เวราคริปต์ (VeraCrypt) สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดว์ส - เพื่อการเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย

โพสแล้ว10 August 2016

สารบัญ

...Loading Table of Contents...

    เวราคริปต์ (VeraCrypt) เข้ารหัสข้อมูลของคุณและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นที่ไม่มีข้อความรหัสผ่าน (passphrase) เข้าถึงข้อมูลของคุณได้ โปรแกรมจะทำงานเหมือนตู้นิรภัยอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้คุณสามารถจัดเก็บไฟล์ได้อย่างปลอดภัย

    สิ่งที่ควรอ่าน

    สิ่งที่คุณจะได้จากคู่มือนี้

    • วิธีการปกป้องไฟล์ เมื่อคอมพิวเตอร์ หรือแฟลชไดร์ฟสูญหาย ถูกขโมย หรือถูกยึด
    • วิธีการเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงข้อมูลของไฟล์สำคัญได้บน ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ระบบแมค OS X และระบบลีนุกซ์
    • วิธีการสำรองข้อมูล (backup) ของไฟล์สำคัญ

    1. บทนำของเวราคริปต์

    เวราคริปต์ (https://veracrypt.codeplex.com) คือ ซอฟแวร์ฟรี ที่ใช้เพื่อการเข้ารหัสไฟล์ เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจาก ทรูคริปต์ (TrueCrypt) หลังจากที่โปรแกรมดังกล่าวไม่ได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เวราคริปต์สามารถใช้งานได้บน ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ระบบแมค OS X และระบบ GNU/ลีนุกซ์ และได้ถูกพัฒนาให้สามารถแก้ไขช่องโหว่ในระบบความปลอดภัยที่เคยถูกรายงานในทรูคริปต์

    1.0 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเวราคริปต์ก่อนเริ่มใช้

    เวราคริปต์สามารถปกป้องไฟล์ของคุณโดยการเข้ารหัสไฟล์ด้วยข้อความรหัสผ่าน โปรแกรมจะสร้างพื้นปลอดภัยที่เรียกว่า วอลลุ่ม (volume) บนเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกของคุณ พื้นที่ทั้งหมดของวอลลุ่มจะถูกจัดเก็บอยู่ภายใต้ไฟล์หนึ่งไฟล์ที่เรียกว่า คอนเทนเนอร์ (container) ซึ่งคุณสามารถเปิด (mount) หรือปิด (dismount) โดยใช้เวราคริปต์ คุณจึงสามารถจัดเก็บไฟล์ได้อย่างปลอดภัยภายในไฟล์ที่เรียกว่าคอนเทนเนอร์

    เวราคริปต์สามารถสร้างและจัดการกับวอลลุ่มที่ถูกเข้ารหัสที่ได้ใช้พื้นที่ ทั้งหมด ของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลนั้นๆ อย่างไรก็ดี คู่มือนี้จะมุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการใช้ คอนเทนเนอร์ เท่านั้น

    เวราคริปต์ใช้ การเข้ารหัส ถอดรหัสอย่างต่อเนื่อง (on-the-fly encryption)ในการปกป้องข้อมูลของคุณ ซึ่งสามารถเข้ารหัสไฟล์ในระหว่างที่ถูกเขียนลงบนวอลลุ่ม และสามารถถอดรหัสไฟล์ในขณะที่กำลังถูกอ่าน คุณสามารถสำเนาไฟล์ลงบนและจากเวราคริปต์วอลลุ่มในวิธีเดียวกันที่คุณสามารถทำกับแฟ้มบนคอมพิวเตอร์และแฟลชไดร์ฟ

    เวราคริปต์สนับสนุนการใช้งานทั้งแบบ การเข้ารหัสวอลลุ่มแบบมาตรฐาน (standard encrypted volumes) และแบบ วอลลุ่มลับ(hidden volumes) โดยทั้งสองแบบนี้สามารถซ่อนไฟล์ของคุณให้ปลอดภัยได้ แต่วอลลุ่มลับนั้นสามารถให้คุณซ่อนข้อมูลสำคัญ ไว้เบื้องหลังข้อมูลที่มีความสำคัญน้อยกว่าในกรณีที่คุณถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลรหัสผ่าน ซึ่งคู่มือนี้รวมถึงการสร้างและใช้การเข้ารหัสวอลลุ่มแบบมาตรฐาน (standard encrypted volumes) และแบบ วอลลุ่มลับ(hidden volumes)

    อย่าลืมว่า คุณจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ หากคุณลืมข้อมูลรหัสผ่าน เนื่องจากไม่มีวิธีใดเลยที่โปรแกรมจะสามารถกู้ข้อมูลรหัสผ่านของคุณได้ และอย่าลืมคำนึงถึงด้วยว่าการใช้ข้อมูลแบบมีหัสผ่านนั้นผิดกฎหมายในบางประเทศ

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวราคริปต์ได้ที่ : official documentation official FAQ

    1.1 โปรแกรมอื่นที่ใกล้เคียงกับเวราคริปต์

    ระบบปฏิบัติการฉบับเต็มของ วินโดว์ส นับตั้งแต่ วินโดว์ส 7 นั้นมี [บิตล๊อคเกอร์ (BitLocker)] (http://windowsmicrosoft.com/en-us/windows7/products/features/bitlocker) เพื่อการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบ (รวมถึงระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 อัลทิเมต, วินโดว์ส 7 เอ็นเตอไพรส์, วินโดว์ส 8 โปร, วินโดว์ส 8 เอ็นเตอไพรส์ และ วินโดว์ส 10 โปร)

    สำหรับ แมค OS X คุณสามารถใช้ ไฟล์วอลท์ (FileVault) ซึ่งเป็นโปรแกรมติดตั้งมากับระบบเพื่อการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบ (หรือใช้เข้ารหัสของดิสก์เฉพาะในไดเร็กทอรี่บ้าน หรือ home directory) นอกจากนั้น แมค OS X ยังมี ดิสก์ ยูทิลิตี้ (Disk Utility) ที่สามารถสร้างวอลลุ่มบนแฟล์ชไดร์ฟ แต่คุณจะสามารถเข้าถึงวอลลุ่มนี้ได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการแมคเท่านั้น

    ทั้ง ไฟล์วอลท์ (FileVault) (สำหรับ แมค OS X) และ บิตล๊อคเกอร์ (BitLocker) (สำหรับ วินโดว์ส) ต่างเป็นโปรแกรมที่มีกรรมสิทธิ์ ซึ่งทำให้ความปลอดภัยที่ได้นั้นไม่สามารถถูกตรวจสอบได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ดีการใช้งาน (enable) โปรแกรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดีหากเป็นไปได้ นอกเหนือจากโปรแกรมที่ติดตั้งมากับระบบเหล่านี้ คุณยังสามารถใช้ เวราคริปต์ เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับไฟล์ที่มีความสำคัญและเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายไฟล์ระหว่าง คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ แมค OS X และวินโดว์สอีกด้วย

    สำหรับ GNU ลีนุกซ์ เวอร์ชั่น (distribution) อื่นๆรวมทั้ง [อูบันทู (Ubuntu)] (http://www.ubuntu.com/) สนับสนุนการใช้งานแบบการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบในการตั้งค่ามาตรฐาน เราแนะนำให้ตั้งค่าการเข้ารหัสของดิสก์อย่างเต็มรูปแบบเมื่อคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับการติดตั้งภายหลัง นอกเหนือจากนั้นคุณสามารถใช้โปรแกรมที่ติดตั้งมากับในระบบ ดิสก์ ยูทิลิตี้ (Disk Utility) ในเวอร์ชั่นอื่นๆของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เพื่อการสร้างวอลลุ่มเข้ารหัสบนแฟลชไดร์ฟ ซึ่งต่างกับเวราคริปต์ซึ่งให้คุณสามารถเข้าถึงไฟล์บนคอมพิวเตอร์อื่นที่ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เท่านั้น คุณสามารถใช้เวราคริปต์เคลื่อนย้ายไฟล์ระหว่างระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ แมค OS X และวินโดว์ส

    2. การติดตั้งเวราคริปต์

    ติดตั้งเวราคริปต์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณตามขั้นตอนข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1.คลิ้กสองครั้ง (double click) บนโปรแกรมติดตั้ง (installer) ชื่อว่า “VeraCrypt Setup 1.16.exe”

    VeraCrypt installer
    VeraCrypt installer

    รูปที่ 2: หน้าต่างควบคุมของผู้ใช้งานบนเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Yes] เพื่อเริ่มโปรแกรมการติดตั้ง VeraCrypt Setup ซึ่งจะเริ่มต้นด้วยหน้าต่าง สัญญาอนุญาต (license)

    VeraCrypt license
    VeraCrypt license

    ขั้นที่ 3.กาเครื่องหมาย บนช่องที่เขียนว่า I accept the license terms เพื่อที่จะเปิดการใช้งานของปุ่ม [Next] ต่อจากนั้นให้ คลิ้ก [Next]. คุณสามารถเลือกได้ว่าจะ ติดตั้ง เวราคริปต์ หรือจะ แยก การใช้งานสำหรับ โหมดพกพา (portable mode)

    VeraCrypt’s install mode
    VeraCrypt’s install mode

    รูปที่ 4: ตัวช่วยการติดตั้ง (installation wizard) จะแสดงการติดตั้งแบบมาตรฐาน

    • _Install_mode: ตัวเลือกนี้สำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการซ่อนการติดตั้งโปรแกรมเวราคริปต์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ และต้องการที่จะติดตั้งโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ อื่นๆ เมื่อต้องการใช้ เวราคริปต์

    • _Extract_mode: ตัวเลือกนี้สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งานเวราคริปต์แบบเวอร์ชั่นพกพาบนแฟลชไดร์ฟมากกว่าการติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ เวอร์ชั่นแบบพกพานี้สามารถใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการวินโดว์สซึ่งผู้ใช้มีบัญชีเป็น ผู้ดูแลระบบ (administrator)

    สำคัญ: แม้ในโหมดพกพา เวราคริปต์ ทิ้งร่องรอยการใช้บนคอมพิวเตอร์ที่เปิดโปรแกรม ร่องรอยเหล่านี้จะไม่แสดงเนื้อหาของไฟล์ที่ถูกเข้ารหัส แต่จะแสดงหลักฐานว่าเวราคริปต์ถูกใช้บนคอมพิวเตอร์นั้นๆ

    หมายเหตุ: คู่มือส่วนนี้แนะนำเฉพาะการ ติดตั้ง เวราคริปต์ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ VeraCrypt ใน โหมดพกพา (portable mode) โปรดดูเพิ่มเติมที่ [โหมดพกพา (portable VeraCrypt)] (#2563)

    ขั้นที่ 4.คลิ้ก [Next] และเลือกตำแหน่งที่ต้องการติดตั้ง เวราคริปต์

    VeraCrypt installation wizard setup options
    VeraCrypt installation wizard setup options

    รูปที่ 5: หน้าต่างตัวเลือกรูปแบบติดตั้ง

    ขั้นที่ 5.คลิ้ก [Install] เพื่อเริ่มติดตั้ง เวราคริปต์ ในตำแหน่งตัวเลือกอัตโนมัติ (default location) บนคอมพิวเตอร์ตามรูปข้างล่าง

    VeraCrypt installation progress
    VeraCrypt installation progress

    รูปที่ 6: ความคืบหน้าของการติดตั้งเวราคริปต์

    เมื่อการติดตั้งเสร็จสิ้น โปรแกรมจะเตือนให้คุณทราบ

    [VeraCtypt installation complete] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-007-install-successful.png)

    รูปที่ 7: เมื่อติดตั้งเวราคริปต์สำเร็จ

    ขั้นที่ 6.คลิ้ก [OK] เพื่อยืนยันการติดตั้งและสนับสนุนโดยการบริจาคให้กับนักพัฒนาและดูแลโปรแกรม เวราคริปต์

