อความรหัสผ่านที่คุณใช้เพื่อล็อคอินคอมพิวเตอร์ของคุณ ในภายหลังคุณสามารถติดตั้งโปรแกรม เวราคริปต์ เพื่อที่จะเข้าสู่ไฟล์ในคอนเทนเนอร์ซึ่งยังจะถูกเข้ารหัสไว้ และจะไม่ถูกลบทิ้งเมื่อคุณลบโปรแกรม เวราคริปต์ ในกรณีคล้ายกัน เมื่อคุณย้าย ไฟล์คอนเทนเนอร์ ที่ถูกเข้ารหัส ไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง คุณยังจำเป็นต้องใช้ข้อความรหัสผ่านของโปรแกรม เวราคริปต์เพื่อจะเปิดมัน

    ถาม: ข้อมูลประเภทใดที่ควรถูกเข้ารหัส?

    ตอบ: ในความเป็นจริงแล้ว คุณควรเข้ารหัสเอกสารทุกประเภท รูปภาพ และไฟล์ประเภทอื่นๆที่มีข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสำคัญ และหากเป็นไปได้ว่าระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของคุณรองรับ คุณควรตั้ง full disk encryption เพื่อให้ไฟล์ ทั้งหมด ของคุณได้ถูกเข้ารหัสเมื่อใดก็ตามที่คุณปิดคอมพิวเตอร์

    ถาม: ไฟล์ของฉันจะปลอดภัยแค่ไหน?

    ตอบ: เวราคริปต์ ได้ผ่านการทดสอบและตรวจสอบอย่างเป็นอิสระโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเพื่อที่จะรับรองสมรรถภาพของการใช้งาน และเพื่อตรวจสอบว่าโปรแกรมสามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่นอย่างที่ได้ระบุไว้หรือไม่ ผลการทดสอบระบุว่า เวราคริปต์ เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในรัหษาความปลอดภัยได้ในขั้นสูง อย่างไรก็ดี การเลือกข้อความรหัสผ่านที่ยากก็เป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ

    ถาม: ทำไมฉันถึงควรใช้ วอลลุ่มลับ?

    ตอบ: วอลลุ่มมาตรฐาน ของ เวราคริปต์ สามารถปกป้องไฟล์ของคุณให้ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง วอลลุ่มลับ ที่สามารถปกป้องไฟล์ของคุณด้วยความแข็งแกร่งของการเข้ารหัสในระดับเดียวกันได้ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับคุณในกรณีที่คุณถูกบังคับให้บอกข้อความรหัสผ่านของ เวราคริปต์ ซึ่งในกรณีนี้คุณไม่จำเป็นที่จะต้องยอมเปิดเผยข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ในขณะที่คุณสามารถบอกเพียงข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ได้ หากโดนถามคุณก็สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณมี วอลลุ่มซ่อน อยู่ แต่สำหรับการใช้งานในส่วนนี้อย่างถูกต้อง คุณจำเป็นต้องประเมินได้ว่าสถานการณ์ความปลอดภัยของคุณเป็นอย่างไร ประกอบกับการเข้าใจในการทำงานของ เวราคริปต์ และการเลือกไฟล์ “ลวง” ที่น่าเชื่อถือเพื่อเก็บไว้ใน วอลลุ่มมาตรฐานของคุณ

    ถาม: ฉันจะเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน โดยไม่เปิดวอลลุ่มที่ถูกซ่อนไว้ได้อย่างไร?

    ตอบ: การเปิดวอลลุ่มขึ้นอยู่กับว่าคุณใส่ข้อความรหัสผ่านใดไปที่หน้าจอพาสเวิร์ด หากคุณใส่ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน เวราคริปต์ จะเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน หากคุณใส่ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ เวราคริปต์ จะเปิด วอลลุ่มลับ ดังนั้นเมื่อมีคนบังคับให้คุณเปิดไฟล์คอนเทนเนอร์ของ เวราคริปต์ คุณสามารถเปิดเพียง วอลลุ่มมาตรฐาน และปฏิเสธการมีอยู่ของ วอลลุ่มลับ ในบางสถานการณ์ วิธีนี้น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คุณสามารถออกจากสถานการณ์ที่เป็นปัญหาได้

    ถาม: เป็นไปได้ไหมที่ฉันจะบังเอิญลบ หรือทำให้ วอลลุ่มลับ เสียหาย?

    ตอบ: เป็นไปได้ หากคุณใส่ไฟล์เพิ่มใน วอลลุ่มมาตรฐาน จนกระทั่งไม่มีพื้นที่เหลือในวอลลุ่มลับ หากเป็นเช่นนี้ วอลลุ่มลับ ของคุณจะเสียหายหรือไม่ก็ถูกทำลาย แต่อย่างไรก็ดีคุณสามารถใช้ตัวเลือกที่ทำให้คุณสามารถป้องกัน วอลลุ่มลับ ไม่ให้เสียหายในขณะที่คุณทำการแก้ไขเนื้อหาใน วอลลุ่มมาตรฐานได้ แต่คุณไม่ควรใช้ตัวเลือกนี้ในขณะที่มีคนกำลังมองอยู่เพราะมันจะเปิดเผยให้เขาคนนั้นทราบถึงการมีอยู่ของ วอลลุ่มลับ

    ถาม: ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดของเวราคริปต์วอลลุ่มได้หรือไม่ หลังจากที่ฉันได้สร้างมันเสร็จแล้ว?

    ตอบ: ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ คุณจะต้องสร้างไฟล์คอนเทนเนอร์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น แล้วย้ายไฟล์ของคุณจากวอลลุ่มเก่าไปที่วอลลุ่มใหม่ คุณสามารถทำวิธีนี้ได้ด้วยการเปิดวอลลุ่มพร้อมกันสองวอลลุ่ม วิธีนี้สามารถทำได้กับทั้งวอลลุ่มมาตรฐานและวอลลุ่มลับ

    ถาม: ฉันสามารถใช้เครื่องมืออย่างเช่น chkdsk บนข้อมูลเนื้อหาของวอลลุ่ม เวราคริปต์ ที่เปิดอยู่ได้หรือไม่?

    ตอบ: วอลลุ่ม เวราคริปต์ ทำงานเหมือนกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่คุณจะใช้ระบบไฟล์ checking/reparing/defragmenting บนข้อมูลเนื้อหาที่อยู่ในวอลลุ่มที่เปิดอยู่ของ เวราคริปต์

    ถาม: ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?

    ตอบ: ได้ ตัวเลือกสำหรับการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านนั้นใช้ได้กับทั้งวอลลุ่ม มาตรฐาน และ ลับ เพียงแค่คุณพิมพ์ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ไปในช่องใส่พาสเวิร์ดในหน้าจอสำหรับเปลี่ยนพาสเวิร์ด