    VeraCrypt donation screen
    VeraCrypt donation screen

    รูปที่ 8: สนับสนุนเวราคริปต์

    ขั้นที่ 7 คลิ้ก [Finish] และพิจารณาเลือกอ่านคู่มือการใช้ เวราคริปต์

    [VeraCtypt installation complete] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-009-tutorial.png)

    รูปที่ 9: สอนการใช้งานเวราคริปต์

    ขั้นที่ 8.คลิ้ก ปุ่มใดก็ได้เมื่อติดตั้ง เวราคริปต์สำเร็จ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าที่คุณต้องการ คุณสามารถติดตั้งทางลัด (shortcut) สู่โปรแกรมเวราคริปต์ได้บนเดสทอป (desktop)

    [screenshot of VeraCrypt installation wizard documentation prompt] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-010-desktop-shortcut.png)

    รูปที่ 10: ทางลัดสู่โปรแกรมเวราคริปต์

    สำคัญ: หากคุณไม่ต้องการเปิดเผยว่าคุณเข้ารหัสไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณควรลบทางลัดสู่โปรแกรมเวราคริปต์ และหากการที่มีโปรแกรมเข้ารหัสไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์อาจทำให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ไม่ปลอดภัย คุณควรถอนการติดตั้ง เวราคริปต์โดยสิ้นเชิง แต่ให้เปลี่ยนไปใช้บนแฟลชไดร์ฟใน โหมดพกพา แทน (extract it onto a USB storage device in portable mode)

    หมายเหตุ: ผู้ใช้งานควรปรึกษา คู่มือสำหรับผู้เริ่มใช้งานเวราคริปต์ หลังจากอ่านคู่มือนี้เสร็จ

    3. สร้างวอลลุ่มมาตรฐาน

    เวราคริปต์ ให้คุณสามารถสร้างวอลลุ่มเข้ารหัสได้สองประเภทคือ: วอลลุ่มลับ (hidden) และ วอลลุ่มมาตรฐาน (standard)

    • วอลลุ่มมาตรฐาน ปกป้องไฟล์ของคุณด้วยข้อความรหัสผ่านที่จำเป็นต้องใช้ในการเข้าถึงไฟล์
    • วอลลุ่มลับ มีข้อความรหัสผ่านสองรหัส คุณสามารถใส่รหัสใดรหัสหนึ่ง เพื่อเปิดวอลลุ่มมาตรฐานที่คุณเก็บไฟล์ที่มีความสำคัญไม่มากและยอมที่จะ “สละ” ได้หากจำเป็น แต่คุณสามารถใส่รหัสอีกรหัสเพื่อเปิดวอลลุ่มลับที่คุณได้เก็บไฟล์ที่มีความสำคัญมากกว่าเอาไว้

    ในบทนี้คุณจะได้เรียนรู้วิธีสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน หากคุณต้องการสร้าง วอลลุ่มลับ คุณควรอ่านบทนี้ให้จบและอ่านบทต่อไปใน การสร้างวอลลุ่มลับ (creating a hidden volume)

    การสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน ด้วย เวราคริปต์ สามารถทำได้โดยวิธีข้างล่างนี้

    ขั้นที่ 1. เปิดโปรแกรม เวราคริปต์ ([Start] > [Programs] > [VeraCrypt] > [VeraCrypt]) เพื่อเปิดหน้าหลักของโปรแกรม

    [Main VeraCrypt window] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-111-main-window.png)

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Create Volume] เพื่อเริ่มใช้ VeraCrypt Volume Creation Wizard

    [VeraCrypt’s volume creation wizard] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-113-volume_creation.png)

    รูปที่ 2: หน้าต่างตัวช่วยการสร้างวอลลุ่ม

    ไฟล์เวราคริปต์คอนเทนเนอร์ คือ วอลลุ่มที่ถูกเข้ารหัสและถูกจัดเก็บภายในไฟล์ๆเดียว คุณสามารถตั้งชื่อ เคลื่อนย้าย ทำสำเนา หรือลบไฟล์คอนเทนเนอร์นี้ได้เหมือนไฟล์อื่นทั่วๆไป ในบทนี้เราจะสร้างคอนเทนเนอร์ไฟล์ โปรดดูเพิ่มเติมที่ VeraCrypt documentation เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกอื่นๆ

    ขั้นที่ 3 คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกประเภทของวอลลุ่มที่คุณต้องการสร้าง

    [VeraCrypt’s volume creation wizard’s volume type selection] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-114-standard-volume.png)

    รูปที่ 3: หน้าต่างแสดงประเภทของวอลลุ่ม

    หน้าต่าง VeraCrypt Volume Creation Wizard Volume Type ให้คุณเลือกได้ว่าคุณต้องการสร้างวอลลุ่มแบบ มาตรฐาน หรือแบบ ซ่อน

    หมายเหตุ: สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การสร้างวอลลุ่มลับ โปรดดูเพิ่มเติมที่ วอลลุ่มลับ

    ขั้นที่ 4. ตรวจสอบดูว่า Standard VeraCrypt Volume ได้ถูกเลือก และ คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกชื่อและตำแหน่งของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์

    [VeraCrypt’s volume creation wizard’s volume location input] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-115-volume_location.png)

    รูปที่ 4: ตัวช่วยสร้างวอลลุ่ม - การป้อนข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งเก็บวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 5.คลิ้ก [Select File...] เพื่อที่จะเลือกตำแหน่ง

    [VeraCrypt’s volume creation wizard’s file specification dialogue window] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-116-choose-location.png)

    รูปที่ 5: ระบุตำแหน่งและชื่อไฟล์ของเวราคริปต์คอนเทนเนอร์ที่คุณกำลังจะสร้าง

    ขั้นที่ 6. เลือกตำแหน่งและระบุชื่อของ เวราคริปต์ คอนเทนเนอร์ ที่คุณกำลังจะสร้าง

    คุณจำเป็นที่จะต้องจำตำแหน่งๆคุณเก็บไฟล์นี้ไว้และชื่อไฟล์ที่คุณตั้ง ในบทนี้เราจะสร้างไฟล์ คอนเทนเนอร์ บนเดสทอบ และตั้งชื่อว่า วอลลุ่มของฉัน (my volume) แต่หากคุณต้องการที่จะสร้างวอลลุ่มมาตรฐานด้วย เวราคริปต์บนแฟลชไดร์ฟ คุณสามารถทำได้โดยเลือกตำแหน่งบนอุปกรณ์นั้นๆ(แทนเดสทอบ) และใส่ตั้งชื่อไฟล์ตามที่ต้องการ

    เคล็ดลับ: คุณสามารถใช้ชื่อไฟล์และนามสกุลของไฟล์แบบไหนก็ได้สำหรับไฟล์คอนเทนเนอร์ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถตั้งชื่อไฟล์คอนเทนเนอร์ว่า recipes.doc หรือ holidays.mpg เพื่อที่จะเลี่ยงให้คนตรวจสอบคิดว่าไฟล์นี้คือไฟล์ Microsoft Word หรือ ไฟล์วีดีโอ วิธีนี้คุณสามารถหลบเลี่ยงไม่ให้ผู้อื่นทราบว่าคุณมีไฟล์คอนเทนเนอร์ของ VeraCrypt แต่อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจจะไม่ช่วยให้คุณผ่านการตรวจสอบที่ผู้ตรวจสอบที่มีเวลาและทรัพยากรมากพอที่จะตรวจอุปกรณ์ของคุณอย่างละเอียด

    ขั้นที่ 7.คลิ้ก [Save] เพื่อปิดหน้าต่าง Specify Path and File Name และกลับไปที่หน้าต่าง Volume Creation Wizard

    [screenshot of VeraCrypt’s volume creation wizard’s file specification dialogue window showing a specified file] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-117-location-chosen.png)

    รูปที่ 6: หน้าต่างตัวช่วยการสร้างวอลลุ่มแสดงตำแหน่งของวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 8.คลิ้ก [Next] เพื่อเปิดหน้าต่าง Encryption Options

    [screenshot of VeraCrypt’s volume creation wizard’s encryption options window] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-118-encryption-options.png)

    รูปที่ 7: หน้าต่างของตัวเลือกในการเข้ารหัสของตัวช่วยการสร้างวอลลุ่ม

    ในหน้าต่างนี้คุณสามารถเลือกวิธีเฉพาะ (หรือ ชุดของคำสั่ง (algorithm))ในการเข้ารหัสและถอดรหัสไฟล์ที่คุณจัดเก็บไว้ด้วย เวราคริปต์ คอนเทนเนอร์ ตัวเลือกอัตโนมัติ (default options) ถือว่าปลอดภัย คุณจึงสามารถใช้ตัวเลือกนี้ได้

    ขั้นที่ 9. คลิ้ก [Next] และระบุว่าขนาดของวอลลุ่มที่คุณต้องการเข้ารหัส

    [screenshot of VeraCrypt’s volume creation wizard’s volume size window] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-119-volume-size.png)

    รูปที่ 8: หน้าต่างตัวช่วยการสร้างวอลลุ่มแสดงของขนาดวอลลุ่ม

    หน้าต่าง ขนาดของวอลลุ่ม ช่วยให้คุณสามารถกำหนดขนาดของไฟล์ คอนเทนเนอร์ที่คุณกำลังจะสร้างได้ ในบทนี้เราจะสร้างวอลลุ่มขนาด 250 เมกะไบท์ แต่คุณสามารถกำหนดขนาดที่ต่างไปได้ โดยคำนึงถึงจำนวนไฟล์ที่ใช้ และที่สำคัญ ประเภทของไฟล์ที่คุณต้องการนำมาจัดเก็บไว้ในวอลลุ่มเข้ารหัส ไฟล์ภาพและไฟล์วีดีโอสามารถทำให้ไฟล์คอนเทนเนอร์ของ เวราคริปต์เต็มได้เร็ว

    เคล็ดลับ: หากคุณต้องการสำรอง (backup) ไฟล์คอนเทนเนอร์บนแผ่นซีดี คุณควรเลือกขนาดให้เท่ากับหรือน้อยกว่า 700 เมกะไบท์ สำหรับการสำรองไฟล์บนแผ่นดีวีดี ขนาดควรเท่ากับหรือน้อยกว่า 4.5 กิกะไบท์ หากคุณต้องการอัปโหลดไฟล์คอนเทนเนอร์ขึ้นบนแหล่งจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ คุณควรจะกะเกณฑ์ขนาดตามความเร็วของอินเตอร์เนทที่คุณเลือกใช้

    ขั้นที่ 10.พิมพ์ ขนาดของวอลลุ่มที่คุณต้องการสร้าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใส่ค่าที่ถูกต้องสำหรับหน่วย KB (กิโลไบท์ หรือ kilobytes), MB (เมกะไบท์ หรือ megabytes), GB (กิกะไบท์ หรือ gigabytes), TB (เทราไบท์ หรือ terabytes) หลังจากนั้น คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกข้อความรหัสผ่าน

    [screenshot of VeraCrypt’s volume creation wizard’s password input window] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-120-volume-password.png)

    รูปที่ 9: หน้าต่างตัวช่วยสร้างวอลลุ่มและรหัสลับของวอลลุ่ม

    สำคัญ: การเลือกข้อความรหัสผ่านคือหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเมื่อคุณต้องการสร้างวอลลุ่มบน เวราคริปต์ ยิ่งข้อความรหัสผ่านยากเท่าไหร่ยิ่งดี แต่คุณไม่จำเป็นต้องเลือกข้อความรหัสผ่านด้วยตัวเอง (หรือแม้แต่กระทั่งจำข้อความรหัสผ่านนั้น!) หากคุณใช้ ระบบจัดการพาสเวิร์ด (password manager) เช่น คีย์พาส (KeePassX) โปรดดูเพิ่มเติมได้ที่ การสร้างและเก็บรักษาพาสเวิร์ดให้ปลอดภัย และ KeePassX คู่มือสำหรับการใช้ข้อความรหัสผ่าน

    ขั้นที่ 11.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่าน และพิมพ์ซ้ำ ข้อความรหัสผ่านนั้นในกล่อง Confirm เพื่อเปิดการใช้งานของปุ่ม [Next]

    สำคัญ: ปุ่ม “Next” จะไม่สามารถคลิ้กได้จนกว่าข้อความรหัสผ่านที่คุณใส่ทั้งสองรหัสจะตรงกัน หากข้อความรหัสผ่านของคุณง่ายเกินไป คุณจะเห็นข้อความเตือน คุณจึงควรเปลี่ยนรหัส! ถึงแม้ เวราคริปต์ จะยอมรับข้อความรหัสผ่านทุกรูปแบบ แต่ข้อมูลของคุณจะไม่ปลอดภัยหากคุณไม่ตั้งข้อความรหัสให้ยากขึ้น

    ขั้นที่ 12.คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกประเภทของไฟล์

    [VeraCrypt’s volume creation wizard’s volume format window] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-121-volume-format.png)

    รูปที่ 10: หน้าต่างตัวช่วยสร้างวอลลุ่มและประเภทไฟล์ของวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 13.คลิ้ก [Format] เพื่อเริ่มสร้างวอลลุ่มมาตรฐาน

    หมายเหตุ ค่ามาตรฐาน (“FAT”) จะสามารถใช้งานได้กับคนส่วนมากบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส แมค OS X และลีนุกซ์ อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการจัดเก็บไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 กิกะไบท์ (ขนาดสำหรับไฟล์ๆเดียว) คุณจำเป็นต้องเลือกประเภทของไฟล์แบบอื่น NTFS จะสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบ วินโดว์ส และลีนุกซ์เป็นส่วนมาก

    ในขั้นตอนนี้เวราคริปต์ก็พร้อมที่จะสร้าง วอลลุ่มเข้ารหัสแบบมาตรฐานบนไฟล์คอนเทนเนอร์ แล้ว หากคุณเลื่อนเม้าส์ภายในหน้าต่าง ตัวช่วยสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ โปรแกรมจะสร้างข้อมูลสุ่มที่จะช่วยให้การเข้ารหัสเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

    [VeraCrypt’s volume creation wizard’s volume format progress bar] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-122-format-completed.png)

    รูปที่ 11: แถบแสดงความคืบหน้าสำหรับตัวช่วยการสร้างวอลลุ่ม (Volume Creation Wizard progress bar)

    เวราคริปต์ จะสร้างไฟล์ที่ชื่อ My Volume บน เดสทอบ ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ไฟล์นี้จะบรรจุไฟล์ คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐาน ของ เวราคริปต์ ซึ่งมีขนาด 250 เมกะไบท์ ที่คุณจะสามารถใช้เพื่อจัดเก็บไฟล์ต่างๆไว้ในนี้ได้อย่างปลอดภัย เวราคริปต์ จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อการสร้างไฟล์นี้สำเร็จ

    [screenshot of VeraCrypt’s “volume successfully created” notice] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-123-successfully-created.png)

    รูปที่12: เมื่อสร้างวอลลุ่มสำเร็จ

    ขั้นที่ 14.คลิ้ก [OK] เพื่อยืนยันรับทราบเมื่อการสร้างสำเร็จ และกลับไปยังตัวช่วยการสร้างวอลลุ่ม

    [screenshot of VeraCrypt’s Volume Creation Wizard completion notice] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-124-volume-created.png)

    รูปที่13: ออก หรือสร้างวอลลุ่มเข้ารหัสอีกอัน

    ขั้นที่ 15.คลิ้ก [Exit] เพื่อปิด ตัวช่วยการสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ และกลับสู่หน้าต่างหลักของ เวราคริปต์ ( หากคุณ คลิ้ก [Next], เวราคริปต์ จะเริ่มนำคุณสู่ขั้นตอนของการสร้างวอลลุ่มอีกอัน)

    ตอนนี้คุณควรเห็นไฟล์ คอนเทนเนอร์ ขนาด 250 เมกะไบท์ ในที่ๆคุณได้สร้างมันไว้

    [screenshot of VeraCrypt’s Volume Creation Wizard completion notice] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-125-container-file.png)

    รูปที่ 14: ไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ที่เพิ่งสร้างบนเดสทอบ

    4. การสร้างวอลลุ่มลับ

    ในเวราคริปต์ วอลลุ่มลับ จะถูกเก็บไว้ใน วอลลุ่มมาตรฐาน ที่ถูกเข้ารหัสผ่าน แต่ว่าวอลลุ่มนั้นจะถูกปกปิดไว้ แม้แต่เวลาวอลลุ่มมาตรฐานของคุณถูก เปิด (mounted) การยืนยันการมีอยู่ของวอลลุ่มลับนั้นจะทำไม่ได้หาไม่มีข้อความรหัสผ่าน (ซึ่งเป็นรหัสที่แยกออกจากรหัสของ วอลลุ่มมาตรฐาน)

    วอลลุ่มลับ เปรียบเสมือนช่องลับในกระเป่าเอกสารที่ถูกล็อคไว้อีกที คุณจัดเก็บไฟล์ หลอก ที่คุณไม่ถือสาหากถูกยึดไปจากกระเป๋าเอกสาร ในขณะที่คุณเก็บไฟล์สำคัญไว้ในช่องลับของกระเป๋าเอกสารนั้น เจตนาของ วอลลุ่มลับ คือการซ่อนการมีอยู่ของมันเอง จึงเป็นการซ่อนไฟล์ที่เก็บอยู่ภายในนั้นด้วย ถึงแม้คุณจะถูกบังคับให้บอกข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ก็ตาม การที่จะทำให้วิธีนี้ได้ผลแน่นอน คุณควรจะต้องสร้างสถานการณ์ที่ทำให้คนที่ต้องการไฟล์ของคุณ พอใจกับการได้ไฟล์เท่าที่คุณให้ ในกรณีนี้ คุณสามารถลองทำตามคำแนะนำด้านล่างได้:

    • ใส่ไฟล์สำคัญที่คุณไม่ถือสาหากมันจะโดนเปิดในวอลลุ่มมาตรฐาน แต่ข้อมูลในไฟล์ดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องสำคัญพอที่คุณจะเข้ารหัสมันไว้ในวอลลุ่มนั้น
    • อัพเดทไฟล์ในวอลลุ่มมาตรฐานเป็นประจำ เพราะจะทำให้ดูเหมือนว่าคุณใช้งานไฟล์ในวอลลุ่มมาตรฐานนั้นจริง
    • ระวังด้วยว่าคนที่ต้องการดูไฟล์ของคุณอาจมีความรู้เรื่องวอลลุ่มลับ หากคุณใช้เวราคริปต์อย่างถูกต้อง คนๆนั้นจะไม่สามารถ ยืนยัน ได้ว่าวอลลุ่มลับของคุณมีอยู่จริง แต่พวกเขาอาจ ตั้งข้อสงสัยได้

    ตามที่กล่าวข้างต้น วอลลุ่มลับ นั้นถูกจัดเก็บไว้ภายในวอลลุ่มมาตรฐาน ด้วยเหตุนี้เวราคริปต์จึงใช้คำเรียกว่าวอลลุ่ม “ภายใน” และ วอลลุ่ม ”ภายนอก” อย่างไรก็ดีคุณไม่จำเป็นที่จะต้อง เปิด วอลลุ่มภายนอกเพื่อจะใช้งานวอลลุ่มภายใน เวราคริปต์ให้คุณสร้างข้อความรหัสผ่านแยกกัน คือ: อันแรกไว้ใช้เปิดวอลลุ่มนอกที่เอาไว้ลวง หรือ วอลลุ่มมาตรฐาน ส่วนอันที่สองไว้เปิดวอลลุ่มใน หรือ วอลลุ่มลับ

    การสร้างวอลลุ่มลับ

    การสร้าง วอลลุ่มลับ มีด้วยกันสองวิธี ซึ่งต่างก็คล้ายกับการสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน

    -โหมดปกติ (Normal mode) จะพาคุณเข้าสู่กระบวนการในการสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน และสร้าง วอลลุ่มลับ อยู่ภายใน (คุณกำลังสร้างกระเป๋าใส่เอกสารที่มีช่องลับ)

    -โหมดทางตรง (Direct mode) จะเข้าใจว่าคุณมี วอลลุ่มมาตรฐาน อยู่แล้วซึ่งคุณต้องการที่จะสร้าง วอลลุ่มลับ ภายในนั้น (คุณมีกระเป๋าใส่เอกสารอยู่แล้วแต่คุณต้องการจะเพิ่มช่องลับ)

    ในบทนี้เราจะเน้นเฉพาะ โหมดทางตรง หากคุณยังไม่ได้สร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน คุณสามารถดูขั้นตอนการสร้างได้ที่ การสร้างวอลลุ่มมาตรฐาน (creating a standard volume) ก่อนกลับมาที่บทนี้

    ขั้นที่ 1. เปิดโปรแกรมเวราคริปต์ ([Start] > [All Apps] > [VeraCrypt] > [VeraCrypt]) เพื่อที่จะเปิดหน้าต่างใช้งานหลัก

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-233-main-window.png)

    รูปที่1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Create Volume] เพื่อที่จะเริ่มใช้ ตัวช่วยสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ (VeraCrypt Volume Creation Wizard)

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-234-volume-creation.png)

    รูปที่ 2: หน้าจอสำหรับสร้างวอลลุ่มบนเวราคริปต์

    ขั้นที่ 3.คลิ้ก [Next] เพื่อที่จะยอมรับตัวเลือกอัตโนมัติเพื่อ สร้างไฟล์คอนเทนเนอร์เข้ารหัส

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-235-hidden-volume.png)

    รูปที่ 3: สร้างวอลลุ่มลับบนเวราคริปต์

    ขั้นที่ 4.กาเครื่องหมาย บนตัวเลือกที่เขียนว่า [Hidden VeraCrypt volume] ขั้นที่ 5.คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกว่าคุณต้องการจะสร้าง วอลลุ่มลับ โดยใช้ โหมดปกติ หรือ โหมดทางตรง

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-236-direct-mode.png)

    รูปที่ 4: หน้าต่างตัวช่วยสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ - โหมด

    ขั้นที่ 6. กาเครื่องหมาย บนตัวเลือกที่เขียนว่า [Direct Mode]

    ขั้นที่ 7.คลิ้ก [Next] เพื่อเลือก วอลลุ่มมาตรฐาน ที่คุณมีอยู่แล้ว

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-237-select-outer-volume.png)

    รูปที่ 5: หน้าจอบ่งบอกตำแหน่งของวอลลุ่มเวราคริปต์

    หมายเหตุ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าวอลลุ่มมาตรฐาน นั้นไม่ได้เปิดอยู่เมื่อถูกเลือก

    ขั้นที่ 8.คลิ้ก [Select File] และเลือกตำแหน่งๆคุณเก็บ วอลลุ่มมาตรฐาน ของไฟล์คอนเทนเนอร์ไว้

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-238-find-container.png)

    รูปที่ 6: เลือกวอลลุ่มมาตรฐานของไฟล์คอนเทนเนอร์ที่คุณมีอยู่แล้ว

    ขั้นที่ 9.เลือกตำแหน่ง ของไฟล์คอนเทนเนอร์และกดเลือก

    หากคุณต้องการสร้างไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์บน แฟลชไดร์ฟ คุณเพียงแค่เลือกที่แฟล์ชไดร์ฟนั้น (แทนที่คุณจะเลือกที่คอมพิวเตอร์) ก่อนที่คุณจะเลือกชื่อไฟล์

    ขั้นที่ 10.คลิ้ก [Open] เพื่อที่จะกลับไปสู่ ตัวช่วยสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-239-container-found.png)

    รูปที่ 7: วอลลุ่มมาตรฐานของไฟล์คอนเทนเนอร์ได้ถูกเลือก

    ขั้นที่ 11.คลิ้ก [Next] เพื่อใส่ข้อความรหัสผ่านของวอลลุ่มมาตรฐานของคุณ

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-240-outer-passphrase.png)

    รูปที่ 8: หน้าจอรหัสผ่านของวอลลุ่มภายนอกของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 12.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านที่คุณตั้งไว้เมื่อสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน ของคุณ

    ขั้นที่ 13.คลิ้ก [Next] เพื่อเตรียม วอลลุ่มมาตรฐาน สำหรับ วอลลุ่มลับ

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-241-outer-volume-prepared.png)

    รูปที่ 9: วอลลุ่มมาตรฐานของเวราคริปต์เตรียมพร้อมแล้ว ขั้นที่ 14.คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกตัวเลือกของการใส่รหัสวอลลุ่มลับ

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-242-hv-encryption-options.png)

    รูปที่ 10: หน้าจอตัวเลือกการเข้ารหัสของวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 15.คลิ้ก [Next] โปรแกรมจะให้คุณเลือกขนาดของ วอลลุ่มลับ ที่คุณกำลังจะสร้าง

    หมายเหตุ: ให้ใช้ค่าตามที่โปรแกรมตั้งไว้อัตโนมัติคือ Encryption Algorithm และ Hash Algorithm สำหรับการตั้งค่า วอลลุ่มลับ

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-243-hidden-volume-size.png)

    รูปที่ 11: หน้าจอตัวเลือกขนาดของวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    เช่นเดียวกับเวลาที่คุณสร้าง วอลลุ่มมาตรฐาน คุณควรคำนึงถึงจำนวนและประเภทของไฟล์ที่คุณตั้งใจนำมาจัดเก็บไว้ใน วอลลุ่มลับ โดยเฉพาะไฟล์ภาพและวีดีโอ ไฟล์ประเภทนี้จะทำให้ไฟล์คอนเทนเนอร์เต็มอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน คุณควรจะเหลือพื้นที่ว่างสำหรับ ไฟล์ลวง ที่จะนำมาใส่ใน วอลลุ่มมาตรฐาน หากคุณเลือกขนาดใหญ่ที่สุดให้กับ วอลลุ่มลับ คุณจะไม่สามารถใส่ไฟล์อื่นใน วอลลุ่มมาตรฐาน ได้อีก (ในบทนี้ เราจะสร้าง วอลลุ่มลับ ขนาด 200 เมกะไบท์ ภายใน วอลลุ่มมาตรฐาน ขนาด 250 เมกะไบท์ ซึ่งในกรณีคุณจะเหลือพื้นที่ให้ ไฟล์ลวง ของคุณ 50 เมกะไบท์)

    ขั้นที่ 16.พิมพ์ ขนาดของวอลลุ่มที่คุณต้องการจะสร้าง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใส่ค่าที่ถูกต้องสำหรับหน่วย KB (กิโลไบท์ หรือ kilobytes), MB (เมกะไบท์ หรือ megabytes), GB (กิกะไบท์ หรือ gigabytes), TB (เทราไบท์ หรือ terabytes)

    ขั้นที่ 17.คลิ้ก [Next] เพื่อเลือกข้อความรหัสผ่านสำหรับ วอลลุ่มลับ ของคุณ

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-244-hidden-volume-passphrase.png)

    รูปที่ 12: หน้าจอเพื่อสร้างพาสเวิร์ดสำหรับวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ตอนนี้คุณต้องเลือกข้อความรหัสผ่านสำหรับ วอลลุ่มลับ ซึ่งต้อง แตกต่าง กันกับรหัสที่คุณเลือกสำหรับ วอลลุ่มมาตรฐาน อย่าลืมว่าคุณควรเลือกข้อความรหัสผ่านที่ยาก โดยคุณสามารถดูวิธีสร้างข้อความรหัสผ่านดังกล่าวได้ที่ Create and maintain strong passwords

    หมายเหตุ: หากคุณใช้ ระบบจัดการพาสเวิร์ด เช่น คีย์พาส (KeePassX) และมีความกังวลว่าจะถูกบังคับให้เปิดเผยเนื้อหาของไฟล์คอนเทนเนอร์ของ เวราคริปต์ คุณสามารถเก็บข้อความรหัสผ่านสำหรับ วอลลุ่มมาตรฐาน (ที่ใช้ลวง) ในโปรแกรม คีย์พาส แต่คุณควรจำข้อความรหัสผ่านสำหรับ วอลลุ่มลับ ต่างหาก ไม่เช่นนั้นเวลาคุณถูกบังคับให้บอกข้อความรหัสผ่านของ คีย์พาส ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ของคุณจะถูกเปิดเผยไปในเวลาเดียวกัน

    ขั้นที่ 18.เลือก ข้อความรหัสผ่าน และ พิมพ์ รหัสดังกล่าวสองครั้ง

    ขั้นที่ 19.คลิ้ก [Next] เพื่อเริ่มหน้าจอ ฟอร์แมตวอลลุ่มลับ

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-245-hidden-volume-format.png)

    รูปที่ 13: หน้าจอเพื่อฟอร์แมตวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 20.คลิ้ก [Format] เพื่อฟอร์แมตวอลลุ่มลับ

    หมายเหตุ ค่ามาตรฐาน (“FAT”) จะสามารถใช้งานได้กับคนส่วนมากบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส แมค OS X และลีนุกซ์ อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการจัดเก็บไฟล์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 4 กิกะไบท์ (ขนาดสำหรับไฟล์ๆเดียว) คุณจำเป็นต้องเลือกประเภทของไฟล์แบบอื่น NTFS จะสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบ วินโดว์ส และลีนุกซ์เป็นส่วนมาก

    ในขั้นตอนนี้เวราคริปต์ก็พร้อมที่จะสร้าง วอลลุ่มลับแบบเข้ารหัสบนไฟล์คอนเทนเนอร์ แล้ว หากคุณเลื่อนเม้าส์ภายในหน้าต่าง ตัวช่วยสร้างวอลลุ่มของเวราคริปต์ โปรแกรมจะสร้างข้อมูลสุ่มที่จะช่วยให้การเข้ารหัสเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-246-hv-format-done.png)

    รูปที่ 14: ความคืบหน้าของการฟอร์แมตวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    เมื่อการติดตั้งเสร็จสิ้น โปรแกรมจะเตือนให้คุณทราบถึงการป้องกันไฟล์ใน วอลลุ่มลับ ของคุณเมื่อคุณเพิ่มเนื้อหาใน วอลลุ่มมาตรฐาน

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-247-protect-hv-warning.png)

    รูปที่ 15: คำเตือนเกี่ยวกับการป้องกันวอลลุ่มลับของเวราคริปต์

    สำคัญ: คำเตือนนี้เกี่ยวกับระบบการซ่อนการมีอยู่ของไฟล์ภายใน หรือ วอลลุ่มลับ ของเวราคริปต์ ซึ่งปกติแล้วเวลาคุณเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน โปรแกรมเวราคริปต์และระบบปฏิบัติการวินโดวส์จะ คิดว่า มันได้ใช้งานพื้นที่สำหรับไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่เข้ารหัสผ่านนั้นทั้งหมด ซึ่งตามตัวอย่างนี้คือ เรามีพื้นที่ทั้งหมด 250 เมกะไบท์ (แต่ความเป็นจริงเราสร้าง วอลลุ่มลับ ขนาด 200 เมกะไบท์ และเหลือพื้นที่ให้ไฟล์ลวงใน วอลลุ่มมาตรฐาน เพียง 50 เมกะไบท์) ในกรณีนี้เวราคริปต์ไม่สามารถเตือนคุณได้ว่าคุณกำลังพยายามนำไฟล์ขนาด 60 เมกะไบท์ใส่ลงไปในไฟล์ขนาด 50 เมกะไบท์ซึ่งอยู่ใน วอลลุ่มมาตรฐาน ทั้งนี้เพราะว่า หากเวลาคริปต์ ได้เตือน คุณ การกระทำนี้จะเป็นการเปิดเผยความจริงต่อผู้ที่เฝ้าดูอยู่ว่าคุณได้เผื่อพื้นที่สำหรับ วอลลุ่มลับ เอาไว้ ในทางกลับกันเวราคริปต์จะยอมให้คุณนำไฟล์ขนาด 60 เมกะไบท์ใส่ลงไป แต่การทำเช่นนี้ ไฟล์อื่นในวอลลุ่มลับของคุณอาจจะเกิดความเสียหาย

    กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า การออกแบบโปรแกรมนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า คุณเลือกที่จะ เสีย เนื้อหาบางส่วนใน วอลลุ่มลับ แทนที่จะยอมเผยให้รู้ว่าคุณมี วอลลุ่มลับ ซ่อนอยู่จริง

    ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณต้องการจะเพิ่มไฟล์ลวงในวอลลุ่มมาตรฐาน คุณจำเป็นต้องกาในตัวเลือก ป้องกันวอลลุ่มลับไม่ให้เสียหาย (protect hidden volume against damage) และใส่ข้อความรหัสผ่านของทั้ง วอลลุ่มลับ และ วอลลุ่มมาตรฐาน หากคุณเปิดใช้งานตัวเลือกนี้ เวราคริปต์จะส่งข้อความเตือนคุณในยามที่คุณพยายามจะใส่ข้อมูลในวอลลุ่มนอกมากเกินไป (การใส่ข้อความรหัสผ่านต่อหน้าคนอื่นจะเป็นการเปิดเผยให้คนนั้นทราบไปในตัวว่าคุณมี วอลลุ่มลับ อยู่จริง ดังนั้นคุณควรตั้งค่าเหล่านี้ยามที่คุณอยู่คนเดียวหรือยามที่คุณอยู่กับคนที่คุณไว้ใจได้)

    สำหรับขั้นตอนเฉพาะที่ช่วยให้คุณสามารถแก้ไขเนื้อหาที่เก็บไว้ใน วอลลุ่มมาตรฐาน นั้นได้แจงรายละเอียดไว้แล้วที่บท [ป้องกันวอลลุ่มลับของคุณเมื่อแก้ไขข้อมูลในวอลลุ่มภายนอก [ป้องกันวอลลุ่มลับของคุณเมื่อแก้ไขข้อมูลในวอลลุ่มภายนอก (Protecting your hidden volume when modifying the contents of your outer volume)](#2558)

    ขั้นที่ 21.คลิ้ก [OK] เพื่อจบการสร้าง วอลลุ่มลับ

    [] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-248-hidden-volume-created.png)

    รูปที่ 16: หน้าจอแจ้งว่าวอลลุ่มลับของเวราคริปต์ได้ถูกสร้าง

    ขั้นที่ 22.คลิ้ก [OK] เพื่อกลับสู่หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ในตอนนี้คุณสามารถจัดเก็บไฟล์ได้ใน วอลลุ่มลับ ไฟล์เหล่านั้นจะไม่สามารถถูกตรวจสอบได้โดยคนอื่น ถึงแม้ว่าคนนั้นจะมีข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ของคุณ

    5. การใช้งานวอลลุ่มของเวราคริปต์

    บทนี้ของคู่มือจะอธิบายวิธีการใช้วอลลุ่มมาตรฐาน และวอลลุ่มลับของเวราคริปต์บนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส

    5.1 เปิดวอลลุ่ม

    ในเวราคริปต์ การ เปิด (mount) วอลลุ่มนั้นคือการทำให้วอลลุ่มพร้อมใช้งาน เมื่อคุณเปิดวอลลุ่มสำเร็จ บนหน้าจอจะเห็นเหมือนกับว่าคุณได้เชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถใช้ดิสก์นี้เหมือนปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงข้อมูล สร้าง แก้ไข หรือลบไฟล์และแฟ้มต่างๆ เมื่อคุณใช้งานเสร็จแล้ว คุณสามารถปิด (dismount) มันได้และรูปดิสก์ดังกล่าวจะหายไป คุณเปิดวอลลุ่มในแบบเดียวกันกับที่คุณเปิดวอลลุ่มมาตรฐาน ขึ้นอยู่กับข้อความรหัสผ่านที่คุณใส่ เวราคริปต์จะเปิดวอลลุ่มมาตรฐาน หรือวอลลุ่มลับตามรหัสที่คุณให้

    ทำตามขั้นตอนข้างล่างเพื่อเปิดวอลลุ่ม:

    ขั้นที่ 1. เปิดโปรแกรมเวราคริปต์ ([Start] > [All Apps] > [VeraCrypt] > [VeraCrypt]) เพื่อที่จะเปิดหน้าต่างใช้งานหลัก

    ขั้นที่ 2.เลือก ไดร์ฟจากในรายการบนหน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    [main window of VeraCrypt] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-326-select-drive.png)

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ที่มีไดร์ฟให้เลือก

    หมายเหตุ: ใน รูปที่ 1 เราเลือกที่จะเปิดวอลลุ่มเข้ารหัสบนไดร์ฟ F: แต่คุณสามารถเลือกไดร์ฟที่มีชื่อตัวอักษรอื่นต่างไปได้ในแต่ละครัั้งที่คุณเปิดวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 3.คลิ้ก [Select File...] และเลือกที่อยู่ของไฟล์ คอนเทนเนอร์ ของเวราคริปต์

    File selection dialog in VeraCrypt
    File selection dialog in VeraCrypt

    รูปที่ 2: หน้าจอที่ให้เลือกวอลลุ่มของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 4.เลือก ไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่คุณต้องการเปิด แล้วจึง คลิ้ก [Open] เพื่อกลับสู่หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ ตำแหน่งของไฟล์ คอนเทนเนอร์ จะแสดงออกมาในด้านซ้ายของปุ่ม [Select File...] ที่คุณคลิ้กก่อนหน้านี้

    [main window of VeraCrypt showing container location] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-328-mount-volume.png)

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์ที่เลือกไฟล์คอนเทนเนอร์แล้ว

    ขั้นที่ 5.คลิ้ก [Mount] เพื่อใส่ข้อความรหัสผ่านของคุณ

    VeraCrypt’s Enter Password screen
    VeraCrypt’s Enter Password screen

    รูปที่ 4: หน้าจอที่ให้ใส่พาสเวิร์ด

    ขั้นที่ 6.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านในกล่อง Password

    หากไฟล์ คอนเทนเนอร์ ของคุณมีวอลลุ่มลับเก็บอยู่ ให้เลือกตัวเลือกข้างล่าง:

    • ใส่ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ เพื่อเปิด วอลลุ่มลับ

    • หากต้องการเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน ในไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่มี วอลลุ่มลับ เก็บไว้ ในขณะที่มีคนดูอยู่และคุณต้องการซ่อนการมีอยู่ของ วอลลุ่มลับ จากคนนี้ ให้ใช้ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ในการเปิด

    • หากต้องการเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน ในไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่มี วอลลุ่มลับ เก็บไว้ เพื่อที่จะแก้ไขไฟล์ “ลวง” ของคุณ ตอนที่ไม่มีคนดูอยู่ โปรดอ่านคู่มือเพิ่มเติมที่ ป้องกันวอลลุ่มลับของคุณเมื่อแก้ไขข้อมูลในวอลลุ่มภายนอก (Protecting your hidden volume when modifying the contents of your outer volume)

    ขั้นที่ 7.คลิ้ก [OK] เพื่อเริ่มเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน

    หากคุณใส่ข้อความรหัสผ่านผิด เวราคริปต์ จะบอกให้คุณใส่รหัสอีกครั้ง หากใส่ถูกวอลลุ่มเข้ารหัสของคุณจะถูกเปิดดังรูป

    screenshot of VeraCrypt’s main window displaying a mounted volume
    screenshot of VeraCrypt’s main window displaying a mounted volume

    รูปที่ 5: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงวอลลุ่มที่เพิ่งถูกเปิด

    ขั้นที่ 8 การเข้าสู่วอลลุ่มที่ถูกเปิด

    วิธีในการเข้าสู่วอลลุ่มที่ถูกเปิดมีสองวิธี:

    1. คลิ้กสองครั้ง บนข้อความไฮไลท์ในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์ ตามที่แสดงไว้ใน รูปที่ 5 ข้างบน
    2. คลิ้กสองครั้ง บนตัวอักษรของไดร์ฟที่ต้องการใช้ (ในตัวอย่าง เราใช้ไดร์ฟ F:) ใน PC เครื่องนี้ ตามที่แสดงใน รูปที่ 6 ข้างล่าง
    Windows file manager showing the VeraCrypt mounted volume
    Windows file manager showing the VeraCrypt mounted volume

    รูปที่ 6: วิธีในการเข้าสู่วอลลุ่มของเวราคริปต์ผ่าน “PC เครื่องนี้”

    วอลลุ่มที่แสดงให้เห็นข้างล่างเป็นวอลลุ่มเปล่า เมื่อคุณเก็บไฟล์ภายในนั้น คุณจะสามารถเข้าถึงไฟล์ (และทำการแก้ไข) ไฟล์นั้นได้เมื่อคุณเปิดวอลลุ่ม

    Inside the mounted VeraCrypt volume
    Inside the mounted VeraCrypt volume

    รูปที่ 7: ภายในวอลลุ่มของเวราคริปต์ที่ถูกเปิด

    ดิสก์เสมือน (virtual disk) นี้มีลักษณะเหมือนอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอก นอกเหนือจากการที่มันถูกเข้ารหัสทุกส่วน คุณสามารถทำสำเนาไฟล์จากและเข้าสู่ดิสก์นี้เหมือนกับที่คุณทำกับแฟลชไดร์ฟ โดยลากและวาง หรือจัดเก็บโดยตรงในวอลลุ่มจากโปรแกรมอื่นๆ ไฟล์ต่างๆที่คุณทำสำเนา ย้ายหรือจัดเก็บเข้าภายในดิสก์เสมือนนี้จะถูกเข้ารหัสโดยอัตโนมัติ และเมื่อคุณย้ายไฟล์ออกจากวอลลุ่มของเวราคริปต์ ไฟล์จะถูกถอดรหัสโดยอัตโนมัติ และหากคอมพิวเตอร์ของคุณปิดตัวลง หรือถูกปิดอย่างกระทันหัน คุณจะไม่สามารถเข้าวอลลุ่มที่ถูกเข้าได้จนกว่ามันจะถูกเปิดอีกครั้ง

    สำคัญ: เวลาที่คุณเปิดวอลลุ่มของเวราคริปต์ ไฟล์ในนั้นจะไม่ถูกป้องกันสำหรับคนที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณในขณะนั้น หากคุณต้องการที่จะป้องกันไม่ให้คนเข้าถึงไฟล์สำคัญ คุณจำเป็นต้องปิดวอลลุ่มของเวราคริปต์เวลาคุณไม่ใช้งาน คุณควรปฏิบัติเช่นนี้โดยเฉพาะเวลาที่คุณเดินไปจากคอมพิวเตอร์และอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงที่คอมพิวเตอร์ของคุณจะถูกยึดหรือถูกขโมย การที่คุณเปิดวอลลุ่มเข้ารหัสของคุณทิ้งไว้เปรียบเสมือนการที่คุณมีตู้นิรภัยแต่เปิดประตูทิ้งไว้ หากคอมพิวเตอร์ของคุณปิดตัวลง รีสตาร์ท หรือถูกปิด วอลลุ่มเข้ารหัสของคุณจะไม่สามารถเข้าถึงได้จนกว่ามันจะถูกเปิดอีกครั้ง คุณควรจะฝึกฝนวิธีเหล่านี้เพื่อให้คุณสามารถทำมันได้อย่างรวดเร็ว

    เคล็ดลับ: การที่คุณปิดหน้าต่างโดยการคลิ้ก [Exit] นั้นไม่ได้เป็นการเลิกใช้โปรแกรมอย่างสิ้นเชิง

    5.2 การปิดวอลลุ่ม

    การปิดวอลลุ่มในเวราคริปต์คือการทำให้วอลลุ่มนั้นไม่สามารถใช้ได้ ขั้นตอนการปิดวอลลุ่มเพื่อไม่ให้คนอื่นสามารถเข้าถึงไฟล์ในนั้นนอกเหนือจากที่เขาจะมีข้อความรหัสผ่านที่ถูกต้อง สามารถทำได้ดังนี้:

    ขั้นที่ 1.เลือก วอลลุ่มจากตัวเลือกของวอลลุ่มที่เปิดได้ในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์

    VeraCrypt main windown displaying a volume to be dismounted
    VeraCrypt main windown displaying a volume to be dismounted

    รูปที่ 1: เลือกวอลลุ่มมาตรฐานเพื่อปิด

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Dismount] เพื่อปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    คุณจำเป็นต้องเปิดวอลลุ่มอีกครั้งหากคุณต้องการดึงไฟล์จากวอลลุ่มมาตรฐานของคุณหลังจากที่ปิดวอลลุ่มไปแล้ว

    สำคัญ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ ก่อนที่จะ:

    • ดึงแฟลชไดร์ฟที่มีไฟล์ คอนเทนเนอร์ ออกจากคอมพิวเตอร์ (หากคุณเลือกที่จะเก็บบางไฟล์ไว้ในนั้น)
    • เปลี่ยนให้คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมด เตรียมพร้อม (standby) หรือ โหมด ไฮเบอร์เนท
    • ปล่อยคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้โดยไม่ได้อยู่ด้วย
    • อยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงว่าคอมพิวเตอร์จะหาย ถูกขโมย หรือถูกยึด

    ขั้นที่ 3.คลิ้กขวา ที่ไอคอน System Tray ของ เวราคริปต์ - ที่มุมขวาล่างของเดสทอบ และเลือก [Exit] เพื่อที่จะออกจากโปรแกรม เวราคริปต์

    รูปที่ 2: ออกจากโปรแกรมเวราคริปต์อย่างสิ้นเชิงด้วยการใช้ไอคอนซิสเต็มเทร (System Tray)

    เคล็ดลับ: เมื่อคุณติดตั้ง เวราคริปต์ [ตรงข้ามกับการใช้โปรแกรมโหมดพกพา (portable version)(#2563)] การที่คุณปิด หน้าต่างหลัก โดยการคลิ้ก [Exit] นั้นไม่ได้เป็นการเลิกใช้โปรแกรมอย่างสิ้นเชิง

    5.3 ปกป้องวอลลุ่มลับเมื่อแก้ไขข้อมูลของวอลลุ่มนอก

    ตามที่ได้คุยไว้ในตอนท้ายของบท การสร้างวอลลุ่มลับ (Creating a hidden volume) เวลาที่คุณเปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะ ป้องกันวอลลุ่มลับไม่ให้เสียหายเนื่องจากการเขียนข้อมูลในวอลลุ่มนอก ตัวเลือกนี้สามารถให้คุณเพิ่ม “ไฟล์ลวง” ในวอลลุ่มมาตรฐานโดยไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกลบโดยบังเอิญ หรือทำให้เนื้อหาของวอลลุ่มลับเสียหาย แต่อย่างไรก็ดี คุณไม่ควรใช้ตัวเลือก ป้องกันวอลลุ่มลับ ในยามที่คุณต้องการซ่อนการมีอยู่ของ วอลลุ่มลับ จากผู้ที่สามารถบังคับให้คุณใส่ข้อความรหัสลับเพื่อเปิดเผยวอลลุ่ม เพราะว่าการทำเช่นนั้นทำให้คุณจำเป็นต้องใส่ข้อความรหัสผ่าน ทั้งสอง (ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คุณมี วอลลุ่มลับ อีกวอลลุ่มหนึ่งซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่ง)

    เมื่อคุณอัพเดทไฟล์ลวงของคุณในยามที่คุณอยู่คนเดียว คุณควรใช้ตัวเลือกนี้ เสมอ แต่คุณไม่จำเป็นต้องห่วงนอกจากนั้นเพราะ ตัวเลือกอันนี้จะยกเลิกเองอัตโนมัติเวลาที่คุณปิดวอลลุ่ม

    เมื่อต้องการใช้ตัวเลือก ป้องกันวอลลุ่มลับ ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

    ขั้นที่ 1.เลือก ไดร์ฟตามตัวเลือกในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์

    main window of VeraCrypt
    main window of VeraCrypt

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงรายการไดร์ฟที่เลือกไว้

    หมายเหตุ: ใน รูปที่ 1 เราเลือกที่จะเปิดวอลลุ่มเข้ารหัสบนไดร์ฟ F: แต่คุณสามารถเลือกไดร์ฟอื่นที่แสดงให้เห็นตอนคุณเปิดวอลลุ่ม

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Select File...] และเลือกตำแหน่งที่คุณเก็บไฟล์ คอนเทนเนอร์ ของเวราคริปต์ไว้

    File selection dialog in VeraCrypt
    File selection dialog in VeraCrypt

    รูปที่ 2: หน้าจอที่เลือกวอลลุ่มของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 3.เลือก ไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่คุณต้องการเปิด แล้ว คลิ้ก [Open] เพื่อกลับไปสู่เมนูหลักของเวราคริปต์ ตำแหน่งของไฟล์ คอนเทนเนอร์ แสดงไว้ทางด้านซ้ายของปุ่ม [Select File...] ที่คุณกดก่อนหน้านี้

    Main window with container location
    Main window with container location

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงไฟล์คอนเทนเนอร์ที่ได้เลือกไว้

    ขั้นที่ 4.คลิ้ก [Mount] เพื่อเปิดหน้าจอใส่พาสเวิร์ด Enter Password

    VeraCrypt’s Enter Password screen
    VeraCrypt’s Enter Password screen

    รูปที่ 4: หน้าจอให้ใส่พาสเวิร์ด

    ขั้นที่ 5.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มนอก ในกล่อง Password แบบเดียวกับที่คุณกำลังจะเปิดมัน แต่ไม่ต้องคลิ้ก [OK]

    ขั้นที่ 6.คลิ้ก [Mount Options...] ซึ่งจะทำให้คุณสามารถป้องกัน วอลลุ่มลับ ของคุณระหว่างคุณแก้ไขข้อมูลภายใน วอลลุ่มมาตรฐาน

    [VeraCrypt’s Enter Password screen] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-405-protect-hv.png) รูปที่ 5: หน้าจอตัวเลือกวิธีการเปิด (mount) ของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 7.กาตัวเลือก ในกล่องที่เขียนว่า ป้องกันวอลลุ่มลับไม่ให้เสียหายเนื่องจากการเขียนข้อมูลในวอลลุ่มนอก (Protect hidden volume against damage caused by wrting to outer volume)

    ขั้นที่ 8.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ตามที่ที่กำหนดให้

    ขั้นที่ 9.คลิ้ก [OK] เพื่อกลับคืนสู่หน้าจอพาสเวิร์ด

    [VeraCrypt’s Enter Password screen] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-406-mount-volume.png)

    รูปที่ 6: หน้าจอเพื่อใส่พาสเวิร์ดของเวราคริปต์โดยมีระบุไว้ว่าวอลลุ่มลับได้รับการป้องกัน

    ขั้นที่ 10.คลิ้ก [OK] เพื่อเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน ระหว่างที่ วอลลุ่มลับ ของคุณถูกป้องกันจากการความเสียหายโดยบังเอิญ เวราคริปต์จะเตือนให้คุณรู้เมื่อขั้นตอนนี้เสร็จเรียบร้อย

    [VeraCrypt’s Enter Password screen] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-407-hv-protected.png)

    รูปที่ 7: หน้าจอแสดงว่า “วอลลุ่มลับของเวราคริปต์ได้ถูกป้องกันแล้ว”

    ขั้นที่ 10.คลิ้ก [OK] เพื่อกลับสู่หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    [VeraCrypt’s Enter Password screen] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-408-enter-sv.png)

    รูปที่ 8: หน้าจอแสดงว่า “วอลลุ่มลับของเวราคริปต์ได้ถูกป้องกันแล้ว”

    ขั้นที่ 12 เข้าสู่วอลลุ่มที่เปิดไว้

    วิธีมาตรฐานในการเข้าสู่วอลลุ่มที่เปิดไว้ มีสองวิธี:

    1. คลิ้กสองครั้ง บนข้อความที่ไฮไลท์ไว้ในหน้าต่างหลักของ เวราคริปต์ ตามที่แสดงไว้ใน รูปที่ 8 ข้างบน
    2. คลิ้กสองครั้ง ตัวอักษรของไดร์ฟ (ในกรณีนี้เราเลือก ไดร์ฟ F:) ที่อยู่ใน เครื่อง PC นี้

    วอลลุ่มที่แสดงให้เห็นข้างล่างนั้นว่างเปล่า แต่เมื่อคุณนำ ไฟล์ลวง มาใส่ใน วอลลุ่มมาตรฐาน คุณจะสามารถเข้าถึงไฟล์นั้นได้เมื่อคุณเปิดวอลลุ่ม และหากคุณได้ป้องกัน วอลลุ่มลับ ของคุณตามขั้นตอนข้างต้น คุณจะสามารถเพิ่มหรือแก้ไขไฟล์ได้ด้วย

    [Inside the mounted VeraCrypt volume] (/sites/securityinabox.org/files/media/veracrypt-win-en-v01-409-inside-sv.png)

    รูปที่ 9: ข้างในของวอลลุ่มมาตรฐานของเวราคริปต์ที่เปิดอยู่และมีวอลลุ่มลับที่ได้รับการป้องกันแล้ว

    เมื่อคุณทำการแก้ไขเนื้อหาภายในวอลลุ่มมาตรฐานเสร็จแล้ว คุณสามารถปิดวอลลุ่มได้ตามขั้นตอนปกติ ซึ่งได้อธิบายไว้ใน การปิดวอลลุ่ม (Dismounting a volume) ที่อยู่ข้างต้น ในครั้งหน้าเมื่อคุณต้องการเปิดวอลลุ่มอีก กล่องตัวเลือก ป้องกันวอลลุ่มลับไม่ให้เสียหายเนื่องจากการ เขียนข้อมูลในวอลลุ่มนอก จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

    6. จัดการกับคอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์

    6.1 การนำเข้าข้อมูลจากวอลลุ่มของโปรแกรมทรูคริปต์ TrueCrypt

    เวราคริปต์ สามารถเปิดวอลลุ่มของ ทรูคริปต์ ได้ ซึ่งในขณะนี้โปรแกรม ทรูคริปต์ ไม่ได้มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง คุณจึงควรย้ายไฟล์มาเก็บไว้ในวอลลุ่มของ เวราคริปต์ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ:

    1. สร้างวอลลุ่มของ เวราคริปต์ อันใหม่ให้มีขนาดใหญ่เท่าหรือใหญ่กว่า วอลลุ่ม ทรูคริปต์ ของคุณ
    2. เปิดวอลลุ่มทั้งสองพร้อมกัน
    3. ทำสำเนาทุกอย่างจากวอลลุ่มใน ทรูคริป ย้ายมาอยู่ในวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    สำหรับข้อแรกโปรดดูเพิ่มเติมได้ที่ การสร้างวอลลุ่มมาตรฐาน (และสามารถดูต่อได้ที่ การสร้างวอลลุ่มลับ บทนี้จะเริ่มบนพื้นฐานที่ว่าคุณมีขนาดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ ในขนาดที่พอเหมาะ คำแนะนำข้างล่างจะอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการย้ายไฟล์มาจาก วอลลุ่มมาตรฐาน ของ ทรูคริปต์ ไปสู่ วอลลุ่มมาตรฐาน ของ เวราคริปต์ ที่ถูกเปิดไว้ แต่ถ้าหากคุณมีไฟล์เก็บไว้ในทั้งวอลลุ่ม มาตรฐาน และ ลับ ของคอนเทนเนอร์ใน ทรูคริปต์ คุณเพียงต้องตรวจเช็คให้แน่ใจว่าวอลลุ่มที่คุณสร้างไว้ใน เวราคริปต์ นั้นใหญ่พอ หลังจากนั้นคุณสามารถทำตามขั้นตอนสองรอบ - แต่ละครั้งสำหรับหนึ่งวอลลุ่ม

    เปิด หน้าต่างหลัก ของ เวราคริปต์ และ เปิดวอลลุ่มของ เวราคริปต์ ไว้ก่อนทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้:

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงวอลลุ่มที่เปิดไว้

    ขั้นที่ 1.คลิ้ก บนตัวอักษรของไดร์ฟที่ยังไม่ได้ถูกเปิดโดยวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    ขั้นที่ 2.คลิ้ก [Select File...] เพื่อเลือกคอนเทนเนอร์ของ ทรูคริปต์

    รูปที่ 2: เลือกคอนเทนเนอร์ของทรูคริปต์

    ขั้นที่ 3.ไปที่ ไฟล์คอนเทนเนอร์ของ ทรูคริปต์ ของคุณ

    ขั้นที่ 4.คลิ้ก [Open] เพื่อกลับไปสู่ หน้าต่างหลัก

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงคอนเทนเนอร์ของทรูคริปต์ที่ได้เลือกไว้

    ขั้นที่ 5.คลิ้ก [Mount] เพื่อใส่ข้อความรหัสผ่านสำหรับวอลลุ่ม ทรูคริปต์ ของคุณ

    รูปที่ 4: หน้าจอพาสเวิร์ดของเวราคริปต์ในโหมดของทรูคริปต์

    ขั้นที่ 6.กาตัวเลือก ในกล่องสำหรับ โหมดทรูคริปต์

    ขั้นที่ 7.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านสำหรับวอลลุ่มทรูคริปต์ของคุณ

    ขั้นที่ 8.คลิ้ก [OK] เพื่อกลับสู่ หน้าต่างหลัก

    รูปที่ 5: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงทั้งสองวอลลุ่มถูกเปิด

    ขั้นที่ 9.คลิ้กสองครั้ง บนไดร์ฟที่มีตัวอักษรสำหรับวอลลุ่ม ทรูคริปต์ ที่คุณเปิดไว้เพื่อที่จะเข้าใช้งาน

    รูปที่ 6: ภายในวอลลุ่มทรูคริปต์ที่ถูกเปิด

    ขั้นที่ 10.กลับสู่ หน้าต่างหลัก

    รูปที่ 7: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์แสดงทั้งสองวอลลุ่มถูกเปิด

    ขั้นที่ 11.คลิ้กสองครั้ง บนไดร์ฟที่มีตัวอักษรสำหรับวอลลุ่ม เวราคริปต์ ที่คุณเปิดไว้เพื่อที่จะเข้าใช้งาน

    รูปที่ 8: วอลลุ่มของทรูคริปต์และเวราคริปต์ถูกเปิดและแสดงอยู่ข้างกัน

    ขั้นที่ 12.เลือก เนื้อหาบนวอลลุ่ม ทรูคริปต์ แล้วลากไปยังหน้าต่างที่แสดงวอลลุ่มของ เวราคริปต์

    รูปที่ 9: เนื้อหาของวอลลุ่มทรูคริปต์ถูกทำสำเนาไปที่วอลลุ่มเวราคริปต์

    หลังจากที่ไฟล์ของคุณถูกทำสำเนาไปแล้ว คุณควร ปิด วอลลุ่มทั้งสอง

    ขั้นที่ 13 กลับไปสู่ หน้าต่างหลัก เวราคริปต์

    รูปที่ 10: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 14.เลือก ไดร์ฟตัวอักษรเดียวกับที่คุณใช้เปิดวอลลุ่ม ทรูคริปต์

    ขั้นที่ 15.คลิ้ก [Dismount] เพื่อปิดวอลลุ่ม ทรูคริปต์

    ขั้นที่ 16.เลือก ไดร์ฟตัวอักษรเดียวกับที่คุณใช้เปิดวอลลุ่ม เวราคริปต์

    ขั้นที่ 17.คลิ้ก [Dismount] เพื่อปิดวอลลุ่ม เวราคริปต์

    6.2 เปลี่ยนข้อความรหัสผ่านสำหรับไฟล์คอนเทนเนอร์

    วิธีการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านสำหรับ วอลลุ่ม ของ เวราคริปต์ ให้เริ่มต้นที่จาก หน้าจอหลัก และทำตามขั้นตอนข้างล่าง ขั้นตอนต่อไปนี้ใช้ได้กับทั้ง วอลลุ่มมาตรฐาน และ วอลลุ่มลับ ภายในไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านทั้งสองรหัส คุณจำเป็นที่จะต้องทำตามขั้นตอนนี้สองครั้ง

    รูปที่ 1: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 1.คลิ้ก [Select File…] เพื่อเลือกไฟล์ คอนเทนเนอร์ ที่คุณต้องการจะเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน

    รูปที่ 2: เลือกไฟล์คอนเทนเนอร์ในเวราคริปต์

    ขั้นที่ 2.เลือก ไฟล์คอนเทนเนอร์ ใ น เวราคริปต์

    ขั้นที่ 3.คลิ้ก [Open] เพื่อกลับสู่ หน้าต่างหลัก

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 4.คลิ้ก [Volumes]

    ขั้นที่ 5.เลือก [Change Volume Password…] ตามที่แสดงข้างล่าง

    รูปที่ 4: เปลี่ยนข้อความรหัสผ่านของวอลลุ่มเวราคริปต์

    หน้าจอ เปลี่ยนพาสเวิร์ด จะถูกเปิดขึ้น

    รูปที่ 5: หน้าจอเปลี่ยนพาสเวิร์ดเวราคริปต์

    เคล็ดลับ: ถ้าคุณมีทั้งวอลลุ่มมาตรฐานและวอลลุ่มลับในไฟล์คอนเทนเนอร์นี้ เวราคริปต์จะเลือกพาสเวิร์ดที่คุณจะเปลี่ยนให้โดยอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณใส่ไปในกล่องใส่ข้อความ [Current Password] หากคุณต้องการเปลี่ยนพาสเวิร์ดทั้งสองอัน คุณต้องทำตามขั้นตอนนี้สองครั้ง

    ขั้นที่ 6.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านปัจจุบัน

    ขั้นที่ 7.พิมพ์ ข้อความรหัสผ่านใหม่สองครั้ง

    ขั้นที่ 8.คลิ้ก [OK] เพื่อเริ่มออกกุญแจ (key) ใหม่

    หมายเหตุ: เวอร์ชั่นเก่าของเวราคริปต์อาจแสดงคำเตือนเกี่ยวกับค่า “Personal Iterations Multiplier (PIM)” ถึงแม้ว่าคุณเลือกใช้ข้อความรหัสผ่านที่ยากแล้ว หากคุณเห็นคำเตือนนี้ให้ตรวจสอบอีกทีว่าข้อความรหัสผ่านของคุณนั้นยาวกว่า 20 ตัวอักษร และกล่องที่มีข้อความว่า PIM ไม่ได้ถูกกาเลือก จากนั้นคลิ้ก [Yes] เพื่อดำเนินการต่อ

    รูปที่ 5: แถบแสดงความคืบหน้าสำหรับการเปลี่ยนพาสเวิร์ด

    เมื่อพร้อม เวราคริปต์ จะแสดงหน้าจอ Ramdom Pool Enrichment

    รูปที่ 6: หน้าจอการเติมเต็มข้อมูลแบบสุ่ม (Random Pool Enrichment) ของเวราคริปต์

    เคล็ดลับ: หากคุณเลื่อนเม้าส์ภายในหน้าต่าง Random Pool Enrichment คุณจะสามารถช่วยให้การเข้ารหัสบนเวราคริปต์เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

    ขั้นที่ 9.คลิ้ก [Continue] เพื่อดำเนินการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านของคุณต่อ

    รูปที่ 7: แถบแสดงความคืบหน้าสำหรับการเปลี่ยนพาสเวิร์ด

    เวราคริปต์ จะเตือนให้คุณทราบเมื่อการออกกุญแจใหม่สำหรับวอลลุ่มเข้ารหัสของคุณสำเร็จ

    รูปที่ 7: ข้อความรหัสผ่านของเวราคริปต์ได้เปลี่ยนสำเร็จแล้ว

    ขั้นที่ 10.คลิ้ก [OK] เพื่อจบขั้นตอนการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน

    สำคัญ: การเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านนั้น ไม่ได้แปลว่ากุญแจที่คุณใช้เข้ารหัสข้อมูลของคุณนั้นเปลี่ยนไปด้วย ดังนั้นการที่ใครก็ตามที่มีสิ่งจำเป็นสามอย่างที่ระบุไว้ด้านล่างจึงสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณในคอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ได้ แม้แต่คุณจะได้ทำการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านแล้วก็ตาม

    • สำเนาของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ “ฉบับเก่า” ของคุณ (ฉบับ ก่อน ที่คุณจะเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน)
    • ข้อความรหัสผ่านของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ “ฉบับเก่า” ของคุณ
    • สำเนาของไฟล์คอนเทนเนอร์ของเวราคริปต์ “ฉบับใหม่” ของคุณ (ฉบับ หลัง ที่คุณจะเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน)

    ดังนั้น หากคุณคาดว่ามีใครบางคนมีทั้งสำเนาไฟล์คอนเทนเนอร์และรู้ว่าข้อความรหัสผ่านของคุณคืออะไร คุณควรทำมากกว่าการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่าน ในกรณีนี้คุณควรสร้างคอนเทนเนอร์ใหม่ (ที่มีข้อความรหัสผ่านใหม่) และทำสำเนาไฟล์ทั้งหมดของคุณและลบไฟล์คอนเทนเนอร์เก่าทิ้ง

    7. เวราคริปต์แบบพกพา

    7.1 ความแตกต่างระหว่างเวราคริิปต์แบบติดตั้งและแบบพกพา

    การแยกใช้ เวราคริปต์ แบบ พกพา ทำให้คุณสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวเพื่อปกป้องไฟล์สำคัญของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ตามปกติ ในบางกรณี วิธีนี้อาจจะช่วยคุณปกปิดความจริงที่ว่าคุณได้ใช้ เวราคริปต์ อีกด้วย นอกเหนือจากนั้น วิธีนี้จะช่วยให้การเก็บข้อมูลเข้ารหัสของคุณเห็นชัดได้น้อยลง

    หากคุณแยกใช้เวอร์ชั่นพกพาของ เวราคริปต์ บนแฟลชไดร์ฟ ร่วมกับไฟล์ คอนเทนเนอร์ เข้ารหัสของคุณ คุณจะสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณได้ในวินโดว์สคอมพิวเตอร์เกือบทุกเครื่อง แต่อย่าลืมว่าอุปกรณ์เก็บข้อมูลภายนอกของคุณจะปลอดภัยเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้มันเท่านั้น การที่ค���ณถอดรหัสไฟล์สำคัญของคุณในอุปกรณ์ที่คุณไม่คุ้นเคย อาจทำให้มัลแวร์ (malware) สามารถอ่านเนื้อหาของ วอลลุ่มเข้ารหัส ของคุณในขณะที่มันได้ถูก”เปิด” ได้ (หรือแม้กระทั่งตรวจจับข้อความรหัสผ่านของ เวราคริปต์ ขณะที่คุณกำลังระบุ)

    ความแตกต่างของเวอร์ชั่นติดตั้งและพกพาของ เวราคริปต์ มีเพียงเล็กน้อย สิ่งที่เด่นที่สุดคือเวอร์ชั่นพกพานั้นจะไม่ยอมให้คุณเข้ารหัสดิสก์ของระบบ (system disk) และเวอร์ชั่นนี้จะทำงานได้ดีที่สุดกับไฟล์ คอนเทนเนอร์

    7.2 การแยกใช้เวราคริปต์แบบพกพา

    สำคัญ: คุณจำเป็นต้องสร้างแฟ้มที่คุณต้องการแยกใส่ เวราคริปต์ ฉบับพกพาต่างหาก ซึ่งปกติแล้วคุณสามารถทำได้บนแฟลชไดร์ฟ หรือบนฮาร์ดไดร์ฟ ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้งาน

    ขั้นที่ 1.ไปที่ ตำแหน่งที่คุณต้องการแยก เวราคริปต์ แบบพกพา

    ขั้นที่ 2.คลิ้กขวา เพื่อเริ่มใช้งานเมนูนี้

    ขั้นที่ 3.เลือก รายการใหม่ในเมนู New และจากนั้น เลือก แฟ้ม ในเมนูย่อยตามภาพข้างล่าง

    รูปที่ 1: หน้าต่างสำหรับสร้างแฟ้ม

    ขั้นที่ 4.พิมพ์ ชื่อของแฟ้มที่คุณกำลังจะแยกใส่ เวราคริปต์

    ขั้นที่ 5.กด Enter เพื่อจบการตั้งชื่อแฟ้มใหม่

    รูปที่ 2: หน้าต่างสำหรับตั้งชื่อแฟ้ม

    ขั้นที่ 6.คลิ้กสองครั้ง ที่ตัวติดตั้ง (installer) ของ เวราคริปต์เพื่อเปิดหน้าจอสำหรับการติดตั้ง

    รูปที่ 3: ที่ตัวติดตั้ง (installer) ของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 7.คลิ้กสองครั้ง ที่ตัวติดตั้ง (installer) ของ เวราคริปต์ เพื่อเปิดหน้าจอบัญชีผู้ใช้งาน

    รูปที่ 4: หน้าจอบัญชีผู้ใช้งานของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 8.คลิ้ก [Yes] เพื่อโหลดหน้าจอรายละเอียดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์

    รูปที่ 5: หน้าจอลิขสิทธิ์ของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 9.คลิ้ก I accept the license terms

    ขั้นที่ 10.คลิ้ก [Next] เพื่อเริ่มการใช้งานของตัวติดตั้ง

    รูปที่ 6: หน้าจอหลักของตัวติดตั้งของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 11.เลือก Extract

    ขั้นที่ 12.คลิ้ก [Next] เพื่อเริ่มหน้าจอเตือนเกี่ยวกับไดร์ฟเวอร์ (driver) ซอฟแวร์

    หน้าจอเตือนทั้งสองข้างล่างนี้เป็นเพียงวิธีที่เวราคริปต์จะบอกคุณว่า คุณต้องปิดหน้าจอ หน้าจอบัญชีผู้ใช้งาน (User Account Control or UAC) ทุกครั้งที่คุณเปิดการใช้งานแบบพกพา ของ เวราคริปต์ (คุณไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนี้หากคุณติดตั้งโปรแกรมแบบมาตรฐาน)

    รูปที่ 7: ข้อความเตือนเกี่ยวกับวิธีที่เวราคริปต์เวอร์ชั่นพกพาติดตั้งไดร์ฟเวอร์บนวินโดวส์

    ขั้นที่ 13.คลิ้ก [OK] เพื่อเริ่มหน้าจอเตือนเกี่ยวกับไดร์ฟเวอร์ (driver) ซอฟแวร์อีกหนึ่งหน้าจอ

    รูปที่ 8: ข้อความเตือนเกี่ยวกับการยอมรับคำเตือนเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งานเมื่อเริ่มใช้งานเวราคริปต์เวอร์ชั่นพกพา

    ขั้นที่ 14.คลิ้ก [Yes] เพื่อเริ่มเลือกตำแหน่งที่คุณต้องการแยกเวราคริปต์

    รูปที่ 9: หน้าจอตัวเลือกการแยกใช้โปรแกรม

    ขั้นที่ 15.คลิ้ก [Browse] เพื่อเลือกตำแหน่งที่ต้องการจะแยก

    รูปที่ 10: เลือกตำแหน่งที่จะแยกใช้โปรแกรมเวราคริปต์แบบพกพา

    ในคู่มือนี้ เราจะแยกโปรแกรมเวราคริปต์แบบพกพา ไว้ในแฟ้มชื่อ “VCP” ที่เราสร้างใน ขั้นที่ 1 แฟ้มดังกล่าวนี้อยู่ภายในแฟลชไดร์ฟที่ชื่อว่า “USB Storage (D:)”

    ขั้นที่ 16.เลือกตำแหน่งและเลือกแฟ้มภายในนั้นที่คุณต้องการแยก เวราคริปต์ ฉบับพกพาออกมา

    ขั้นที่ 17.คลิ้ก [OK] เพื่อกลับไปสู่หน้าจอ ตัวเลือกการแยกใช้โปรแกรม

    รูปที่ 11: หน้าจอตัวเลือกการแยกใช้โปรแกรมหลังจากที่ได้เลือกตำแหน่งแล้ว

    ขั้นที่ 18.คลิ้ก [Extract] เพื่อเริ่มแยก เวราคริปต์ โดยตัวติดตั้งของโปรแกรม เวราคริปต์ จะเตือนให้คุณทราบเมื่อขั้นตอนสำเร็จ

    รูปที่ 12: หน้าจอแสดงความคืบหน้าของการแยกใช้โปรแกรม

    รูปที่ 13: โปรแกรมเวราคริปต์ฉบับพกพาได้ทำการแยกสำเร็จแล้ว

    ขั้นที่ 19.คลิ้ก [OK] เพื่อเริ่มหน้าจอสนับสนุนโดยการบริจาค

    รูปที่ 14: หน้าจอสนับสนุนเวราคริปต์โดยการบริจาค

    ขั้นที่ 20.คลิ้ก [Finish]เพื่อจบการแยกโปรแกรมเวราคริปต์เวอร์ชั่นพกพา

    เพื่อยืนยันการติดตั้งและสนับสนุนโดยการบริจาคให้กับนักพัฒนาและดูแลโปรแกรม เวราคริปต์

    สำคัญ: หากคุณได้ทำการแยกโปรแกรม เวราคริปต์ แบบพกพาบนแฟลชไดร์ฟ เพื่อที่จะซ่อนความจริงที่ว่าคุณได้ใช้โปรแกรมเวราคริปต์บนคอมพิวเตอร์ อย่าลืม ลบตัวช่วยติดตั้งโปรแกรม ออกจากคอมพิวเตอร์ด้วย

    7.3 เริ่มใช้งานเวราคริปตฺแบบพกพา

    ขั้นที่ 1.ไปที่ แฟ้มที่คุณได้แยกโปรแกรม เวราคริปต์ เอาไว้

    ขั้นที่ 2.คลิ้กสองครั้ง ได้ทั้งที่ไฟล์ VeraCrypt (ตาม รูปที่ 1 ด้านล่าง) หรือที่ไฟล์ VeraCrypt-x64 (รูปที่ 2) ขึ้นอยู่กับระบบวินโดว์สของคุณ ว่าเป็น 32 บิท หรือ 64 บิท

    รูปที่ 1: ตัวช่วยเริ่มใช้งาน (launcher) ระบบ32 บิทของเวราคริปต์ฉบับพกพา

    รูปที่ 2: ตัวช่วยเริ่มใช้งาน (launcher) ระบบ64 บิทของเวราคริปต์ฉบับพกพา

    หน้าต่าง หน้าจอบัญชีผู้ใช้งาน ของ เวราคริปต์ จะเริ่มทำงาน

    รูปที่ 2: หน้าจอบัญชีผู้ใช้งาน ของเวราคริปต์

    ขั้นที่ 3.คลิ้ก [Yes]เพื่อเริ่มใช้งาน เวราคริปต์ฉบับพกพา

    รูปที่ 3: หน้าต่างหลักของเวราคริปต์

    ตอนนี้คุณสามารถใช้งาน เวราคริปต์ ได้ตามปกติเพื่อสร้าง จัดการ เปิด หรือปิด วอลลุ่มเข้ารหัส เมื่อคุณเลิกใช้ เวราคริปต์ ฉบับพกพา โปรแกรมจะถอนวินโดว์สไดร์ฟเวอร์ของมันออกอย่างเรียบร้อย หากคุณใช้เวราคริปต์ฉบับพกพาจากแฟลชไดร์ฟ อย่าลืมที่จะปิดวอลลุ่มและออกจากโปรแกรมก่อนที่คุณจะยกเลิก หรือถอดอุปกรณ์เก็บข้อมูลดังกล่าวออก

    เคล็ดลับ: เมื่อคุณต้องการที่จะออกจากโปรแกรม เวราคริปต์ ที่ได้ติดตั้งอย่างสิ้นเชิง -- แม้หลังจากที่คุณได้ทำการคลิ้ก [Exit] เพื่อที่จะปิดหน้าต่างหลัก คุณจำเป็นที่จะต้องคลิ้กขวาบนไอคอน System Tray และเลือก [Exit] แต่อย่างไรก็ดีคุณไม่จำเป็นต้องทำขั้นตอนนี้สำหรับเวราคริปต์ฉบับพกพา

    คำถามที่พบบ่อย

    ถาม: ฉันจะต้องเสียเวลาพิมพ์ข้อความรหัสผ่านทุกๆครั้งเพื่อเข้าสู่ เวราคริปต์ หรือไม่?

    ตอบ: ไม่ คุณต้องใช้ข้อความรหัสผ่านเฉพาะเวลาที่คุณต้องการเปิดวอลลุ่มเข้ารหัสเท่านั้น หลังจากนั้นคุณสามารถเข้าถึงไฟล์ของคุณโดยไม่ต้องใช้ข้อความรหัสผ่าน จนกว่าคุณจะทำการปิดวอลลุ่ม

    ถาม: ฉันจะสามารถยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม เวราคริปต์ เมื่อไม่ต้องการใช้มันอีกต่อไปได้หรือไม่? หากฉันทำเช่นนั้น ไฟล์ต่างๆยังจะถูกเข้ารหัสอยู่หรือไม่?

    ตอบ: ได้ คุณสามารถยกเลิกการติดตั้ง เวราคริปต์ โดยเปิด เทอมินอล (Terminal) และพิมพ์ sudo veracrypt-uninstall.sh และใส่ข้อความรหัสผ่านที่คุณใช้เพื่อล็อคอินคอมพิวเตอร์ของคุณ ในภายหลังคุณสามารถติดตั้งโปรแกรม เวราคริปต์ เพื่อที่จะเข้าสู่ไฟล์ในคอนเทนเนอร์ซึ่งยังจะถูกเข้ารหัสไว้ และจะไม่ถูกลบทิ้งเมื่อคุณลบโปรแกรม เวราคริปต์ ในกรณีคล้ายกัน เมื่อคุณย้าย ไฟล์คอนเทนเนอร์ ที่ถูกเข้ารหัส ไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง คุณยังจำเป็นต้องใช้ข้อความรหัสผ่านของโปรแกรม เวราคริปต์เพื่อจะเปิดมัน

    ถาม: ข้อมูลประเภทใดที่ควรถูกเข้ารหัส?

    ตอบ: ในความเป็นจริงแล้ว คุณควรเข้ารหัสเอกสารทุกประเภท รูปภาพ และไฟล์ประเภทอื่นๆที่มีข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสำคัญ และหากเป็นไปได้ว่าระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของคุณรองรับ คุณควรตั้ง full disk encryption เพื่อให้ไฟล์ ทั้งหมด ของคุณได้ถูกเข้ารหัสเมื่อใดก็ตามที่คุณปิดคอมพิวเตอร์

    ถาม: ไฟล์ของฉันจะปลอดภัยแค่ไหน?

    ตอบ: เวราคริปต์ ได้ผ่านการทดสอบและตรวจสอบอย่างเป็นอิสระโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเพื่อที่จะรับรองสมรรถภาพของการใช้งาน และเพื่อตรวจสอบว่าโปรแกรมสามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่นอย่างที่ได้ระบุไว้หรือไม่ ผลการทดสอบระบุว่า เวราคริปต์ เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในรัหษาความปลอดภัยได้ในขั้นสูง อย่างไรก็ดี การเลือกข้อความรหัสผ่านที่ยากก็เป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ

    ถาม: ทำไมฉันถึงควรใช้ วอลลุ่มลับ?

    ตอบ: วอลลุ่มมาตรฐาน ของ เวราคริปต์ สามารถปกป้องไฟล์ของคุณให้ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง วอลลุ่มลับ ที่สามารถปกป้องไฟล์ของคุณด้วยความแข็งแกร่งของการเข้ารหัสในระดับเดียวกันได้ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับคุณในกรณีที่คุณถูกบังคับให้บอกข้อความรหัสผ่านของ เวราคริปต์ ซึ่งในกรณีนี้คุณไม่จำเป็นที่จะต้องยอมเปิดเผยข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ในขณะที่คุณสามารถบอกเพียงข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน ได้ หากโดนถามคุณก็สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณมี วอลลุ่มซ่อน อยู่ แต่สำหรับการใช้งานในส่วนนี้อย่างถูกต้อง คุณจำเป็นต้องประเมินได้ว่าสถานการณ์ความปลอดภัยของคุณเป็นอย่างไร ประกอบกับการเข้าใจในการทำงานของ เวราคริปต์ และการเลือกไฟล์ “ลวง” ที่น่าเชื่อถือเพื่อเก็บไว้ใน วอลลุ่มมาตรฐานของคุณ

    ถาม: ฉันจะเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน โดยไม่เปิดวอลลุ่มที่ถูกซ่อนไว้ได้อย่างไร?

    ตอบ: การเปิดวอลลุ่มขึ้นอยู่กับว่าคุณใส่ข้อความรหัสผ่านใดไปที่หน้าจอพาสเวิร์ด หากคุณใส่ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มมาตรฐาน เวราคริปต์ จะเปิด วอลลุ่มมาตรฐาน หากคุณใส่ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ เวราคริปต์ จะเปิด วอลลุ่มลับ ดังนั้นเมื่อมีคนบังคับให้คุณเปิดไฟล์คอนเทนเนอร์ของ เวราคริปต์ คุณสามารถเปิดเพียง วอลลุ่มมาตรฐาน และปฏิเสธการมีอยู่ของ วอลลุ่มลับ ในบางสถานการณ์ วิธีนี้น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คุณสามารถออกจากสถานการณ์ที่เป็นปัญหาได้

    ถาม: เป็นไปได้ไหมที่ฉันจะบังเอิญลบ หรือทำให้ วอลลุ่มลับ เสียหาย?

    ตอบ: เป็นไปได้ หากคุณใส่ไฟล์เพิ่มใน วอลลุ่มมาตรฐาน จนกระทั่งไม่มีพื้นที่เหลือในวอลลุ่มลับ หากเป็นเช่นนี้ วอลลุ่มลับ ของคุณจะเสียหายหรือไม่ก็ถูกทำลาย แต่อย่างไรก็ดีคุณสามารถใช้ตัวเลือกที่ทำให้คุณสามารถป้องกัน วอลลุ่มลับ ไม่ให้เสียหายในขณะที่คุณทำการแก้ไขเนื้อหาใน วอลลุ่มมาตรฐานได้ แต่คุณไม่ควรใช้ตัวเลือกนี้ในขณะที่มีคนกำลังมองอยู่เพราะมันจะเปิดเผยให้เขาคนนั้นทราบถึงการมีอยู่ของ วอลลุ่มลับ

    ถาม: ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดของเวราคริปต์วอลลุ่มได้หรือไม่ หลังจากที่ฉันได้สร้างมันเสร็จแล้ว?

    ตอบ: ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ คุณจะต้องสร้างไฟล์คอนเทนเนอร์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเท่านั้น แล้วย้ายไฟล์ของคุณจากวอลลุ่มเก่าไปที่วอลลุ่มใหม่ คุณสามารถทำวิธีนี้ได้ด้วยการเปิดวอลลุ่มพร้อมกันสองวอลลุ่ม วิธีนี้สามารถทำได้กับทั้งวอลลุ่มมาตรฐานและวอลลุ่มลับ

    ถาม: ฉันสามารถใช้เครื่องมืออย่างเช่น chkdsk บนข้อมูลเนื้อหาของวอลลุ่ม เวราคริปต์ ที่เปิดอยู่ได้หรือไม่?

    ตอบ: วอลลุ่ม เวราคริปต์ ทำงานเหมือนกับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่คุณจะใช้ระบบไฟล์ checking/reparing/defragmenting บนข้อมูลเนื้อหาที่อยู่ในวอลลุ่มที่เปิดอยู่ของ เวราคริปต์

    ถาม: ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?

    ตอบ: ได้ ตัวเลือกสำหรับการเปลี่ยนข้อความรหัสผ่านนั้นใช้ได้กับทั้งวอลลุ่ม มาตรฐาน และ ลับ เพียงแค่คุณพิมพ์ข้อความรหัสผ่านของ วอลลุ่มลับ ไปในช่องใส่พาสเวิร์ดในหน้าจอสำหรับเปลี่ยนพาสเวิร์ด